ไลฟ์สไตล์
100 year

ราษฎรระดมจดหมายส่งถึงศาล จี้ปล่อย 21 คน “คดี 112” รีเดมเลื่อนนัดชุมนุม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
17 เม.ย. 2564 05:20 น.
SHARE

“อดุลย์” วอน “เพนกวิน-รุ้ง” เลิกอดข้าวประท้วง หวั่นตกหลุมพรางไอโอเผด็จการ “ระบอบประยุทธ์” ยันต้องคง ม.112 ไว้ แนะใช้วิธีปรับทัศนคติดีกว่าคุมขังเด็ก ให้ อสส.-สำนักพระราชวังพิจารณาสั่งฟ้อง ไม่ใช่ปล่อยให้ฟ้องมั่วซั่วทำสถาบันเดือดร้อน กลุ่มราษฎรปลุกแนวร่วมเขียนจดหมาย 100,112 ฉบับ ยื่น ปธ.ศาลฎีกา-อธิบดีศาลอาญา เรียกร้องปล่อยตัว 21 แกนนำที่ถูกคุมขังในคดี ม.112 พท.จี้ “ประยุทธ์” ขอโทษประชาชนบริหารล้มเหลว “ไพบูลย์” ลั่นผลสอบ “ส” สัปดาห์หน้าจบ

ตามที่กลุ่ม “คณะราษมัม” และแนวร่วม ร่วมกันเข้าชื่อขอให้นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร ผู้ต้องหาตาม ป.อาญามาตรา 112 เลิกอดอาหารประท้วงกระบวนการอยุติธรรม เพื่อรักษาชีวิตต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในระยะยาวนั้น

ข่าวแนะนำ

“อดุลย์”วอน “กวิ้น–รุ้ง” เลิกอดข้าว

เมื่อ 11.00 น. วันที่ 16 เม.ย. นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่ม “คณะราษมัม” พร้อมแนวร่วม เข้าชื่อขอให้นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร ผู้ต้องหาตาม ป. อาญามาตรา 112 เลิกอดอาหารประท้วงกระบวนการ อยุติธรรมว่า อยากให้ “เพนกวิน” รักษาชีวิตเพื่อต่อสู้ตามอุดมการณ์ในอนาคต การต่อสู้ยังอีกยาวไกล ไม่สมควรเสียสละชีวิตตกหลุมพรางไอโอของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอกมาตลอดว่าไม่ใช้มาตรา 112 แต่กลับใช้อย่างฟุ่มเฟือย สร้างความเดือดร้อนเสียหายกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นภาระของกระบวนการยุติธรรม แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับลอยตัวอยู่เหนือปัญหา พวกเราจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ไล่เผด็จการระบอบประยุทธ์ เพื่ออนาคตของลูกหลาน

แนะใช้วิธีปรับทัศนคติดีกว่า

นายอดุลย์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมีบางฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 นั้น ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิก ควรเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดกับสำนักพระราชวังพิจารณาว่าจะฟ้องใครหรือไม่ ควรเน้นการปรับทัศนคติกับผู้ถูกกล่าวหา เพราะเป็นเรื่องความเชื่อทางการเมือง ในอดีตมีแต่คนบ้ากับคนเมาที่โดนข้อหานี้ แต่ปัจจุบันมีคนถูกกล่าวหาจำนวนมาก เมื่อเป็นเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับอุดมการณ์ หากมีการจำคุกแล้วมีการปรับทัศนคติจนเข้าใจดีแล้วว่ากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงรักและห่วงใยราษฎรของพระองค์แค่ไหน ก็ไม่ควรถูกจองจำอีกต่อไป การเอาคนที่เห็นต่างไปคุมขังนานๆ ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนความคิดเขาได้

ฟ้องมั่วซั่วทำสถาบันเดือดร้อน

นายอดุลย์กล่าวว่า คนธรรมดายังมีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครอง สถาบันพระมหากษัตริย์จะไม่มีกฎหมายคุ้มครองได้อย่างไร ในฐานะประมุขของประเทศใครจะล่วงละเมิดไม่ได้ แต่จะให้พระองค์ไปฟ้องราษฎรย่อมเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะพระองค์ทรงรักราษฎรทุกคน ในหลวง ร.9 เคยมีพระราชดำริว่า สถาบันพระมหากษัตริย์สามารถวิจารณ์ได้ แต่ไม่ใช่ การดูหมิ่นเหยียดหยามแบบปัจจุบันนี้ จึงเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดกับสำนักพระราชวังพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยให้ตำรวจรับแจ้งความแล้วฟ้องแบบมั่วซั่วแบบนี้ ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องเดือดร้อน

ขยับชุมนุมใหญ่หลังโควิดซา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)และ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในรายการ peace talk ว่า หากโควิดคลี่คลายในวันที่ 24 เม.ย. ทางกลุ่มจะจัดกิจกรรมอีก แต่หากยังไม่คลี่คลายจะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียสื่อสารกับประชาชน ชี้ถึงความเสียหายที่ไม่ควรเกิด ภายใต้สถานการณ์นี้ขอชวนประชาชนทุกฝ่าย สามัคคีกัน โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดไม่ได้ หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ต่อให้ลงชื่อเป็นล้านคนแต่วุฒิสภาไม่ออกเสียง 84 เสียง ก็ทำอะไรไม่ได้ สำหรับแกนนำกลุ่มราษฎรที่อดอาหารประท้วงอยู่ในเรือนจำ เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องเฝ้าทุกวินาที หากเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดจะทำให้เหตุการณ์ข้างนอกลุกเป็นไฟได้ หวังว่าแกนนำกลุ่มราษฎรจะได้รับการประกันตัว เพราะการคุมขังที่ผ่านมาควรเพียงพอได้แล้ว

จดหมาย 100,112 ฉบับถึง ปธ.ศาลฎีกา

วันเดียวกัน กลุ่มราษฎรออกประกาศผ่านเพจ “ราษฎร” เชิญชวนประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์ร่วมกันเขียนจดหมาย 100,112 ฉบับ ถึงประธานศาลฎีกา อธิบดีศาลอาญา และตุลาการ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก เรียกร้องปล่อยตัวชั่วคราวผู้ถูกคุมขังในชั้นสอบสวนและชั้นศาล ระหว่างพิจารณาคดีจากการแสดงออกทางการเมืองทั้งหมด 21 คน ระบุว่าเป็นการกระตุ้นเตือนให้ตราชูทำหน้าที่ที่ควรทำ ผดุงความยุติธรรมให้สังคมไทย ด้วยการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ถูกคุมขังทั้งหมด ภายในวันที่ 19 เม.ย. พร้อมติดแฮชแท็ก #ตราชูต้องชูเพื่อมวลชน การที่ศาลยื่นข้อเสนอให้เลือกระหว่าง “สิทธิการประกันตัวระหว่างสู้คดี” กับ “เสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ” ยิ่งสร้างความน่าผิดหวัง สำหรับรายชื่อทั้ง 21 คน ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายปิยรัฐ จงเทพ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ นายปริญญา ชีวินกุลปฐม นายพรหมศร วีระธรรมจารี นายชูเกียรติ แสงวงค์ นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร นายธวัช สุขประเสริฐ นายศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี นายฉลวย เอกศักดิ์ นายสมคิด โตสอย นายศุภากร นาย พรชัย-น.ส.พรพิมล นายสาแมท (สงวนนามสกุล) และนายมงคล ถิระโคตร

REDEM เลื่อนชุมนุมไม่มีกำหนด

ด้านกลุ่ม “รีสตาร์ทเดโมเครซี่” หรือ REDEM ออกแถลงการณ์ผ่านเพจ “เยาวชนปลดแอก” เลื่อนการชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตามที่นัดหมายในวันที่ 17 เม.ย. ออกไปไม่มีกำหนด ระบุว่าเนื่องด้วยสถานการณ์โควิดที่มีการติดเชื้อระลอกใหม่ ทุกคนมีวิสัยทัศน์เล็งเห็นกันมานานแล้วว่า ไม่ช้าก็เร็วจะต้องเกิดขึ้น แต่ไม่รวมถึงรัฐบาลเส็งเคร็งของประยุทธ์ ที่มองไม่เห็นสิ่งที่ควรเห็น รัฐบาลทั่วโลกที่เห็นความสำคัญของชีวิตคนต่างกระจายความเสี่ยงโดยเลือกซื้อวัคซีนจากหลายบริษัท ยกเว้นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หลายคนที่ออกมาวิจารณ์การผูกขาดทุ่มซื้อวัคซีนจากบางบริษัท แต่รัฐบาลกลับปิดปากพวกเขาด้วยมาตรา 112 จนจะพังพินาศกันทั้งประเทศ เนื่องด้วยความรุนแรงของการระบาดโควิดรอบนี้ บวกกับยอดผลโหวตในกลุ่ม REDEM ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าหากเราอดใจรอกันอีกนิด ให้สถานการณ์ทุเลาลง ก่อนเริ่มเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขับไล่รัฐบาลเส็งเคร็งนี้ออกไป ขอให้มวลชน REDEM ติดตามกลุ่มเทเลแกรมอย่างใกล้ชิด ว่าการเคลื่อนไหวครั้งถัดไปของพวกเราจะเป็นอย่างไร

พท.จี้ “ประยุทธ์” ขอโทษ ปชช.

ขณะที่นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯออกมาขอโทษประชาชน โดยเฉพาะคนในภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบซ้ำซ้อนจากการระบาดของโควิด ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปธุรกิจด้านท่องเที่ยวต่างคาดหวังจะหารายได้มาเยียวยาธุรกิจที่หยุดชะงักมาเป็นปีแต่กลับต้องฝันสลาย เพราะรัฐบาลล้มเหลวในการบริหารจัดการ อีกทั้งมีข่าวรัฐมนตรีไปเที่ยวสถานบันเทิงยิ่งทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อในกลุ่มการเมือง สร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศ แต่หาผู้รับผิดชอบมาลงโทษไม่ได้ การระบาดทั้ง 3 รอบที่ผ่านมา ถูกโยงไปถึงคนในรัฐบาลเป็นต้นเหตุทุกครั้ง หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังบริหารประเทศแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่มีทางแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาด และไม่มีทางฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ประชาชนจะยิ่งลำบาก ไม่แน่ใจว่าต้องตายเพราะไวรัส ตายเพราะ ฝุ่น PM2.5 หรือตายเพราะพิษเศรษฐกิจก่อนกัน ทั้งหมดเป็นผลมาจากความล้มเหลวของการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์

ซัดรัฐบาลเล่นปาหี่ตบตาไปวันๆ

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากปมปัญหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความรับผิดชอบของรัฐบาล แม้ จะอยู่ในนโยบายเร่งด่วนที่แถลงต่อรัฐสภา แต่ก็ไม่ยอมทำตามนโยบาย ชี้ชัดว่าไม่เคยให้ความเคารพต่อสมาชิกรัฐสภา สุดท้ายรัฐบาลก็คว่ำร่างที่ตัวเองเสนอเข้ามา มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากรัฐบาลต้องการสืบทอดอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่ร่างมา พรรคเพื่อไทย ยืนยันจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทันทีที่เปิดประชุมสภาสมัยสามัญ รวมถึงยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่สำคัญ ขณะที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคพลังประชารัฐ เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้แก้ไขเพื่อประชาชน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาลแรกที่ไม่เคยรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ประชาชนชักเอือมระอาเบื่อหน่าย ดีแต่เล่นละครปาหี่หลอกประชาชนไปวันๆ

“ไพบูลย์” ชี้สัปดาห์จบผลสอบ “ส”

วันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีกระแสข่าวสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ชื่อย่อ “ส” ซึ่งมีตำแหน่งทางการเมือง ในกระทรวงยุติธรรม ส่งคนไปสอบแทน หลักสูตรภาษาอังกฤษ ระดับปริญญาเอก ของสถาบันแห่งหนึ่ง กล่าวว่า คาดว่าสัปดาห์หน้าการสอบสวนเรื่องนี้น่าจะได้ข้อยุติ ผลสอบที่ได้จะรายงานตรงให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อพิจารณาต่อไป นอกเหนือจากรายงานผลสอบข้อเท็จจริงเป็นประการใดแล้ว จะเสนอข้อคิดเห็นของคณะกรรมการประกอบไปด้วย สำหรับความเห็นที่จะเสนอประกอบไปไม่ใช่การเสนอบทลงโทษ อยู่ที่หัวหน้าพรรคจะพิจารณา ทั้งนี้การสอบสวนคณะกรรมการต้องหาหลักฐานทั้งจากเอกสาร สอบผู้ที่ถูกร้อง โดยเรียกมาให้ข้อเท็จจริง และสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และประสานไปยังสถาบันการศึกษาดังกล่าว เพื่อขอข้อมูลหลักฐาน

ผิดจริยธรรมร้ายแรงถึงไล่ออก

เมื่อถามว่าเรื่องนี้กระทบภาพลักษณ์พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า เราไม่ได้เพิกเฉย ถ้าไม่ผิดก็ไม่ผิด แต่ถ้าผิดต้องว่าตามผิด ไม่มีล่าช้า แต่มีขั้นมีตอนมีมาตรฐานเพื่อความยุติธรรมทุกฝ่าย ยืนยันพรรคเปิดเผยโปร่งใส ตรวจสอบได้ตรงไปตรงมา หากเป็นจริงตามข้อกล่าวหาก็น่าจะผิดจริยธรรมของพรรค ข้อที่ 70 ว่าด้วยเรื่องที่สมาชิกพรรคต้องไม่กระทำเรื่องที่เสื่อมเสียต่อการดำรงตำแหน่ง เมื่อถามว่าโทษแรงสุดถึงขั้นไล่ออกหรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า การไล่ออกต้องฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค แต่ไม่อยากพูดเรื่องผลการสอบ ขอให้ตรวจสอบก่อน

แห่อวย “ลุงตู่” ทำดีที่สุดแล้ว

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวตอบโต้นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ขอโทษประชาชนว่า นายกฯพยายามหาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เกิดความสมดุลระหว่างเรื่องสุขภาพกับเศรษฐกิจมาตลอด รับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย จะเห็นได้ว่าการแพร่ระบาดรอบนี้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการใช้ยาแรงล็อกดาวน์แบบเหวี่ยงแห ทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ยังขับเคลื่อนไปต่อได้ จะเห็นได้ว่าการท่องเที่ยวไม่ได้หยุดชะงักทั้งหมด และรัฐบาลยังมีมาตรการเยียวยากระตุ้นการท่องเที่ยวที่จะทยอยออกมาเร็วๆนี้ นายจักรพลไม่ควรรีบร้อนออกมาวิจารณ์ โดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน มองว่านายจักรพลควรขอโทษประชาชนมากกว่า

ภท.แจ้ง กกต.ขอเลื่อนประชุม

นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรค พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ได้ทำหนังสือขอเลื่อนประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของพรรคภูมิใจไทย วันที่ 24 เม.ย. ต่อกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด การจัดประชุมใหญ่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการแพร่ระบาดในวงกว้าง เพื่อความปลอดภัยของ สมาชิกพรรคไม่ซ้ำเติมสถานการณ์มากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พรรคขอเลื่อนการประชุมใหญ่ฯออกไปก่อน หากสถานการณ์คลี่คลายลง พรรคภูมิใจไทยจะได้เร่งจัดการประชุมทันทีเพื่อเป็นไปตามกฎหมายต่อไป

กกต.ให้แจ้งเหตุขัดข้องถึง 30 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. นายทะเบียนพรรคการเมือง ลงนามหนังสือส่งถึงหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค ระบุว่าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินการจัดประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 43 และมาตรา 61 หากพรรคการเมืองไม่สามารถจัดประชุมใหญ่ได้ สามารถแจ้งเหตุดังกล่าวต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้

“นิพิฏฐ์” ฉะ อ.นิด้าโหนฟ้า–แยกดิน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่พาดพิงพรรคเก่าแก่เจรจาคนแดนไกลวางการเมืองในอนาคตว่า “อานนท์ เธอคงคิดว่าสำเร็จวิชาสถิติ ดูฟ้าดูดาวทำนายโชคชะตาได้ คงภูมิใจว่าครั้งหนึ่งโด่งดังจากการได้ฆ่าเด็กทางทีวี แต่เรื่องนั้นปราชญ์มิได้สรรเสริญหรอก ควรให้ความรู้กับเด็กมากกว่าใช้สถานะที่เหนือกว่าเข้าข่มเด็ก มิใช่ชัยชนะแต่เป็นความพ่ายแพ้ต่างหาก อานนท์เธอนี่แหละจะทำให้สถาบันสำคัญพลอยหม่นหมองด้วยอวิชชาของเธอ ด้วยการสงวนความรัก นั้นไว้แต่เพียงผู้เดียว และบังอาจกล่าวหาสำนักวิชาเก่าแก่ว่ามิได้รักสถาบันหลัก ทั้งที่สำนักนี้อยู่ค้ำชูประเทศนี้มาตลอด ศิษย์สำนักนี้ยอมพลีชีวิตเพื่อสถาบันอันเป็นที่รักได้ทุกคน เธอสร้างความแตกแยกสร้างความร้าวฉานโดยเหตุอันไม่สมควร เธอทำเพราะกิเลสที่หมักหมมในกมลสันดาน ด้วยความอยากได้ ใคร่ดีในชื่อเสียง ด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูง เธอคือนักโหน โหนโน่นโหนนี่ สุดท้ายเธอบังอาจโหนฟ้า และแบ่งแยกดิน เราประจักษ์แล้วว่าเธอมิใช่ปราชญ์ แต่เป็นเปรตมากกว่า โทษของเธอเป็นมหันตโทษจะถูกลงโทษจากองค์พระแม่ธรณี จงหยุดความอหังการหาไม่แล้วก็จงรอวันธรณีสูบเธอลงสู่นรก”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คณะราษมัมพริษฐ์ ชิวารักษ์ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุลอดอาหารประท้วงมาตรา 112ชุมนุมคณะราษฎรข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:04 น.