ไลฟ์สไตล์
100 year

"ธนาธร" ฟ้องหมิ่นฯกว่า 27 ล้าน "อานนท์-บุญเกื้อ" คดีกล่าวหาฮุบที่ป่าสงวนฯ

ไทยรัฐออนไลน์
10 เม.ย. 2564 13:09 น.
SHARE

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยื่นฟ้อง "อานนท์-บุญเกื้อ" ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ปมตัดต่อภาพ กล่าวหา "แม่สมพร และตนเอง" โกง ฮุบที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ เรียกค่าเสียหาย รวมกว่า 27 ล้าน 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญา วันที่ 10 เม.ย.ว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 16.00 น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 42 ปี อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ฟ้อง นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อายุ 43 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 เรียกค่าเสียหาย 24,062,475 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

คำฟ้องบรรยายว่า  จำเลยเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูลคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีตำแหน่งทางวิชาการ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ และเป็นผู้เปิดใช้บัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ Arnond Sakworawich" (หรืออานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์) มีผู้ติดตามไม่น้อยกว่า 74,000 คน

ต่อมา เมื่อวันที่ 5 มี.ค.เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายกล่าว คือ จำเลยได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า "รู้ว่าเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติลงนามรับรู้ แต่ก็ยังซื้อขายมาเป็นของตนเอง นี่จงใจทำผิดกฎหมายโดยเจตนาเลย คดีนี้ควรต้องเข้าคุกนะครับ ทำผิดโดยเจตนา ตั้งใจโกงที่แผ่นดิน มาเป็นสมบัติส่วนตัว ถือเป็นการโกงชาติ คนโกงชาติ คนโกงแผ่นดิน ขนาดนี้เหรอครับ ที่จะบอกว่าให้ปฏิรูปสถาบัน ปฏิรูปตัวเองไม่ให้โกงชาติโกงแผ่นดินเสียก่อนเถิด"

บุคคลทั่วไปที่ได้เห็น ได้อ่านข้อความทั้งหมดประกอบกันย่อมเข้าใจได้ว่า โจทก์เป็นคนไม่ดี กระทำความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง คดโกงเอาที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มาเป็นของตนเองโดยทุจริต มีนิสัยเลวทราม ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วโจทก์ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

การโพสต์ข้อความดังกล่าวของจำเลย ลงในบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือเรียกว่า โซเชียลเน็ตเวิร์กซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะบนโลกออนไลน์ และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกและมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ต่อบุคคลที่สามและประชาชน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เกียรติยศ ทางทำมาหาได้ ฐานะทางสังคมและครอบครัว เนื่องจากโจทก์เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ อันเป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ จึงขอใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง เป็นเงินจำนวน 24,062,475 บาท และให้ลบ หรือหยุดเผยแพร่โพสต์หรือประกาศข้อความอันเป็นเท็จ ที่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์กับให้ลงประกาศโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ และหรือแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กของจำเลย เป็นเวลาติดต่อกัน 7 วัน เหตุคดีนี้เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักรไทย

ทั้งนี้ ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.077/2564 เพื่อไต่สวนมูลฟ้องว่า จะประทับรับฟ้องหรือไม่ ต่อไป

นอกจากนี้แล้ว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังได้ยื่นฟ้องนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว อายุ 53 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยภักดี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 เรียกค่าเสียหาย จำนวน 3 ล้านบาท

กรณีเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "บุญเกื้อ ปุสสเทโว" โพสต์ข้อความหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ ลักษณะเป็นบทสนทนาระหว่างมารดากับโจทก์ ทำนองว่า โจทก์ได้รับการปลูกฝังให้ล้มล้างสถาบัน ซึ่งความจริงโจทก์ไม่เคยมีความคิดและพฤติการณ์ดังกล่าวเลย

นอกจากนี้ จำเลยยังได้ตัดต่อภาพของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาโจทก์แขวนป้ายที่บริเวณคอว่า "เจ้าของป่าสงวนแห่งชาติ" ทำให้โจทก็ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จโดยการโฆษณา และแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือเรียกว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นพื้นที่สาธารณะบนโลกออนไลน์ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เมื่อจำเลย มีเจตนาใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์โดยการโฆษณา จงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติยศ อาชีพการงาน ทางทำมาหาได้ ฐานะทางสังคม ทำให้โจทก์เสื่อมเสียความน่าเชื่อถือและเสื่อมความนิยมศรัทธาในแวดวงการเมือง จึงขอใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง จำนวน 3 ล้านบาท

เหตุคดีนี้เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักรไทย ขอให้ศาลสั่งและบังคับจำเลยให้ลบหรือหยุดเผยแพร์โพสต์หรือประกาศข้อความอันเป็นเท็จในเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของจำเลยกับให้ลงประกาศโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ เว็บไซต์หรือเฟซบุ๊กของจำเลย เป็นเวลาติดต่อกัน 7 วัน

ทั้งนี้ศาลได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.868/2564 เพื่อไต่สวนมูลฟ้องว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายบุญเกื้อ กล่าว วันที่ 10 เมย.ว่า ไม่รู้สึกกังวล เพราะเป็นการโพสต์แซวการเมือง ลักษณะขำๆ ตามความรู้สึกของตนเอง เพื่อไม่ให้ไปเครียดกับการเมือง แต่ถ้าคุณธนาธรติดใจ หรือได้รับความเสียหาย ก็เป็นสิทธิ์ที่จะทำได้ แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ตนจะมาดำเนินการเกี่ยวกับพรรคการเมืองอีกครั้ง

“ผมก็ไม่กังวลเพราะเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งพรรคการเมือง จึงไม่ต้องระมัดระวังมาก ก็เป็นลักษณะความคิดส่วนตัวที่ว่า เราเห็นเรื่องอะไร เห็นข่าวอะไรก็นำมาเปรียบเปรย เอามาแซวลักษณะขำๆ แต่ถ้ามองเรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างตอนนี้ ตนก็จะไม่ค่อยทำแล้ว เพราะว่าเราระมัดระวังมากขึ้น ”

นายบุญเกื้อ กล่าวอีกว่า จะต้องปรึกษาทนายความเพื่อดูว่า ฟ้องเรื่องอะไร ตนจะไม่ปฏิเสธเรื่องการโพสต์หรือการกระทำของเรา เพียงแต่ดูเหตุผลว่า เป็นอย่างไร เมื่อมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุณธนาธรและครอบครัวทำ กับสิ่งที่คนทั่วไปเห็นอะไร เขาก็ต้องรู้สึกอย่างนั้น ตนมองว่า เราอย่าไปปฏิเสธดีกว่า ว่าในเมื่อคุณทำอย่างนี้ คนก็ต้องมองอย่างนั้น คุณทำอย่างนั้น คนจะต้องคิดอย่างนี้ เช่น เรื่องจะแก้รัฐธรรมนูญ หรือมีเรื่องโรคระบาดอะไร ก็พูดเกี่ยวกับสถาบันใช่หรือไม่ ถึงแม้จะใช้คำพูด หรือโวหารอะไรตาม แต่คนทั่วไปก็สามารถคิดได้อยู่แล้ว ตนไม่ได้ใหญ่โตมีชื่อเสียง ถึงขนาดที่จะไปชี้นำสังคมอะไร

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:25 น.