ไลฟ์สไตล์
100 year

นายกฯ กำชับ เร่งนำวัคซีนกันโควิด 1ล้านโดส ฉีดให้บุคลากรด่านหน้า ครบ 100%

ไทยรัฐออนไลน์
10 เม.ย. 2564 11:53 น.
SHARE

นายกฯ กำชับ เร่งนำวัคซีน 1ล้านโดส ฉีดให้บุคลากรด่านหน้าให้ครบ 100% โดยเร็ว สั่งตรวจสอบเอกชนฉีดให้นอกกลุ่มเป้าหมาย ยัน คุณภาพ "แอสตราเซเนกา" ส่วนการผลิตในประเทศ คืบหน้า ยันได้ผลดี

วันที่ 10 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ PM PODCAST นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง ผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ว่า เรื่องของวัคซีนโควิด-19 ในกรณีที่โรงพยาบาลเอกชนที่เรียกร้องสิทธิให้ซื้อวัคซีนเองได้นั้น ตนได้เชิญตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน มาประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์โรงพยาบาลวิภาราม โรงพยาบาลมหาชัย และมีนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนด้วย ตนได้ยืนยันกับโรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ว่า เราไม่ได้ปิดกั้นการนำเข้าวัคซีนของโรงพยาบาลเอกชนโดยมีข้อสรุปจากการหารือ เราจะมีการแบ่ง วัคซีน ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.วัคซีนที่รัฐจัดหาเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องจัดหาวัคซีนให้เพียงพอและฉีดฟรี 2.วัคซีนทางเลือกที่ตนได้มีการสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการ คณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ของฝั่งโรงพยาบาลเอกชนให้ได้ เบื้องต้นจะมีผู้แทนจากภาครัฐ เช่น กระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม และผู้แทนภาคเอกชน เช่น สมาคมโรงพยาบาลเอกชน โรงบาลเอกชน เพื่อไปพูดคุยหาแนวทางการจัดหาวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมจากที่รัฐจัดหาได้ในขณะนี้โดยให้ได้ข้อสรุปให้ได้ภายใน 30 วัน และตรงนี้ จะสามารถเพิ่มควบคุมประชากรได้ 40 ล้านคน หรือ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรไทยทั้งหมด ซึ่งก็เป็นไปตามหลักวิชาการทางการแพทย์ในการป้องกันโรค

นอกจากนี้ ตนได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข ไปปรับสัดส่วนการจัดสรรวัคซีนที่มีอยู่ให้ตรงกับสถานการณ์ความเสี่ยงให้มากยิ่งขึ้น เพราะขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ให้พิจารณาจากวัคซีนที่มีในปัจจุบัน พื้นที่ระบาด อย่างเช่น การระบาดที่กรุงเทพฯที่มีมากขึ้นในขณะนี้ และเพิ่มจำนวนผู้ที่จะได้รับวัคซีนมากขึ้น ตนขอให้นำวัคซีนที่จะเข้ามาอีก 1 ล้านโดส ไปฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ด่านหน้า ทั้งของรัฐและเอกชน และ อสม. ที่มีความเสี่ยงสูงทั่วประเทศให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์โดยเร็ว ส่วนที่เหลือจัดสัดส่วนให้เหมาะสมครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ทหาร ตำรวจ ประชาชนที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และประชาชนในพื้นที่ระบาด ทั้งหมดนี้ให้ช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจให้ตรงกัน เพราะเราต้องวางแผนล่วงหน้าสำหรับวัคซีนที่มีอยู่ปัจจุบันและวัคซีนที่จะเข้ามาในอนาคตด้วยโดยจะทยอยดำเนินการต่อไป

ส่วนกรณีมีเอกชนบางรายโฆษณาให้ประชาชนจองวัคซีนโดยไม่มีวัคซีนอยู่ในมือ ถือว่าอาจจะผิดกฎหมายการโฆษณายา เพราะฉะนั้นจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเป็นไปตามกระบวนการ และกรณีที่มีข่าวว่าเอกชนนำวัคซีนไปฉีดให้กับกลุ่มคนที่อยู่นอกเป้าหมายนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้ปฏิเสธในเรื่องนี้อย่างไรก็ตามขอกำชับให้ทุกจังหวัดไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย วันนี้ก็มีช่องทางเดียวที่นำเข้าโดยรัฐ ต่อไปก็จะมีวัคซีนทางเลือกที่จะต้องหาทางนำเข้ามาเพิ่ม สามารถให้โรงพยาบาลเอกชนไปฉีดป้องกันได้

เมื่อพูดถึงวัคซีนแล้วขอพูดถึงคุณภาพวัคซีน ด้วยหลายคนอาจจะได้ยินว่าบางประเทศได้ละงับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา แล้วเราจะเชื่อมั่นได้อย่างไร ล่าสุดทางหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของสหราชอาณาจักร (MHRA) และหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของยุโรป (EMA)
ได้ประเมินถึงการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำสรุปว่าวัคซีนแอสตราเซเนกา จะช่วยป้องกันการเจ็บป่วยจากการโรคโควิด-19 ได้ในทุกระดับความรุนแรงได้ มีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจจะมีอาการอย่างอื่นขึ้นมาด้วย แต่ปรึกษาหมอ ปรึกษาแพทย์ได้ทันที เช่นเดียวกันกับองค์การอนามัยโลกระบุว่า จากข้อมูลปัจจุบันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันจำเป็นต้องศึกษาเฉพาะทางเพิ่มเติม นอกจากนี้การเกิดอาการไม่พึงประสงค์พบได้ยากมาก และมีรายงานเป็นจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับคนที่ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาทั่วโลกเกือบ 200 ล้านคน ในปัจจุบัน

สุดท้าย ในเรื่องของวัคซีนการผลิตวัคซีนในประเทศของเราที่ดำเนินการโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ทุกอย่างเป็นไปตามแผนและได้ผลดี ขณะนี้ได้ทยอยผลิตวัคซีนตั้งแต่ระดับต้นน้ำแล้วคือผลิตในประเทศเราและอยู่ระหว่างการส่งตรวจคุณภาพวัคซีน ณ ห้องปฏิบัติการอ้างอิงในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา คาดว่า จะรู้ผลในเร็ววันนี้ เพราะฉะนั้นแผนการส่งมอบวัคซีนจากแอสตราเซเนกาให้กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขในช่วงกลางปี จะทยอยส่งมอบประมาณ เดือนละ 5-10 ล้านโดส ซึ่งสอดคล้องกับแผนการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลได้วางไว้ ทั้งหมดนี้เป็นหลักประกันว่า เราจะสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ในเวลาที่เหมาะสมและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ทั้งในช่วงการระบาด โควิด-19 และโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19โควิดวันนี้ไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าวัคซีนโควิดประยุทธ์ จันทร์โอชาPM PODCASTนายกรัฐมนตรีมีเรื่องเล่าแอสตราเซเนกาวัคซีน 1 ล้านโดสข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 12:36 น.