ไลฟ์สไตล์
100 year

"ไอติม" เผย ไม่เคยคุย "มาร์ค" สัญญาณชัด รอร่วมงาน "ก้าวไกล" ยังไงก็ไม่กลับ ปชป. (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์
19 เม.ย. 2564 10:49 น.
SHARE

และแล้ว ตั้งแต่ 6 เมษายน 2564 เป็นต้นมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ "ไอติม" อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปชป.ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า หลานชาย ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้า ปชป. ก็ได้เปิดตัว ทำกิจกรรม ล่ารายชื่อ "ไล่ระบอบประยุทธ์" ร่วมกับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า มีความเชื่อมโยงกับพรรคสีส้มอย่าง "ก้าวไกล"  

ข่าวแนะนำ

นายพริษฐ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานของรัฐบาล ว่า ช่วงนี้ รัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาทุกด้าน เศรษฐกิจ การเมือง โควิด-19 เป็น 3 วิกฤติร้อน มีต้นตอมาจากพฤติกรรม 2 มาตรฐานของรัฐบาล เช่น บางพรรค มีส.ว. 250 คน คอยสนับสนุน แต่พรรคอื่นไม่มี การรับมือโควิด-19 ก็สองมาตรฐาน ประชาชนทั่วไปโดนขู่สารพัด ต้องโหลดแอปพลิเคชันมากมาย แต่พอเกิดกรณีสมาชิกในรัฐบาลเองติดโควิด กลับไม่มีการจี้ หรือมีการเปิดไทม์ไลน์ที่ถูกติดตามจากแอปฯเลย จนเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า รัฐมนตรีที่อยู่ในพรรคที่มีหัวหน้าพรรค เป็นรมว.สาธารณสุข โหลดหรือใช้แอปฯที่รัฐบาลพยายามจี้ประชาชนหรือไม่ เรื่องสองมาตรฐานในทุกมิติ 

“ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ หนึ่งวันก่อนที่จะรู้ว่า สมาชิกของ ครม.ไปติดโควิด นั้นแข็งกร้าว แต่พอค้นพบว่าคนที่ติดโควิดเป็นสมาชิกในรัฐบาลเองกลับมีท่าทีที่อ่อนน้อมลงมาทันที ท่าทีนายกฯ และท่าที รมว.สาธารณสุข จำได้ว่าระลอกแรกเคยไปตะเพิดใส่คุณหมอ แต่พอเป็น รมต.ที่อยู่ในพรรคตนเอง กลับเงียบกริบ ไม่ยอมออกมาพูดถึง หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ เลย" 

แน่นอนว่า หลายฝ่ายจับตากัน มาก่อนหน้านี้ เมื่อ "ไอติม" แสดงท่าทีค่อนข้างชัด ว่า อาจตัดสินใจไปร่วมงานการเมืองกับพรรคก้าวไกล หลังจากตัดสินใจลาออกจาก "พรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม" มากว่า 2 ปี 

กับปริศนาตรงนี้ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสไปค้นหาความจริง "คุ้ย แคะ แกะ เกา" แบบเปิดใจ กับหนุ่มหล่อไฟแรงที่ชื่อ "พริษฐ์" ที่มีดีกรีเป็นถึงหลานชายอดีตนายกรัฐมนตรี และกำลังจะตัดสินใจก้าวเดินทางการเมืองครั้งสำคัญในชีวิต ว่า แท้จริงแล้ว มันคืออะไร เบื้องลึก เบื้องหลัง มีเหตุผลอะไรถึงต้องแสดงท่าทีว่าจะไปทางนั้น 

คุยกับพรรคก้าวไกลบ้างแล้วใช่ไหม? 

ถามว่ามีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับกับพรรคก้าวไกลจริงหรือไม่ ก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนจริง เพราะว่าผมก็ชัดว่า ในวันที่ผมพร้อมกลับเข้าสู่สนามการเมือง ในวันที่บริษัทเรื่องการศึกษาของผมมันอยู่ในจุดที่ผมมั่นใจว่ามันสามารถไปต่อได้ถึงฝั่งโดยไม่จำเป็นต้องมีผมอยู่ ผมก็อยากกระโดดกลับเข้ามาสู่สนามการเมือง เพราะผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่สุด มันก็ต้องเปลี่ยนที่โครงสร้าง เปลี่ยนที่ตัวกฎหมาย เปลี่ยนที่ตัวนโยบาย ซึ่งแน่นอนมันต้องเปลี่ยนที่กลไกรัฐสภา

"เรื่องของการเมือง อย่างที่บอก มุมมอง รธน.มีความคล้ายกัน แล้วผมคิดว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกลและผมอยากจะเห็นความจริงก็ คือ ระบอบการปกครองประชาธิปไตย ขั้นพื้นฐานมากๆ ที่ประชาชนมี 1 สิทธิ์ 1 เสียง เท่าเทียมกันในการกำหนดว่า ใครจะเป็นนายกฯ ไม่ใช่มี ส.ว. 250 คน มาร่วมเลือกด้วย เป็นการเมืองหรือระบอบการเมืองที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชน ไม่ว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ก็จะเห็นว่า พรรคก้าวไกลก็จะเป็นพรรคเดียวที่กล้าหยิบยกประเด็นที่ละเอียดอ่อน อย่างเช่นกฎหมายอาญามาตรา 112 มากางไว้บนโต๊ะ แล้วก็บอกว่ากฎหมายนี้ มีปัญหา" นายพริษฐ์ กล่าว...

แล้วจะได้ฤกษ์ เปิดตัวชัดเจน เมื่อไหร่? 

แน่นอน ภารกิจหลักของผมตอนนี้ คือ การบริหารสตาร์ทอัพการศึกษา ถ้ามันยังไม่ถึงวันที่ผม พร้อมจะเดินออกจากภารกิจตรงนี้ แล้วก็เชื่อมั่นว่า เรือลำนี้ไม่มีผมแล้ว มันไปต่อถึงฝั่งได้ ก็ถึงวันนั้นแล้วคงจะมีการกระโดดเข้ามาในสนามการเมือง ก็จะมีการชี้แจงอีกทีหนึ่งว่าจะเข้าไปสังกัดพรรคไหนนะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากเชิญชวนทุกคน ก็คือว่าในวันที่ ปัญหาทางการเมืองมันมีความหลากหลายมาก ตอนนี้มีความขัดแย้งสูง มีวิกฤติทางการเมืองต่างๆ

"ผมจะไปอยู่ไปสังกัดพรรคไหนไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญกว่า คือเราต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม รัฐธรรมนูญที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รัฐธรรมนูญที่วางกฎกติกา ที่เป็นกลางกับทุกฝ่าย แล้วเปิดให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นซ้ายหรือขวา สามารถมาแข่งขันกันได้บนกติกาที่เป็นธรรม ซึ่ง รธน.60 ปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์นั้นได้" ไอติม กล่าว...

ยังมีโอกาสจะกลับไปทำงานกับพรรค ปชป.อีกไหม?

หลานชายอดีตหัวหน้า พรรค ปชป. ยืนยัน คือ ผมก็ชัดเจนนะครับ ตอนที่ลาออกมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ว่า ผมลาออกมา เพราะว่าผมมองว่าอุดมการณ์ หรือชุดความคิดของผม หรือชุดอุดมการณ์ชุดความคิดของพรรคนั้น แตกต่างกัน แล้วมาถึงวันนี้ผ่านมา 2 ปี ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมคิดว่า ความเชื่อตรงนั้น มันจะเปลี่ยนไป เพราะว่าผมดูการตัดสินใจของพรรค ตั้งแต่เข้าร่วมรัฐบาลการดำเนินการหลายๆ เรื่อง จุดยืนหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต่างๆ นานา

"ผมคิดว่ามันก็ชัดเจนว่า ผมกับพรรคมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น มันไม่ใช่การมาตัดสินว่าใครถูกใครผิด แต่เราก็มองภาพอนาคตประเทศไทยคนละอย่างจริงๆ เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรที่จะอยู่ในเรือลำเดียวกัน" นายพริษฐ์ กล่าว... 

คำถามนี้ ไม่ถามไม่ได้ หารือกับ "คุณอภิสิทธิ์" บ้างหรือยัง?

ไม่เคยครับ เพราะว่าผมก็มองว่า การตัดสินใจทางการเมือง อย่างที่บอกนะครับมันขึ้นอยู่กับอุดมการณ์ของคุณ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณเป็นคนของในครอบครัวอะไรนะครับ ก็ถ้ามีโอกาสพบปะตามประสาญาติ ก็มีการพูดคุยประเด็นทางการเมืองบ้าง แต่ไม่เคยมีการปรึกษาว่าจะวางอนาคตตัวเองอย่างไร หรือว่าไม่ได้มองว่าตรงนั้นจะเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจทางการเมือง ในประเด็นต่างๆ หรือแม้แต่ตอนที่ผมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็ปรึกษาไปแจ้งให้ทราบในฐานะหัวหน้าพรรคของผม หรืออดีตหัวหน้าพรรค ว่าเราจะมีการลาออกจาก ปชป.

ที่นี้เมื่อพูดถึงนโยบายด้านสังคม ถ้าสังเกตดีๆ นโยบายที่ผมเสนอตั้งแต่สมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กลุ่มนิวเด็ม ไม่ว่าเป็น "การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร-การขยายสิทธิ์สมรสให้กับกลุ่มเพศหลากหลาย โดยการแก้ไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1448 ให้การสมรสเป็นเรื่องของบุคคล 2 คน เพื่อเปิดให้กลุ่มเพศหลายหลายมีสิทธิ์สมรสเหมือนชายหญิงได้ ก็เป็นอะไรที่ผมเสนอมาตั้งแต่อยู่ในพรรค ปชป.และก็เป็นอะไร ที่ก็เห็นว่า หลังการเลือกตั้งเสร็จ พรรคก้าวไกล พยายามจะขับเคลื่อนเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผมเลยคิดว่าไม่รู้มันบังเอิญหรือไม่ แต่ความคิดทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มันก็คล้ายกัน 

เงื่อนไขที่เสนอมาจะทำให้บรรยากาศทางการเมืองร้อนแรงขึ้นไหม?

คือผมคงไม่สามารถพูดเรื่องบรรยากาศได้ว่า จะร้อนแรงขึ้นหรือไม่ แต่ผมคิดว่า มันก็เป็นข้อเสนอค่อนข้างเป็นรูปธรรม แล้วผมก็คิดว่าไม่ได้เป็นข้อเสนอที่เกินเลยอะไร เป็นข้อเสนอที่ปกติ หรือพื้นฐานมากในการสร้างระบอบประชาธิปไตย คือเราเพียงต้องการระบอบที่ทุกคนมี 1 สิทธิ์ 1 เสียง เท่าเทียมกัน เราต้องการระบอบการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ โดยศาล รธน.และองค์กรอิสระ มีความเข้มแข็ง และไม่ได้อิงกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมือง แล้วเราก็ต้องการสร้างประเทศที่นโยบาย เศรษฐกิจ สังคมที่ถูกคิดค้นจากพรรคการเมืองมา และก็ถูกประชาชนเลือกเข้ามา มันสามารถดำเนินการได้จริง ไม่ใช่ว่าพอจะมาดำเนินการแล้วดันไปขัดกับยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ถูกเขียนไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว แล้วก็ไม่สามารถดำเนินการได้   

งานนี้คงต้องจับตามมองการเคลื่อนไหวของ "ไอติม" พริษฐ์ ว่าจะขับเคลื่อนไปในทิศทางไหนต่อไป แต่ที่แน่ๆ ก็เริ่มส่งผลสะเทือนกับพรรค ปชป.บ้างแล้ว เมื่อมีการตั้งข้อสงสัยปล่อยข่าวในโลกโซเชียลฯ โดยมีอาจารย์คนดังท่านหนึ่ง กล่าวหาว่า ทั้ง "อาและหลาน" มีการคุยกับ "คนแดนไกล" แล้ว ถึงการเตรียมเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป 

นั่นอาจคือคำตอบว่าทำไม "ไอติม" ถึงออกตัวแรงในช่วงนี้ แบบไม่กลัว "ล้อฟรี" กันเลยทีเดียว 

จะเป็นจริงตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ก็ให้จับตาดูไว้ให้ดี ตอนนี้ก็ถึงขนาดคนในพรรคสีฟ้าอย่าง ปชป.ทนไม่ไหว ต้องออกมาอัดกลับอาจารย์คนดังกล่าวแบบไม่ไว้หน้าว่า ไม่เป็นจริง 

งานนี้ก็คงต้องยึดคำโบราณ "ฟังหูไว้หู" หรือ "ไม่มีไฟก็ย่อมไม่มีควัน" 

กาลเวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์....

ผู้เขียน:เดชจิวยี่ 

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

special contentไล่ระบอบประยุทธ์พริษฐ์ วัชรสินธุไอติมอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก้าวไกลไม่คุยมาร์คประชาธิปัตย์แก้รัฐธรรมนูญ250ส.ว.ปชป.ข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:54 น.