ไลฟ์สไตล์
100 year

ถึงคิวสอยนายกรัฐมนตรี 75 เพื่อไทยร้องศาล ใช้อำนาจโดยมิชอบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
9 เม.ย. 2564 05:25 น.
SHARE

ควันหลงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 75 ส.ส.เพื่อไทยเข้าชื่อยื่นศาล รธน.สอย “บิ๊กตู่” ปมใช้อำนาจมิชอบต่อสัญญาสายสีเขียว-ยึดบ้านหลวง “เสรีฯ” เอาด้วยชงศาล รธน.สอบคุณสมบัติ “ผู้กองนัส” กรณีถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาจำคุกคดีหิ้วแป้ง แซะ “ลุงตู่” คนศีลเสมอกันอยู่ด้วยกันได้ “บิ๊กป้อม” โยนค่าทำขันลงบัญชีเลือกตั้งคราวหน้า ส.ว.เล่นเกมตีรวนเสนอนับองค์ประชุมแต่ดันไม่แสดงตน ทำ พ.ร.บ.ประชามติค้างเติ่ง ต้องไปว่ากันต่อสมัยประชุมหน้า

ผลสืบเนื่องจากการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ล่าสุด ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวน 75 คน เข้าชื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องสิ้นสุดลง เหตุจากใช้อำนาจโดยมิชอบ

ข่าวแนะนำ

75 ส.ส.พท.ยื่นศาล รธน.สอย “ตู่”

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อม ส.ส.เพื่อไทย ยื่นเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 184 (2) และมาตรา 186 หรือไม่

ปมใช้อำนาจมาตรา 44 โดยมิชอบ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.เพื่อไทย จำนวน 75 คน เข้าชื่อขอให้ประธานสภาฯส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและ ครม. กรณีต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไป 40 ปี และกรณีอยู่บ้านพักหลวง โดยเฉพาะการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว พล.อ.ประยุทธ์ลงนามหลังพ้นจากหัวหน้า คสช. แต่กลับใช้อำนาจตามมาตรา 44 ต่อสัญญาสัมปทาน หลีกเลี่ยง พ.ร.บ.ร่วมทุน ทำให้เกิดการผูกขาดตัดตอน ไม่มีการแข่งขัน มีข้อพิรุธมากมาย ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์อาศัยช่วงชุลมุนสถานการณ์โควิดระบาด จะนำเรื่องต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าที่ประชุม ครม. ถามว่าห่วงอะไรถึงต้องรีบนำเรื่องนี้มาพิจารณา ทั้งที่เรื่องที่ควรดำเนินการมากที่สุดเวลานี้คือการแก้ปัญหาโควิดให้ประชาชน

“เสรีฯ” ชงสอบคุณสมบัติ “ผู้กองนัส”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงว่า กมธ.ฯมีมติเห็นชอบรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กรณีถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาจำคุกคดียาเสพติดปี 2536-2540 โดย กมธ.ฯพิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องร้ายแรง เจตนารัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ต้องการตัดสิทธิผู้มีความประพฤติไม่เหมาะสม กมธ.ฯเตรียมส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัสต่อไป

แซะคนศีลเสมอกันอยู่ด้วยกันได้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า จากรายงานเห็นได้ว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ปฏิเสธข้อหาการถูกจับกุมกรณียาเสพติด แต่ต่อสู้ว่าเป็นคำพิพากษาศาลต่างประเทศไม่ใช่ศาลไทย และยังมีการล้างมลทินจาก พ.ร.บ.ล้างมลทินแล้ว ทั้งนี้ วันที่ 5 พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็น ส.ส. และรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส ต้องรอดูว่าผลจะเป็นอย่างไร ส่วนตัวสงสัยว่าเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จึงแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรี คนศีลเสมอกันคุยกันรู้เรื่อง ถ้าศีลต่างกันคงคุยไม่รู้เรื่อง ฝากประชาชนไปคิดกันเอาเอง

“บิ๊กป้อม” โยนค่าขันลงบัญชีเลือกตั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการยื่นเรื่องให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการจัดทำขันน้ำแจกประชาชนในช่วงสงกรานต์ว่า ไม่มีอะไร เรื่องนี้พรรคเป็นคนดำเนินการ เมื่อถามว่าการจัดทำขันน้ำดังกล่าวจะนำไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ใช่ เมื่อถามย้ำว่านายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่าเหมือนการแจกขันให้ประชาชนไปอยู่ตามสะพานลอย พล.อ.ประวิตรตอบว่า แล้วเราจะให้อย่างงั้นหรือเปล่า และในอดีตเคยมีใครทำ ฉะนั้นก็เป็นอย่างนั้นไปแล้วกัน

ไฟเขียวประชามติผ่านออนไลน์

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น. มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ทั้งนี้ ยังคงมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม มี ส.ส. ส.ว.เข้าร่วมประชุมบางตา เนื่องจากมี ส.ว.หลายคนไปฉีดวัคซีนโควิดตามโรงพยาบาลต่างๆต้องรออยู่เกือบ 1 ชั่วโมง จึงมาครบองค์ประชุม ทันทีที่เข้าสู่วาระประชุม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานการประชุม แจ้งต่อที่ประชุมว่าตามที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณี กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ 5 ส.ส.กปปส.ไว้พิจารณา ทำให้ทั้งหมดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ทำให้มีจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ขณะนี้เหลือ 731 คน องค์ประชุมต้องมีจำนวนกึ่งหนึ่งคือ 366 คน จากนั้นจึงเริ่มพิจารณามาตรา 42/3-42/6 ประเด็นการใช้เครื่องออกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ กมธ.แก้ไขเพิ่มเติมนอกเหนือจากช่องทางลงคะแนนในบัตรลงคะแนนปกติ และลงคะแนนทางไปรษณีย์ สมาชิกส่วนใหญ่ไม่คัดค้าน

ท้วงเหมือนตีเช็คเปล่าให้ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่การพิจารณามาตรา 42/6 กรณีให้อำนาจคณะกรรมการสามารถเห็นสมควรให้ลงคะแนนออกเสียงโดยวิธีอื่นได้ ปรากฏว่ามี ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายทักท้วงจำนวนมาก เพราะ กมธ.ไม่สามารถชี้แจงได้ว่าวิธีการอื่นคืออะไร เกรงว่าจะเป็นการตีเช็คเปล่าให้ กกต.ไปกำหนดวิธีอะไรก็ได้ แต่ที่ประชุมเสียงข้างมากยังลงมติเห็นชอบตามที่กมธ. เสนอมาทุกมาตรา

องค์ประชุมหวิดล่มมิล่มแหล่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีสมาชิกอยู่ร่วมประชุมบางตา เมื่อพิจารณามาถึงมาตรา 50 เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติ ปรากฏว่ามีสมาชิกเหลืออยู่แค่ 372 คน เกินองค์ประชุมมาแค่ 6 คนเท่านั้น ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ต้องประกาศกระตุ้นเตือนขอความร่วมมือให้อยู่ในห้องประชุม ให้อดทนช่วยกันทำหน้าที่ แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น แม้นายชวนจะกดเรียกแสดงตนถึง 3 รอบ สมาชิกก็ยังไม่ค่อยเข้ามา จนนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย หารือว่าหากต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อนจะมีผลทางกฎหมายหรือไม่ จะเปิดประชุมวิสามัญอีกครั้งได้หรือไม่ นายชวนชี้แจงว่า จะไม่เปิดประชุมวิสามัญเป็นครั้งที่สาม ถ้าไม่ผ่านเรื่องก็ค้างต้องไปประชุมสมัยสามัญอีกที เหมือนเราไม่รับผิดชอบ ขอให้ทุกคนอดทนช่วยกันทำหน้าที่ ก่อนจะกดเรียกแสดงตนเป็นครั้งที่ 4 มีสมาชิกแสดงตน 377 คน เกินองค์ประชุมมา 11 เสียง

“ชวน” พักเบรกให้วิป 3 ฝ่ายไปแก้

จากนั้นเมื่อถึงมาตรา 51 เรื่องการประกาศผล การออกเสียงประชามติ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. เสนอขอนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ แต่นายชวนชี้แจงว่ายังมีสมาชิกเข้าๆออกๆห้องประชุม และขอร้องไม่ให้นับองค์ประชุม ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวเสริมว่าเห็นใจการประชุมวันนี้มีเรื่องสถานการณ์โควิดเข้ามา ส.ส.หลายคนไม่สามารถมาประชุมได้ ต้องไปตรวจหาเชื้อ แต่ขอให้ระวังเรื่องการเสียบบัตรแทนกันด้วย สังเกตเห็นเสียงตอนแสดงตน กับเสียงตอนลงมติ มีผลต่างกันแบบผิดสังเกต เกรง จะมีคนเสียบบัตรแทนกัน ทำให้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สวนกลับนายสมชายทันทีว่าอย่ามาโยนขี้ให้กัน นายชวนจึงรีบตัดบทดำเนินการประชุมต่อไปถึงมาตรา 53 มีสมาชิกอยู่แสดงตนแค่ 374 เสียง ทำให้นายชวนตัดสินใจพักการ ประชุม 10 นาที พร้อมให้วิป 3 ฝ่ายไปหารือกันแก้ปัญหาเรื่ององค์ประชุม

สุดท้ายไปไม่รอดชิงปิดก่อนสภาล่ม

กระทั่งเวลา 15.05 น. เมื่อกลับมาประชุมอีกครั้ง เพื่อพิจารณาต่อในหมวด 8 การคัดค้านการออกเสียงประชามติ แม้นายชวนจะพยายามทอดเวลาให้สมาชิกอภิปรายรอสมาชิกเข้ามาแสดงตน แต่ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือ นายชวนจึงกล่าวว่า เปิดประชุมวิสามัญเรื่องนี้ 2 ครั้งแล้ว แต่มาลงเอยอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนา ให้โอกาสสมาชิกแสดงตนแล้ว จึงขออนุญาตเลื่อนการประชุมครั้งนี้ไปประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากมีความจำเป็นต้องให้องค์ประชุมมีความสมบูรณ์ แม้จะยังไม่นับองค์ประชุม แต่ก็เห็นว่าควรเลื่อนออกไป จากนั้นเลขาธิการสภาฯได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และปิดประชุมในเวลา 15.19 น.

ไล่ รบ.ออกไปถ้ากฎหมายไม่ผ่าน

ต่อมาแกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมกันแถลง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มี ส.ว.คนหนึ่งเสนอนับองค์ประชุมโดยวิธีขานชื่อ แต่สมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่งนั่งอยู่นอกห้องประชุมโดยไม่ยอมเข้าห้อง เหมือนมีเจตนาทำให้องค์ประชุมล่ม ทั้งที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอยู่ในห้องประชุมครบ ผิดหวังอย่างยิ่งที่ ส.ว.บางคนไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม จนทำให้องค์ประชุมล่มไป ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติที่รัฐบาลเสนอขึ้นมาเอง แต่กลับปล่อยให้การประชุมเป็นภาระของพรรคฝ่ายค้าน ทำให้ต้องรอไปอีก 2 เดือน ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก หาก พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ไม่ผ่านการพิจารณาในวาระ 3

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาล ทั้งยังเป็นการเปิดประชุมสมัยวิสามัญขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะผู้สนองพระบรมราชโองการต้องรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว

เฉ่งยับ ส.ว.–รบ.สุมหัวกันเตะถ่วง

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ครั้งที่แล้วร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำ โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้มีเจตนาต้องการเตะถ่วงขัดขวางไม่ให้มีช่องทางทำประชามติ เพื่อให้มี ส.ส.ร. ทั้งที่อ้างมาตลอดว่าต้องไปฟังเสียงประชาชนก่อน เป็นการเล่นปาหี่ลุแก่อำนาจ ขอเตือน ส.ว. และนายกฯว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปอีก ประชาชนกำลังจะหมดความอดทน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ และ ส.ว.ยังเป็นแบบนี้อีก คิดว่าคงต้องขับไล่รัฐบาล และ ส.ว.

จวกปอดแหกวิ่งหนีประชามติ

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่พยายามไกล่เกลี่ย แต่ฝั่ง ส.ว.มีท่าทีบ่ายเบี่ยงไม่รับ สุดท้ายแม้ประธานขอให้ประชุมต่อถ้าไม่ไหวค่อยเลิก พอเข้าห้องประชุม ส.ว.ก็เลิกจริงๆ แสดงให้เห็นว่ากลัวการถามประชาชนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เลยพยายามหนี ทางเดียวที่หนีได้คือการพยายามทำให้ พ.ร.บ.ประชามติช้าออกไปให้ได้มากที่สุด ถ้าทำให้กฎหมายตกไปได้ คงทำไปแล้ว ขอร่วมประณามอีกเสียง

ลุยแก้ รธน.ช่วงปิดสมัยประชุม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าในช่วงปิดสมัยประชุมไปจนถึงวันที่ 22 พ.ค. พรรคฝ่ายค้านจะเดินสายพบประชาชน 4 ภาค เพื่อลงไปดูความเดือดร้อน และฟังเสียงประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขานุการผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ท่าทีพรรคร่วมฝ่ายค้านคือยังยืนยันจุดยืนเดิมว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นปัญหา ต้องแก้ไขทั้งฉบับโดยให้ประชาชนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม ระหว่างนี้เสนอแก้ไขเป็นรายมาตรา เราเห็นว่าสามารถทำคู่ขนานกันไปได้ และจะยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง พยายามยื่นให้ทันการเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญวันที่ 22 พ.ค.นี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทยรัฐมนตรีศาลรัฐธรรมนูญพรรคร่วมฝ่ายค้านข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 เวลา 06:42 น.