ไลฟ์สไตล์
100 year

ฉะหนักพลังประชารัฐแหกตาพรรคร่วมรัฐบาล ปมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
8 เม.ย. 2564 05:25 น.
SHARE

“ไพบูลย์” นำรายชื่อ 110 ส.ส.พปชร.ยื่นแก้ไข รธน.รายมาตรา ยัน “บิ๊กป้อม” เห็นชอบแล้ว “สงคราม” ฉะแค่ทำแหกตาพรรคร่วมรัฐบาล พท.ชู 2 โมเดล รื้อทั้งฉบับ-แก้รายมาตรา สภาลุ้นหนัก ส.ส.-ส.ว.ครบองค์ฉิวเฉียดโหวตร่างประชามติ ประชาชนเข้าชื่อ5หมื่นคนขึ้นไป “บิ๊กตู่” บ่นพึมไม่ได้อยู่เป็น นายกฯไปจนตาย “ลุงป้อม” เมินทัวร์ลงขันสงกรานต์ “ศรีฯ” ยื่น กกต.สอบแล้ว ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน “ปารีณา” หมิ่น“ช่อ” แต่ให้รอการลงโทษ 2 ปี “ผู้กองนัส” ลุ้นศาลรธน.ชี้ชะตาคดีหิ้วแป้ง

ได้ฤกษ์งามยามดี นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หอบรายชื่อ 110 ส.ส.ของพรรคยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา มี 5 ประเด็น รวม 13 มาตรา ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา เรียบร้อยแล้ว

ข่าวแนะนำ

110 ส.ส.พปชร.ยื่นแก้รายมาตรา

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 7 เม.ย.ที่รัฐสภานายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำรายชื่อ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 110 คน ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมจำนวน 5 ประเด็น 13 มาตรา ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา นายไพบูลย์กล่าวว่า สาระสำคัญคือการแก้ไขระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ ตรงความต้องการของพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล แสดงถึงความจริงใจให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นรูปธรรม ส่วนที่ไม่เสนอเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว. เราไม่แก้อะไรที่มีข้อขัดแย้ง ดูแล้วอาจไม่สำเร็จ ลักษณะเอาประชาชนเป็นตัวประกัน พรรคมุ่งแก้ปัญหาประชาชนก่อน แต่ไม่ห้ามหากใครไปยื่นแก้ไขประเด็นอื่น ร่างดังกล่าวผ่านตา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พปชร. และเห็นชอบแล้ว เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้มาตรา 256 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะสนับสนุนหรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า ต้องไปถาม ส.ว.ก่อน เพราะกระทบ ส.ว. และต้องถามฝ่ายค้าน สุดท้ายต้องถามรัฐบาลด้วยเพราะเป็นผู้ใช้งบประมาณทำประชามติ หากบรรจุร่างเข้าสภาช่วงต้นเดือน มิ.ย. คาดว่าจะเสร็จในเดือน ส.ค.

“สงคราม” ฉะทำแหกตาพรรคร่วม

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของ พปชร. ที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.เสนอเข้าสภา ไม่ได้แก้เพื่อประโยชน์ประชาชน แต่เพื่อประโยชน์ของ พปชร.การไม่ตัดอำนาจ ส.ว.เพราะ ส.ว.แต่งตั้งมาเป็นนั่งร้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถือเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง พรรคเพื่อชาติเห็นร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน คือเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ถือเป็นวิธีการถูกต้องที่สุด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาต้องรื้อทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่กลับไม่มีความจริงใจที่จะแก้ แค่เขียนเอาไว้หลอกพรรคร่วมรัฐบาล และโกหกประชาชนเท่านั้น

พท.ชู 2โมเดลรื้อทั้งฉบับ–รายมาตรา

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยจะยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2 แบบ คือ แก้ทั้งฉบับ และแก้แบบรายมาตรา ถ้าต้องทำประชามติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องทำ ถ้าประชาชนเอาด้วยมือในสภาก็ไม่มีสิทธิมาโต้แย้ง เพราะเป็นความต้องการของประชาชน ส่วนกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวประธานวิปฝ่ายค้านนั้นยังไม่ทราบ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เรื่องตำแหน่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ได้บอกว่าไม่มี อะไรก็เป็นไปได้

สภาลุ้นหนักโหวตประชามติ

ที่รัฐสภาเมื่อเวลา 09.30 น. มีการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ บรรยากาศในห้องประชุมมีสมาชิกรัฐสภามาร่วมประชุมบางตา เนื่องจากหลายคนลาประชุมเพื่อกักตัว 14 วัน เนื่องจากมีความเสี่ยงไปสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิด อาทิ พรรคภูมิใจไทยที่ลาประชุมยกพรรค รวมถึง ส.ส.ประชาธิปัตย์ และ ส.ว.บางส่วน ทำให้เมื่อเปิดประชุมมี ส.ส. และ ส.ว.อยู่เพียง 289 คน จากสมาชิกทั้งหมด 736 คน ยังไม่ครบองค์ประชุม 368 คน ไม่สามารถเริ่มประชุมได้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ประธานในที่ประชุมจึงแจ้งให้รอครบองค์ประชุมก่อน กระทั่งเวลา 10.00 น.กลับมาประชุมอีกครั้งมีองค์ประชุม 377 คน ถือว่าครบองค์ประชุม ขณะที่บรรยากาศนอกห้องประชุมมีมาตรการเข้มงวด พร้อมทั้งตั้งจุดเจาะเลือด (rapid test) หาเชื้อโควิดในเบื้องต้นแก่ ส.ส. ส.ว. ก่อนเข้าห้องประชุม โดยใช้เกณฑ์ความสมัครใจ ปรากฏว่ามีนายสมชาย แสวงการ นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ส.ว. เข้ารับการตรวจ หลังจากไปร่วมงานเลี้ยงของเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ผลการตรวจ ส.ว.ทั้ง 3 คน ไม่พบเชื้อ

ประชาชนเข้าชื่อ 5 หมื่นคนขึ้นไป

ทั้งนี้ เมื่อเริ่มการประชุม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เสนอให้เลื่อนประชุมออกไปก่อน เนื่องจากมี ส.ส. ส.ว.ลาประชุมจำนวนมาก เพื่อให้การพิจารณากฎหมายรอบคอบ แต่นายชวนแย้งว่า เมื่อครบองค์ประชุมก็ต้องประชุม เว้นแต่เป็นความเห็นของที่ประชุมรัฐสภา แม้ ส.ส.พลังประชารัฐจะพยายามขอให้เลื่อนการประชุมออกไป แต่นายชวนยืนยันให้เดินหน้าประชุมต่อ จากนั้นนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ชี้แจงรายละเอียดการปรับแก้ไขเนื้อหามาตรา 10-11 และมาตรา 20/3 ของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้สอดคล้องกับเนื้อหามาตรา 9 มี กมธ.เสียงข้างน้อย และสมาชิกหลายคน เห็นแย้งว่าการกำหนดให้ประชาชนต้องเข้าชื่อ 5 หมื่นคนเสนอทำประชามติเป็นจำนวนที่มากเกินไป ควรเหลือแค่ 1 หมื่นคนก็เพียงพอ เพราะถึงอย่างไรอำนาจชี้ขาดยังเป็น ครม. แต่ที่ประชุมมีมติ 347 ต่อ 154 เสียง ยืนตามร่างเดิม

ห้ามพระ–เณร–นักบวชออกเสียง

ต่อมาช่วงบ่าย ที่ประชุมถกเถียงกันอย่างหนักในมาตรา 17 ที่กำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตออกเสียง แต่ กมธ.เสียงข้างน้อย และ ส.ส.ฝ่ายค้านเห็นค้านจำนวนมาก มองว่าการออกเสียงประชามติในระดับพื้นที่ในกรณีที่ไม่อาจใช้เขตจังหวัดเป็นเขตออกเสียงได้ ควรให้คณะกรรมการกำหนดเขตออกเสียงเฉพาะเป็นกรณีๆไป โดยประชาชนควรมีสิทธิทำประชามติออกเสียงได้ในทุกระดับ ไม่ควรมุ่งเน้นไปเฉพาะการทำประชามติระดับประเทศเท่านั้น เป็นการปิดปากประชาชน แต่ที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นด้วยตาม กมธ. และที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นชอบในมาตรา 20 ตามที่ กมธ.แก้ไข กำหนดห้ามพระภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช และผู้อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ฯลฯ เป็นผู้ออกเสียงประชามติ

ไม่ได้อยู่เป็นนายกฯไปจนตาย

จากนั้นเวลา 15.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานการเปิดใช้งานทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ช่วง อ.ปากช่อง-อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ขอให้เดินทางกันอย่างระมัดระวัง คนพร้อม รถพร้อม ไม่ดื่มสุรา พักผ่อนให้เพียงพอ สนุกสนานอย่าให้เกินเลย สำคัญที่สุดคือชีวิตตัวเอง ครอบครัว และชีวิตคนอื่น อย่านึกถึงแต่ตัวเองสนุกชั่วคราว ทำอะไรต้องมีสติ สัมปชัญญะ วันนี้ขออย่าสนใจเรื่องไม่ใช่เรื่อง “ผมไม่ได้อยู่ไปจนตายซะเมื่อไหร่ ไหนมีใครไม่ชอบนายกฯบ้างยกมือขึ้น คนเราเกลียดยังไงก็เกลียดคนรักอย่างไรก็รัก เหมือนกับเพลงยืนเฉยๆเขาก็รักขออย่าโกรธนายกฯนักเลย ทำงานไม่เคยหยุด”

“ศรี” ยื่น กกต.สอบ พปชร.เเจกขัน

ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. จัดทำขันน้ำกว่า 2 แสนใบ ให้ ส.ส.นำไปแจกประชาชนในพื้นที่ช่วงสงกรานต์ อาจไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยจำนวนหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการให้ตามประเพณี หรือเมื่อมีเหตุอันสมควรมีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ซึ่งขันน้ำพลาสติกจำหน่ายกันในท้องตลาดทั่วไปราคาประมาณใบละ 10-29 บาท ดังนั้น การจัดทำขันของ พล.อ.ประวิตรตกอยู่ประมาณ 2-9 ล้านบาท ตามระเบียบกำหนดว่าการให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้เกินกว่าจำนวนที่กำหนด อาจคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป

“ลุงป้อม” เมินทัวร์ลงขันสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุม ครม.ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. ถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีดังกล่าว แต่ พล.อ.ประวิตรมีสีหน้าเรียบเฉย และไม่หยุดตอบคำถามใดๆ ก่อนก้าวขึ้นรถไปทันที

ก.เกษตรฯหนุนกรีดยางหน้าสูง

อีกเรื่อง นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้หาแนวทางพัฒนาต้นยางสร้างรายได้ให้มากขึ้น จึงร่วมกับฝ่ายวิจัย ฝ่ายส่งเสริม กยท. หาแนวทางส่งเสริมให้เกษตรกรหันมายืดอายุยางพารา ด้วยการกรีดยางหน้าสูงมากขึ้น จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ต่อเนื่องไปอีก 5-10 ปี ปัจจุบันเกษตรกรไม่นิยมกรีดยางหน้าสูง ทั้งที่ตรงนั้นเป็นแหล่งอาหาร น้ำยางออกมาไม่น้อยกว่าปกติ ผลผลิตเท่าเดิม คือ 3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี หรือเฉลี่ย 300 กก.ต่อไร่ต่อปี ถ้าคำนวณออกมาเป็นรายได้ 300 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี คูณ 60 บาท/กก. เท่ากับ 18,000 บาท/ไร่ต่อปี และจากการวิจัยในต่างประเทศ ยางพารามีอายุการกรีดได้ถึง 40-50 ปี ถ้าดูแลสวนยางให้ดี

ศาลสั่งจำคุก “ปารีณา” หมิ่น “ช่อ”

ที่ศาลอาญา ศาลมีคำพิพากษาคดี น.ส.พรรณิการ์ วานิช อายุ 33 ปี กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อายุ 45 ปี ส.ส.ราชบุรี พปชร. เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาท หมิ่นผู้อื่นโดยการโฆษณาตาม ป.อาญามาตรา 326 และ 328 กรณี 4 ส.ค.62 จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวหาใส่ร้ายโจทก์และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีส่วนรู้เห็นกับเหตุระเบิดในหลายพื้นที่ กทม. และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้วนเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดให้จำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท ทางนำสืบจำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี จากนั้น น.ส.ปารีณาจ่ายค่าปรับ 66,666 บาทต่อศาลเสร็จ เดินทางกลับทันที

“ผู้กองนัส” ลุ้นศาล รธน.ชี้ชะตา

วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมปรึกษาคดีในคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ สิ้นสุดลงหรือไม่ ตามที่ ส.ส. 51 คน เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาฯ กรณี ร.อ.ธรรมนัสเคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายอันถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้าซึ่งยาเสพติด แม้จะเป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ ทำให้ผู้ถูกร้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส. และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดอ่านคำวินิจฉัย ในวันที่ 5 พ.ค. เวลา 15.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคพลังประชารัฐพรรคร่วมรัฐบาลส.ว.พรรคเพื่อไทยไพบูลย์ นิติตะวันข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 00:26 น.