ไลฟ์สไตล์
100 year

“ชัยวุฒิ” รมว.ดิจิทัลคนใหม่ เดินหน้าสานต่อ ตอบชัดรับคำสั่งปราบม็อบโซเชียลจริงหรือ

ไทยรัฐออนไลน์
6 เม.ย. 2564 08:06 น.
SHARE
  • รัฐมนตรีดิจิทัลคนใหม่ สานต่อ ตั้งเป้าเทคโนโลยีทั่วถึงประชาชน
  • วางกรอบขับเคลื่อน 5 เรื่อง อีกไม่กี่เดือน ได้เห็น National Digital ID
  • ฟังคำตอบชัดๆ รับคำสั่งผู้ใหญ่ปราบม็อบโซเชียลจริงหรือ

    หลังเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ว่างเว้นไปจากกรณีที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ถูกศาลชั้นต้นตัดสินคดี คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปี 2556-2557 ซึ่ง บี-พุทธิพงษ์ ถูกพิพากษาให้จำคุก 7 ปี ทำให้ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี และต้องหลุดจากตำแหน่งในทันที เมื่อเก้าอี้ว่างลงแน่นอนว่าหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ต้องเสนอรายชื่อคนใหม่ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลขึ้นทูลเกล้าฯ จนเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 มี.ค. มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา รวม 4 ตำแหน่ง หนึ่งในนั้นคือ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคนใหม่ และหลายคนต่างจับตาการทำหน้าที่ไม่แพ้รัฐมนตรีหน้าใหม่คนอื่นๆ

ข่าวแนะนำ

จากนั้น ชัยวุฒิ พร้อมด้วย 3 รัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนทำหน้าที่ และต่อมาร่วมถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ประยุทธ์ 2/4 เมื่อ 30 มี.ค. และร่วมประชุม ครม.นัดแรกในทันที ขณะที่ก่อนหน้านั้น 1 วัน ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดกองทุนดีอี) ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ในวันนั้นที่ประชุมให้ความเห็นชอบกรอบวงเงิน 3,000 ล้านบาท สนับสนุนโครงการที่เข้าเกณฑ์ตามกรอบนโยบายการให้ทุนสนับสนุนประจำปี 2564 โดยการเปิดรับข้อเสนอโครงการ กิจกรรม ที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนดีอีปีนี้ กำหนดกรอบนโยบายการให้ทุนไว้ 6 ด้าน คือ

1. Digital Manpower “การศึกษากับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล” การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการกำหนดนโยบายพัฒนาบุคลากรของประเทศ

2. Digital Health “Advanced eHealth” ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลด้านสาธารณสุข ครอบคลุมการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระบบข้อมูลสารสนเทศทางการแพทย์ การบริการสุขภาพและให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มคนอย่างทั่วถึง

3. Digital Agriculture “เกษตรเชิงรุกด้วยนวัตกรรมดิจิทัล” การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการเกษตรแบบเชิงรุก ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดภาคเกษตร

4. Digital Technology “เทคโนโลยีดิจิทัลในโลกอนาคต” ส่งเสริมการนำอุปกรณ์และระบบดิจิทัล อาทิ อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (Internet of Things) มาใช้ในการบริหารจัดการเมือง ชุมชน และแก้ปัญหาสาธารณะ ตลอดจนยกระดับการบริหารจัดการในภาคต่างๆ

5. Digital Government & Infrastructure “รัฐบาลดิจิทัล” สนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการออกแบบบริการภาครัฐ การบูรณาการและการทำงานร่วมกัน (Interoperability) เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่

6. Digital Agenda “โครงการตามนโยบายเร่งด่วน” โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มุ่งเน้นส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เมื่อถามถึงกรอบวงเงิน 3,000 ล้าน จะจัดสรรอย่างไร และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีส่วนในการบริหารจัดการหรือไม่ ได้คำตอบว่า เขามีบอร์ดใหญ่และเล็กหลายบอร์ด ก็คงดูกันไป ผมเป็นกรรมการในฐานะรัฐมนตรีก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมดอยู่แล้ว ก็ต้องดูแล นำงบประมาณมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาดิจิทัลและประชาชน โครงการอะไรที่ฟุ่มเฟือยหรือไม่มีประโยชน์ก็จะพยายามปรับลดออกไป แต่เขาก็มีแผนที่เตรียมไว้อยู่แล้วของแต่ละหน่วยงาน และอาจจะมีของประชาชนทั่วไปขอเข้ามาด้วย แต่หน่วยงานหลักๆ ของเราก็มีเตรียมโครงการที่จะใช้เงินอยู่แล้ว ซึ่งเงิน 3,000 ล้านบาทเป็นกรอบไว้ก่อน โดยจะต้องดูโครงการที่ยื่นเข้ามาก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นโครงการที่เป็นยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่เราคิดอยากจะทำ มีหน่วยงานที่ทราบว่าจะยื่นเข้ามาอยู่แล้วก็มีการพูดคุยกันอยู่

ในวันรุ่งขึ้น รัฐมนตรีดีอีเอสคนใหม่ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงก่อนเริ่มทำงานเป็นวันแรก โดยมีการมอบกรอบนโยบายในการขับเคลื่อนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 5 เรื่อง

1. การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึง แพร่หลาย เป็นธรรมในทุกมิติ

2. การส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแพร่หลาย ขจัดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ส่งเสริมการพัฒนา e-service ภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนเข้ารับบริการภาครัฐได้โดยสะดวก รวดเร็ว ไม่จำกัดสถานที่

3. จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ ให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก 5G การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และการสนับสนุนให้ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในอินเทอร์เน็ต

4. การพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเข้าสู่โลกดิจิทัล (Trusted digital ecosystem) โดยเฉพาะเรื่อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การส่งเสริมธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

5. การปกป้องคุ้มครองประชาชน จากการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และอินเทอร์เน็ต ในทางมิชอบ

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถ้ามีปัญหามากยังไม่บังคับใช้

ในเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เชื่อว่าหลายคนยังจำได้ว่ามีการประกาศเลื่อนออกไป 1 ปี และจะครบกำหนดในวันที่ 27 พ.ค. นี้ ความคืบหน้าเป็นอย่างไรนั้น ได้รับคำตอบคือ รอเรื่องตั้งกรรมการให้เรียบร้อยก่อน ถ้าตั้งเสร็จทันจะให้รับออกประกาศระเบียบและดำเนินการ แต่หากไม่ทันก็ต้องขยายเวลาออกไป แต่ต้องไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่จะให้ประเทศไทยทันสมัย เป็นเรื่องการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล เพราะประเทศอื่นๆ ก็มีกันหมด ต้องปรับตัวเยอะ เพราะจะกระทบกับทั้งผู้ประกอบการที่เก็บผู้ข้อมูลของประชาชนไปด้วย อีกทั้งมีการเปิดช่องให้ฟ้องร้องดำเนินคดีกันเยอะ ต้องระมัดระวัง เดี๋ยวจะเกิดความชะงักงันทางธุรกิจขึ้น ประชาชนจะลำบาก แต่ตอนนี้ยังไม่มีความกังวล เพราะหากมีปัญหามากจะยังไม่บังคับใช้ เลื่อนไปก่อน เพราะจะกระทบกับประชาชนมาก ต้องระมัดระวังเป็นหลัก ค่อยๆ ปรับตัวไป

รอดู National Digital ID อีกไม่กี่เดือน

ส่วนกรณีได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าภารกิจสำคัญเร่งด่วน คือ National Digital ID ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตน ที่จะเชื่อมโยงบัตรประชาชน และต่อไปอาจรวมถึงการยืนยันตัวตนในการจดทะเบียนบัญชีผู้ใช้สื่อโซเชียล ป้องกันปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ที่สร้างความเสียหายอยู่ในปัจจุบัน จะได้เห็นเป็นรูปร่างเมื่อไร ชัยวุฒิ ตอบว่า เรื่องนี้ยังไม่เสร็จ แต่คุยกันมาหมดแล้ว ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลัก และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ช่วยสนับสนุน แล้วก็นำข้อมูลของรูปหน้าที่อยู่บนบัตรประชาชนซึ่งอยู่ในฐานข้อมูลกระทรวงมหาดไทย มาใช้เป็นฐานในการเช็กว่าตรงกับตัวจริงหรือไม่ ถ้าทำได้ก็จะใช้ในการยืนยันตัวตน ต่อไปก็ไม่ต้องใช้บัตรประชาชนเพราะอยู่ในข้อมูลซึ่งสามารถดึงมาเปรียบเทียบกับตัวจริงเราได้เลย อยากให้สำเร็จจะได้สะดวกต่อการลงทะเบียน ยืนยันตัวตนผ่านออนไลน์ ทั้งการเงิน การค้า ป้องกันการฉ้อโกงกัน ส่วนเรื่องกรอบระยะเวลาว่าจะสำเร็จเมื่อไร ยังไม่ไปถึงขนาดนั้น คงต้องรอให้เขาได้ข้อสรุปจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อน เข้าใจว่าระบบนี้มีอยู่แล้ว มีการทดลองมาระดับหนึ่ง ไม่น่ายากอะไรแค่เปิดระบบ ไม่กี่เดือน พอเปิดระบบเสร็จแต่ละหน่วยงาน เช่น ธนาคาร หรือใครที่จะใช้บริการก็เข้าไปเชื่อมต่อ เหมือนเราเปิดระบบขึ้นมาเพื่อให้เข้าไปตรวจสอบได้ เรื่องบัตรประชาชน

“บิ๊กตู่ - บิ๊กป้อม” ฝากสานต่อเรื่องเป็นประโยชน์กับประชาชน

หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่พูดในหลักการว่าอะไรที่ดีอยู่แล้วก็ทำต่อไป เมื่อดูแล้วเรื่องที่เป็นประโยชน์ก็สานต่อ ส่วนเรื่องอะไรใหม่ๆ ก็ค่อยมาดูกันว่ามีอะไรที่ต้องปรับเพิ่มเติม แต่นโยบายต่างๆ ก็ทำไว้ครบถ้วนอยู่แล้ว “รัฐบาลเดิมอ่ะ พูดง่ายๆ นายกฯ ก็คนเดิม ก็ทำต่อเหมือนเดิมไป ไม่ได้มีเรื่องที่ต้องไปปรับเปลี่ยนอะไร”

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และยังเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ให้แนวคิดว่าดิจิทัลเป็นเรื่องสมัยใหม่ก็จริง แต่จะทำอะไรต้องให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ทำโครงการอะไรก็ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ด้วย อย่างโครงการที่บางเรื่องอาจจะเป็นเทคโนโลยีมากไป หรือลงทุนสูงไป ก็อาจจะปรับลดลงบ้าง ไปเน้นที่การช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด เน้นกระจายให้มีโอกาสเข้าถึง สร้างความเป็นธรรม ส่วนงบประมาณที่จะลงไปก็ต้องเป็นการยกระดับคุณภาพฝีมือแรงงานของประชาชนในเรื่องดิจิทัล ให้คนได้พัฒนาศักยภาพ พัฒนาฝีมือแรงงานด้านดิจิทัลให้มากขึ้น คือให้ประชาชนได้ประโยชน์จากดิจิทัลอย่างทั่วถึงแล้วเป็นธรรม

ส่วนอดีตรัฐมนตรีคนก่อน อย่าง นายพุทธิพงษ์ ไม่ได้ฝากอะไรมากมาย แต่ก็สนิทและคุยกันอยู่เรื่อยๆ ในฐานเพื่อนพี่น้องนักการเมือง รู้จักกันมาหลายปี เราก็สานต่องานเก่าๆ ของเขาอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนถ้ามีอะไรสงสัย ติดขัดตรงไหน ก็โทรศัพท์สอบถามกันบ้างให้เขาอธิบายให้ฟัง

ตั้งเป้าอย่างไรในขณะที่เป็นรัฐมนตรี

“ยังไม่ขอตอบ มีหลายเรื่อง อยากให้มันชัดเจนก่อน เพิ่งเข้ามายังไม่รู้อะไรที่ทำได้หรือไม่ อาจจะมีข้อจำกัดบางอย่าง ขอใช้เวลานิดนึง”

มีกระแสข่าวรับคำสั่งผู้ใหญ่ปราบม็อบโซเชียล?

ถึงจะไม่ได้มาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ เรื่องในโซเชียลก็มีการจัดการอยู่แล้ว รัฐมนตรีคนเก่าก็ทำ ใครก็ต้องทำเพราะเป็นไปตามกฎหมาย มีหน่วยงานทั้งตำรวจ กระทรวง อัยการ ศาล ก็ทำงานใช้กฎหมายอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวว่าต้องผมมา หรือใครมา มันต้องทำอยู่แล้ว การจัดการกับโซเชียลมีเดียที่ทำลายความมั่นคง หลอกลวงประชาชน หรือทำให้ประชาชนเสียหาย เช่น บ่อนการพนัน ฉ้อโกงทรัพย์อะไรต่างๆ ก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว กฎหมายให้อำนาจเราทำ ไม่ได้ถูกกำชับมาเผื่อให้จัดการม็อบ เพราะเป็นเรื่องปกติตามกฎหมาย ทำตามหน้าที่ ข้าราชการเขาทำอยู่แล้ว รัฐมนตรีแค่มากำกับให้เป็นไปตามสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมแค่นั้นเอง ซึ่งตอนนี้ก็เบาลงไปเยอะแล้วในเรื่องที่เกี่ยวกับอะไรที่ไม่ดีในเว็บต่างๆ แต่คงไม่ได้หมดไป มีใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ล่าสุดก็มีเรื่องแพลตฟอร์มกู้ยืมเงินขึ้นมาอีก กำลังดำเนินการกันอยู่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีหน่วยงานที่ทำอยู่แล้ว ทั้ง ตำรวจ ข้าราชการ และศาล ประสานงานกันอยู่ตลอด

ความคาดหมายในบทบาทรัฐมนตรี

“กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นกระทรวงสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในปัจจุบันและอนาคต จะเป็นเรื่องที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทมากในธุรกิจทั้งหมด รวมถึงการใช้ชีวิตของประชาชน เราก็ต้องพยายามปรับตัวทั้งภาครัฐ ในการดูแลเรื่องนี้ให้ดีที่สุด รวมถึงส่งเสริมให้ธุรกิจต่างๆ สามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้แข่งขันและเดินหน้าต่อไปได้ สุดท้ายคืออยากให้ประชาชนเข้ามาที่ส่วนร่วม เรียนรู้และปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลให้ทันสมัยและสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับทุกคนอย่างทั่วถึง นี่เป็นแนวคิดที่ผมอยากทำ และคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่วันนี้เราต้องมาขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วน”

หลังจากนี้คอยติดตามผลงานรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคนใหม่กันว่า จะสานต่อ ขับเคลื่อนงานเป็นอย่างไร จะเป็นดั่งที่เจ้าตัวได้ตั้งเป้าและรัฐบาลมอบหมายหรือไม่ จะสร้างผลงานจับต้องได้และถูกใจประชาชนแค่ไหน ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือ...

ผู้เขียน : กิณรีสีอังกาบ

กราฟิก : Varanya Phae-araya

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์special contentรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมปรับครม.ปรับ ครม. 2564ปรับครมล่าสุดรัฐมนตรีใหม่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลpremium content

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 22:33 น.