เมียนมา...หอกข้างแคร่ไทยไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านอยู่ในความเป็นสมาชิกอาเซียนร่วมกัน มีความผูกพันกันอย่างแนบแน่นทั้งความเป็นประเทศ
และพลเมืองที่คุ้นเคยกันซึ่งไทยต้องยอมรับว่าอาศัยพึ่งพาชาวพม่ามาตลอด ยิ่งแรงงานพม่ายิ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญ
วันนี้เมียนมาเกิดปัญหาขัดแย้งภายในจนเกิดเหตุร้ายแรง
เมื่อทหารเข้ามายึดอำนาจล้มรัฐบาลเลือกตั้งภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี ที่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย
เท่ากับอายุของ “ทหาร” เริ่มสั้นลงไปเรื่อยๆ
จึงต้องทำการปฏิวัติล้มล้างจับกุมนักการเมืองและเครือข่ายอ้างว่ามีการโกงเลือกตั้งและจะจัดการให้มีการเลือกตั้งใหม่
เพียงแต่ไม่ได้บอกว่าจะเป็นเมื่อใด
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก็คือความไม่พอใจของชาวพม่าที่ลุกขึ้นมาคัดค้านต่อต้านพร้อมๆกับนานาประเทศโดยเฉพาะจากชาติตะวันตก สหรัฐฯ ยุโรป
ผ่านทางยูเอ็นและมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และอียูเพื่อหวังให้รัฐบาลทหารยอมปฏิบัติตามข้อกำหนด
ขณะที่รัฐบาลทหารก็ทำการปราบปรามประชาชนด้วยการที่รุนแรงทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากขึ้นทุกวัน
แน่นอนว่าอาเซียนซึ่งเมียนมาเป็นสมาชิกอยู่ด้วยเริ่มมีมาตรการกดดันทหารเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาคำนึงถึงชีวิตผู้คนด้วย
ปกติด้วยข้อตกลงอย่างหนึ่งก็คือถ้าชาติสมาชิกชาติใดชาติหนึ่งมีปัญหาภายในจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
คือไม่แทรกแซงซึ่งกันและกัน
นี่เป็นเรื่องที่ประเทศในอาเซียนจะต้องคิดและหาทางออกเพื่อรักษาชีวิตคนมากกว่ารัฐบาลทหารที่ปราบปรามประชาชน
รัฐบาลไทยซึ่งมีพื้นที่ชิดติดกันยิ่งเป็นรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจากทหาร การดำเนินการทุกอย่างจึงระมัดระวังอย่างยิ่ง
เพราะด้านหนึ่งก็ถูกมองว่าพวกเดียวกัน อีกด้านหนึ่งก็จะถูกเรียกร้องในแง่มนุษยธรรมจึงต้องคิดและหาทางออกที่เหมาะสม
ทางหนึ่งก็คือร่วมมือกับชาติอาเซียนซึ่งมีหลายประเทศแสดงตัวที่ต้องการเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหาอย่างมีนัยสำคัญ
ไม่กดดันก็เหมือนกดดันเมียนมา
แต่ก็เพื่อแก้ไขปัญหาดีกว่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างนี้โดยไม่ได้ทำอะไรกันเลย และน่าจะพูดคุยกันง่ายกว่าชาติอื่นๆ
ยิ่งไปกว่านั้นไม่ควรจะปล่อยให้เมียนมากลายเป็นที่ยึดครองของชาติมหาอำนาจไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยูโร จีน หรือรัสเซีย
เพราะมันจะไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเมียนมาเท่านั้น แต่มันหมายถึงอาเซียนทั้งหมดที่จะต้องเกิดปัญหาด้วยอย่างแน่นอน
ช่วยกันแก้ไขในหมู่ประเทศอาเซียนย่อมดีกว่า
ไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากจะเจ็บปวดกันเอง.
“สายล่อฟ้า”


