ไลฟ์สไตล์
100 year

มายด์รายงานตัว 112 พร้อมพวกตามนัดอัยการ บิ๊กตู่เมินปลุกม็อบ 4 เม.ย.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
2 เม.ย. 2564 05:32 น.
SHARE

มายด์-อั๋วพร้อมพวก 4 คน มาตามนัด รายงานตัวอัยการคดี ม.112 ชุมนุมปราศรัยหน้าสภา 24 ก.ย. ส่วน “ฟอร์ด-ทัตเทพ” ไม่โผล่ ท่ามกลางกระแสข่าวลี้ภัย ขณะที่อัยการรับสำนวน จากพนักงานสอบสวน นัด 21 พ.ค. อีกคดี “ขนุน สิรภพ” แนวร่วม 3 นิ้ว มศว เข้ารายงานตัวตามนัด คดี ม.112 วันชุมนุมสาดสีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัยการเลื่อนฟังคำสั่งไปวันที่ 6 พ.ค. ส่วนไต่สวนคำร้องปล่อยชั่วคราว “โตโต้” วันที่ 2 ตำรวจยันเสื้อเกราะที่ยึดเป็นของกลางยิงด้วย .38 ไม่เข้าศาลนัดฟังคำสั่งพรุ่งนี้ “นิพิฏฐ์” แนะทั้ง 2 ฝ่ายต้องนั่งคุยกันเพื่อลดความแตกแยก เหน็บ “เต้น” ถอดอีเอ็มร่วมม็อบเด็ก “สิระ” ให้ “ตู่-จตุพร” ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา นัดระดมพล 4 เม.ย.

กรณีตำรวจจับกุมแกนนำราษฎรและแนวร่วมกระทำความผิดในข้อหา ม.112 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง คดีอยู่ในชั้นศาล และยังไม่ได้รับการประกันตัว แต่มวลชนยังเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมทางการเมืองต่อเนื่อง เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิก ม.112 ปฏิรูปสถาบัน และให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ข่าวแนะนำ

“มายด์” ไม่เบี้ยวพบอัยการ

ความคืบหน้าล่าสุดในส่วนของแกนนำที่โดนแจ้งข้อหาและอยู่ในกระบวนการยุติธรรม เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 เม.ย. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารรัชดาภิเษก น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ ธนกิจวิบูลย์ผล น.ส.จุฑาทิพย์ หรืออั๋ว ศิริขันธ์ นายชนินทร์ หรือบอล วงษ์ศรี นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ แกนนำและแนวร่วมเครือข่ายผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร-เยาวชนปลดแอก มารายงานตัวอัยการตามที่พนักงานสอบสวน สน.บางโพ นัดส่งตัวพร้อมสำนวนให้อัยการ คดีหมิ่น ประมาทพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายฯ ม.215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีผู้ต้องหาจัดชุมนุมและปราศรัยในกิจกรรมไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินาที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.ย.63 ยกเว้นนายทัตเทพ หรือฟอร์ด เรืองประไพกิจเสรี ที่ยังไม่เข้าพบอัยการตามนัด

ชี้เพื่อนยังไม่ผิด 112 ควรได้ประกัน

น.ส.ภัสราวลีเปิดเผยว่า เหตุการณ์ชุมนุมหน้ารัฐสภาวันดังกล่าว ไปจับตาดูการประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก แต่สมาชิกรัฐสภาหลายคนหนีกลับก่อน ทำให้เราปักหลักหน้ารัฐสภาแสดงเจตจำนงข้อเรียกร้องของเรา สำหรับคดี ม.112 ที่บังคับใช้อยู่ตอนนี้ผิดทางหรือไม่ ความเหมาะสมในการบังคับใช้ถูกต้องหรือไม่ ถูกต้องอย่างไร ขอยืนยันเพื่อนที่ถูกขังยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงควรได้รับสิทธิในการประกันตัว

ยันที่พูดไปเป็นประโยชน์ทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ภัสราวลีปราศรัยครั้งล่าสุดที่แยกราชประสงค์ ถูกฝ่ายตรงข้ามกล่าวหามีผู้เขียนโพยให้อ่าน น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ส่วนตัวมองเป็นเรื่องธรรมดาที่คนที่เห็นต่างพยายามหาเหตุผลมาโจมตีในสิ่งที่เราพูด อยากให้ทุกคนลองเปิดใจว่า แก่นสารที่ตนต้องการส่งคืออะไร แล้วสิ่งที่พูดไปส่งผลดีหรือผลเสียต่อใคร อยากให้วิเคราะห์อย่างจริงใจ สิ่งที่พูดไปมั่นใจว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน การเมือง และสถาบันพระมหากษัตริย์ อยากให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบวิเคราะห์ด้วยความจริงใจ ด้วยหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“อั๋ว” ไม่รู้ข่าว “ฟอร์ด” ลี้ภัย

ขณะที่ น.ส.จุฑาทิพย์ หรืออั๋ว กล่าวถึงเหตุการณ์ชุมนุมหน้ารัฐสภาวันดังกล่าว มีการปราศรัยเรื่องรัฐธรรมนูญและสถาบันกษัตริย์ ทำให้ผู้ปราศรัยโดน ม.112 ขอเป็นกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังต่อสู้กฎหมาย ม.112 ขัดสิทธิมนุษยชน ขัดหลักการประชาธิปไตย ประเทศที่เจริญแล้วเป็นประชาธิปไตยทุกอย่างวิจารณ์ได้ เพราะการวิจารณ์จะนำไปสู่การพัฒนาปฏิรูปให้ดีขึ้นได้ แต่ประเทศไทยพวกเราถูกปิดปากโดยกฎหมายเผด็จการ ไม่มีทางสร้างประชาธิปไตยได้ถ้าเราไม่ร่วมกันสร้าง คดีที่เพื่อนเราโดนไม่ชอบธรรม และไม่ควรมีคดี ม.112 ตั้งแต่แรก เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายทัตเทพลี้ภัยไปแล้ว น.ส.จุฑาทิพย์กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน ต้องรอสอบถามเจ้าตัวอีกที

อัยการนัดอีกครั้ง 21 พ.ค.

ภายหลังกระบวนการส่งสำนวนและรายงานตัวเสร็จสิ้น พนักงานอัยการรับสำนวนไว้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกลับได้นัดฟังคำสั่งคดีในส่วนของ น.ส.ภัสราวลี, น.ส.จุฑาทิพย์, นายชนินทร์ และนายเกียรติชัย 4 ผู้ต้องหาไว้ก่อน เป็นวันที่ 21 พ.ค.64 เวลา 10.00 น. อาจจะเป็นการนัดพบเพื่อฟังคำสั่งทั่วไป หรืออาจจะเป็นการคำนวณเสร็จจะส่งฟ้องต่อศาลในโอกาสต่อไป มีรายงานด้วยว่า ส่วนกรณีนายทัตเทพ ผู้ต้องหาที่ไม่มารายงานตัววันนี้ พนักงานสอบสวน สน.บางโพ เตรียมยื่นขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไปภายในสัปดาห์หน้า

สาดสี ตร.เลื่อนเป็น 6 พ.ค.

ส่วนที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารกรุงเทพใต้ เมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือขนุน แกนนำกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน แนวร่วมผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร มารายงานตัวตามที่อัยการนัดฟังคำสั่งคดีความผิด ม.112 และข้อหาอื่นๆ กรณีร่วมชุมนุมสาดสี ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.63 คดีนี้มีนายชูเกียรติ หรือจัสติน แสงวงค์ เป็นผู้ต้องหาร่วมอีกราย ถูกคุมขังในเรือนจำไม่ได้รับการประกันตัวจากคดี ม.112 ด้วย ปรากฏว่า พนักงานอัยการยังพิจารณาสำนวนไม่แล้วเสร็จ ให้เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีเป็นวันที่ 6 พ.ค.64

ตร.ยันเสื้อ “โตโต้” เป็นเสื้อเกราะ

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญาศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อายุ 28 ปี หัวหน้าการ์ดกลุ่มวีโว่ ม็อบคณะราษฎร ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซ่องโจรฯ หลังถูกจับเมื่อค่ำวันที่ 6 มี.ค.64 ที่ห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ สาขารัชโยธิน ห่างศาลอาญาที่เป็นปลายทางการชุมนุม REDEM 1 กม. และไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายปิยรัฐมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะที่ทนายความและพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน มาร่วมการไต่สวนครั้งที่สองต่อจากวันที่ 31 มี.ค. ศาลให้พนักงานสอบสวนนำผลตรวจเสื้อเกราะที่ยึดเป็นของกลางว่าเป็นยุทธภัณฑ์หรือไม่ โดย พ.ต.ท.พิภัสสร์ พูนลัน พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ส่งรายงานการตรวจสอบพิสูจน์ยืนยันว่าเสื้อเกราะที่ผู้ต้องหาใส่ขณะถูกจับกุม เมื่อยิงด้วยปืน .38 ไม่ทะลุ ถือเป็นเสื้อเกราะและยุทธภัณฑ์ ตาม พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ฯ ขณะที่พนักงานสอบสวนและทนายจำเลยไม่ติดใจไต่สวนพยานอื่นอีก เมื่อการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลนัดฟังคำสั่งปล่อยชั่วคราวหรือไม่ ในวันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.) เวลา 13.30 น.

เลื่อนอ่านอุทธรณ์คดี “ARMY57”

ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาล อุทธรณ์คดีผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง กรณีเดินขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเมื่อวันที่ 24 มี.ค.61 หรือคดี “ARMY57” เรียกร้องให้ คสช.ไม่เลื่อนการเลือกตั้งยุติการสืบทอดอำนาจ อัยการยื่นฟ้องผู้ชุมนุม 47 คน ใน 3 ข้อหาหลัก 1. ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 2. ร่วมกันเป็นผู้ชุมนุมก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชน, เดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมหลัง 18.00 น., ไม่เลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่ได้แจ้งไว้ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และ 3.กีดขวางการจราจร ระหว่างพิจารณาจำเลยเสียชีวิต 1 เหลือจำเลย 46 คน ศาลชั้นต้นพิพากษาวันที่ 26 ธ.ค.62 ให้ยกฟ้องจำเลย 45 คน ยกเว้น น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด ศาลเห็นว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ในฐานะผู้จัดการชุมนุม แต่ไม่สามารถดูแลการชุมนุมให้เลิกในเวลาตามที่แจ้งไว้ และไม่สามารถควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เดินบนพื้นผิวการจราจรได้ ลงโทษปรับ 1,000 บาท น.ส.ชลธิชายื่นอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม วันนี้ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ได้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกครั้งออกไปเป็นวันที่ 9 พ.ค.64 เวลา 09.00 น.

“นิพิฏฐ์” แนะลดแตกแยกต้องคุยกัน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “การชุมนุมที่ยังไม่เห็นการพูดคุยกันอย่างจริงจัง” มีคนถามว่าเขียนเรื่องการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนนักศึกษาบ่อยครั้ง สรุปแล้วต้องการอะไร ขอตอบว่าต้องการเห็นการเจรจาระหว่างผู้ชุมนุมกับผู้มีอำนาจ บางเรื่องก็หงุดหงิดกับการชุมนุมและข้อเรียกร้องของเขา ออกมาวิจารณ์หลายครั้ง บางเรื่องเป็นเรื่องไร้เดียงสาเป็นไปไม่ได้ แต่พยายามคิดว่าเขาเพียงสะท้อนความต้องการ ส่วนความต้องการนั้นถูกต้องหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องนั่งคุยและเจรจากัน แต่จนบัดนี้ยังไม่เห็นการนั่งลงพูดคุยและเจรจากัน ไม่มีการชุมนุมที่ไหนในโลกจบลงด้วยการไม่พูดคุยกัน การชุมนุมที่ไม่คุยกันมีแต่จะสร้างความขัดแย้ง สร้างความรุนแรง สร้างบาดแผลในใจให้ทุกฝ่าย ไม่เป็นผลดีกับชาติบ้านเมือง เรายังไม่เห็นปัญหากันอีกหรือ ความยากของการพูดคุยกันคือ คนไทยแตกแยกกันจนกลายเป็นความเกลียด เหมือนจะอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้

ปัญหาคือไม่เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน

“ปัญหาคือเราไม่เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันท่ามกลางความเห็นต่าง เรามุ่งแพ้-ชนะกันอย่างเดียว ทั้งที่การต่อสู้บางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีผู้แพ้ และไม่จำเป็นต้องมีผู้ชนะ เรามีความอดทน-อดกลั้นในการรับฟังความเห็นต่างน้อยมาก เราใช้ความรุนแรงทางคำพูด (hate speech) จนติดปาก เริ่มก็ด่ากันก่อน เราศึกษากันน้อยไม่มีข้อมูล ไม่มีความรู้ในเรื่องที่เถียงกัน ความจริงความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ยาก เพราะไม่มี หรือ (อาจจะ) มีพรรคการเมืองเข้าไปสนับสนุน แต่นับว่าน้อย แต่เมื่อวานผมเห็นนักการเมืองตัวดังๆในอดีตถอดกำไลอีเอ็มที่ข้อเท้า บอกว่าจะเข้าร่วมชุมนุมสนับสนุนด้วย ก็คงสนุกสนานกันใหญ่อีกรอบล่ะ เอวัง” นายนิพิฏฐ์ระบุ

“เชาว์” เตือนบ้าจี้ตาม “โรม” ระวังคุก

ด้านนายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ เสนอให้เชิญประธานศาลฎีกาหรือตัวแทนมาชี้แจงเนื่องจากสังคมออนไลน์ระบุประธานศาลฎีกากล่าวในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีบุคคลภายนอกสั่งมาห้ามประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎรว่า นายรังสิมันต์ ใช้อำนาจ กมธ.ก้าวล่วงอำนาจตุลาการ ขัด พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ.ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามาตรา 5 ที่ห้ามมิให้ใช้บังคับกับผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ฯ ขัดข้อบังคับการประชุมสภาฯ ถ้าปล่อยให้ใครก็ได้สามารถตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของศาลได้จะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของคำสั่งศาลหรือคำพิพากษาไม่ถึงที่สุด ที่สำคัญศาลมีระบบตรวจสอบกันเองอยู่แล้วถึง 3 ศาล นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการตุลาการ (กต.) ควบคุมกลั่นกรอง เรื่องที่นายรังสิมันต์จะเชิญประธานศาลฎีกามาชี้แจง ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ.หากบ้าจี้ตามถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะติดคุกโดยไม่รู้ตัว

กมธ.ก.ม.ปัดเรียกศาลแจง

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ กล่าวว่า กมธ.ยังไม่มีมติให้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษก กมธ. การกฎหมายฯ แถลงเชิญประธานศาลฎีกามาชี้แจงกรณีไม่ให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎร เพราะต้องรอดูก่อนว่าขัดรัฐธรรมนูญ และระเบียบข้อบังคับสภาหรือไม่ การแถลงข่าวของนายรังสิมันต์เป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้หลังสงกรานต์ กมธ. มีมติจะไปเข้าเยี่ยมคารวะประธานศาลฎีกา นายกฯ รวมถึง พบอัยการสูงสุด รมว.ยุติธรรม ผบ.ตร.และ ผบ.ทบ.เพื่อติดตามกฎหมายที่ผ่านสภาไปแล้ว

ตะเพิด “จตุพร” ชะโงกดูเงา

นายสิระยังกล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดระดมพล 4 เม.ย.ว่า ที่ผ่านมานายจตุพรทำให้บ้านเมืองเสียหาย ขอให้พิจารณาว่า การก่อม็อบผิดกฎหมายอะไรบ้าง ควรทำอะไรที่เป็นคุณประโยชน์ให้แผ่นดินบ้าง มาบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ออกไป แต่ตัวเองเป็นปัญหาของประเทศหรือไม่ นายจตุพรเคยเป็น ส.ส.ย่อมรู้การเปลี่ยนแปลงให้นายกฯลาออก ต้องเปลี่ยนแปลงที่ไหน สภาฯหรือไม่ ขอให้ไปตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาของตัวเองด้วย

เมิน “ตู่” ปลุกม็อบ 4 เม.ย.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 4 เม.ย.ว่า มีคนออกมาพูดแล้วว่าไม่สนับสนุน แม้แต่ผู้นำเสื้อแดงเก่าๆก็บอกว่าไม่เอาด้วย ก็แล้วแต่เขาขออย่าทำผิดกฎหมาย อย่าสร้างความเดือดร้อน สร้างความเสียหายให้ประเทศ อย่างที่เคยเกิดมาก่อน เมื่อถามว่าที่ระบุว่ามีหลายคนไม่สนับสนุนนั้น อดีตแกนนำเสื้อแดงมาคุยนายกฯ เองเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เห็นในโทรทัศน์ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่นายจตุพรกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กังวลทำไม เขาจะทำถูกหรือทำผิดกฎหมายก็เรื่องของเขา เป็นเรื่องของสังคมและเรื่องของเจ้าหน้าที่ว่าจะยังไง แล้วทุกคนอยากให้เกิดแบบนี้อีกหรือ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุมนุมม็อบ 24 กันยาชุมนุม 24 กันยายน 2563มายด์ ภัสราวลีอั๋ว จุฑาทิพย์ฟอร์ด ทัตเทพแยกเกียกกายม.112ข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 เวลา 08:21 น.