ไลฟ์สไตล์
100 year

ป.ป.ช.ส่งอีก 5 สํานวน ชงเชือด “วิรัช รัตนเศรษฐ” สอบศุภชัยรุกป่า

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
1 เม.ย. 2564 05:23 น.
SHARE

รัฐบาล-ส.ว.ประสานเสียง ร่าง พ.ร.บ.ประชามติผ่านชัวร์ แต่ “วิษณุ” ยังอ้อมแอ้มรัฐบาลรับเป็นเจ้าภาพแก้ รธน. “นิกร” เชื่อ “บิ๊กตู่” ส่งสัญญาณบวกรื้อรายมาตรา รองนายกฯรีบปัดจ่อขึ้น VAT บอกต้องดูจังหวะเวลา พท.ฉะขูดรีดชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยาก “วิรัช” ระทึก ป.ป.ช.ลุยฟันคดีทุจริตสนามฟุตซอล แฉ 60 ส.ส.-ส.ว.-สนช. รุกป่ากันเพลิน ฝ่ายค้านรุมจวก รบ.หนุนพม่าฆ่าประชาชน ชักศึกเข้าบ้าน กห.ยันผู้หนีภัยอยากกลับทุกคน

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติในวาระ 3 ดูเหมือนไร้ปัญหาหลังคณะกรรมการกฤษฎีกาไปปรับแก้ไขเพิ่มเติม 2 มาตรา ให้สอดคล้องกับมาตรา 9 ทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายวันชัย สอนศิริ เลขานุการวิปวุฒิสภา ประสานเสียงตรงกันว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภา น่าจะโหวตผ่านไปได้

ข่าวแนะนำ

“วิษณุ” โว ก.ม.ประชามติผ่านชัวร์

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ว่า ไม่ใช่ห่วงแค่จะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะถึงอย่างไรก็ผ่านอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือถ้าผ่านแล้วไม่เป็นไปตามร่างที่รัฐบาลเสนอ หากโหวตแพ้เพียง 4-5 คะแนน ก็เท่ากับแสดงให้เห็นว่าสภาไม่พร้อม เมื่อถามว่านายกฯกล่าวย้ำเรื่องแก้รัฐธรรมนูญในที่ประชุม ครม. เป็นการยืนยันว่าเดินหน้าแก้ไขใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า นายกฯบอกว่ารัฐบาลเสนอให้เดินหน้าต่อไป ขอให้ไปคิดแนวทางกันให้ตกผลึก และนำกลับมาบอกให้ทราบ เมื่อถามว่าหากตกผลึกแล้วรัฐบาลไม่ขัดข้องที่จะเป็นเจ้าภาพใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ไม่กล้าแปลเป็นอย่างอื่น นายกฯพูดเพียงเท่านี้ พวกคุณก็จ้องกันอยู่เรื่อย”

ส.ว.เสียงอ่อยไม่มีเจตนายื้อ

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. เลขานุการวิปวุฒิสภา กล่าวว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ จะแจ้งรายละเอียดเนื้อหาที่ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับปรุง 2 มาตรา คือ มาตรา 10 และมาตรา 11 ให้สอดคล้องกับมาตรา 9 ให้ที่ประชุมวิปวุฒิสภาทราบเพื่อให้วิปวุฒิสภาหารือถึงการลงมติ ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเหมือนการลงมติในมาตรา 9 ที่ผ่านมา การประชุม กมธ.ฯ วันที่ 1 เม.ย. จะนำรายละเอียดที่คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไขมาถกเถียงให้ได้ข้อยุติ ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.ประชามติจะผ่านวาระ 3 นั้น ไม่เพียงแค่นายวิษณุ แต่เชื่อว่าทุกคนต้องการให้ผ่าน ที่ผ่านมา ส.ว.ไม่มีเจตนายื้อหรือดึงเรื่อง แต่ต้องการให้เกิดความถูกต้องชัดเจน

ชี้ “บิ๊กตู่” ส่งสัญญาณบวกแก้ รธน.

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการหารือร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย เพื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ตัวแทนแต่ละพรรคนัดหารือรายละเอียดกันวันที่ 7-8 เม.ย. เบื้องต้นเห็นร่วมกันว่าจะเสนอแก้มาตราที่เป็นปัญหาของประชาชน มากกว่าการแก้ปัญหาฝ่ายการเมือง แต่ยังไม่ลงรายละเอียดว่าแก้มาตราใดบ้าง ส่วนตัวมองว่าที่ควรปลดล็อกคือ มาตรา 256 เพื่อคลายล็อกกรณีต้องใช้เสียง ส.ว.ร่วมด้วยในวาระแรก และวาระสาม รวมถึงประเด็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ส่วนที่นายกฯกำชับในที่ประชุม ครม. ให้พรรคร่วมไปคิดแนวทางแก้รัฐธรรมนูญให้ตกผลึกนั้น เชื่อว่าจะทำให้แก้รัฐธรรมนูญได้หลายมาตรา และได้เท่าที่จำเป็น

“เทพไท” มอง รบ.มีแต่เจ๊ากับเจ๊ง

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทางออกหรือจุดจบของร่าง พ.ร.บ.ประชามติ น่าจะมีอยู่ 3 แนวทาง คือ 1.การลงมติคว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้ในวาระ 3 แต่มีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะเป็นกฎหมายสำคัญที่เสนอโดยรัฐบาล ถ้ากฎหมายนี้ถูกคว่ำไปรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยการยุบสภาหรือลาออกเท่านั้น 2.หลังผ่านวาระ 3 อาจมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ และมีความเป็นไปได้สูงที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ ทำให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ตกไป ส่งผลกระทบต่อการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.มีมติผ่านวาระ 3 ไปก่อน หลังประกาศใช้แล้วรัฐบาลจะรีบเสนอ พ.ร.บ.แก้ไขในทันที เป็นวิธีแก้ปัญหาแบบศรีธนญชัย ดังนั้นไม่ว่าแนวทางของ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะออกมาทางใด ความเสียหายทางการเมืองจะเกิดขึ้นกับรัฐบาลทุกแนวทาง ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะตัดสินใจเลือกแนวทางที่สร้างความเสียหายให้น้อยที่สุด

รีบปัดจ่อขึ้น VAT ต้องดูจังหวะเวลา

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวในที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมา มีการถกถึงแนวทางการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อพยุงสถานการณ์ทางการคลังของรัฐบาลว่า ไม่มี ไม่มีการพิจารณา ไม่มีใครพูดถึงเรื่องดังกล่าว เมื่อถามว่าการจัดเก็บภาษีของไทยลดลงน้อยมากจริงหรือไม่ และส่งผลกระทบต่องบประมาณหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ขอให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ชี้แจงในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ด้านภาษีน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายวิษณุปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมย้อนถามกลับว่า อยากให้ขึ้นอย่างนั้นหรือ เขาต้องดูจังหวะเวลา เพราะเดิมประกาศให้จัดเก็บภาษีที่ร้อยละ 10 แต่ลดลงมาเหลือร้อยละ 7 พอคิดจะขึ้นครั้งใดก็มักเจอปัญหา เช่นครั้งนี้เจอกับสถานการณ์โควิด และสภาพเศรษฐกิจฟองสบู่แตกบ้าง

พท.ฉะแนวคิดทำร้ายประชาชน

ด้านนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดเรื่องขึ้นภาษีถือเป็นกระบวนการคิดของรัฐที่รังแกประชาชน นอกจากจะหารายได้ไม่เป็นยังมาขูดรีดคนจนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก แค่เงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังไม่พอ ยังถูกซ้ำเติมจากรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ นอกจากไม่ใช่ทางออกแล้วยิ่งทำให้กำลังซื้อประชาชนลดลงด้วย แม้ตามกรอบกฎหมายสามารถปรับได้สูงสุดถึงร้อยละ 10 แต่ตามหลักการการขึ้นภาษีจะทำได้ต่อเมื่อเศรษฐกิจเติบโต หลายรัฐบาลที่ผ่านมาแม้มีโอกาสปรับขึ้นภาษีได้แต่เลือกที่จะไม่ปรับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มองว่าการขึ้นภาษี VAT เป็นเรื่องจำเป็นและควรต้องทำ เพื่อนำรายได้ไปเพิ่มสวัสดิการให้ประชาชนนั้น ถือเป็นความคิดที่ตื้นเขิน ไม่เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีความเหลื่อมล้ำสูง การหารายได้ของรัฐมีทางเลือกที่หลากหลาย แต่กลับคิดไม่ได้ทำไม่เป็น

“พิชัย” ย้ำ 6 แนวทางลดราคาน้ำมัน

ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายกิตติกร โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน เกี่ยวกับข้อมูลการปรับโครงสร้างลดราคาน้ำมัน ยังคงยืนยันใน 6 แนวทางเพื่อลดราคาน้ำมัน คือ 1.ราคาหน้าโรงกลั่นของไทยให้มีราคาเท่ากับราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ 2.การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล อย่างน้อยต้องปรับลดลงมาครึ่งหนึ่ง 3.ลดการเก็บเงินเข้าเก็บกองทุนน้ำมัน 4.ลดราคาเอทานอลที่ผสมในแก๊สโซฮอล์ 5.ลดราคาค่าการตลาด และ 6.ลดการเก็บกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ทั้ง 6 แนวทางนี้ อนุกรรมาธิการพลังงานด้านราคาน้ำมัน สรุปความเห็นใกล้เคียงกับตน และจะนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาน้ำมัน ลดภาระประชาชนต่อไป

สวนนายกฯต้องมีมารยาทก่อน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวตำหนินักข่าวนั่งไขว่ห้างระหว่างฟังการแถลงผลการประชุม ครม.ว่า อารมณ์และวิธีคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าไม่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้นึกจะโยนเปลือกกล้วยใส่นักข่าวก็โยน นึกจะไล่ฉีดแอลกอฮอล์ใส่นักข่าวก็ฉีด แล้วบอกว่าล้อเล่นต้องการสร้างความเป็นกันเอง บทจะโมโหโทโสฉุนเฉียวเจ้ายศเจ้าอย่างแสดงอำนาจบาตรใหญ่ขึ้นมา สั่งนักข่าวห้ามนั่งไขว่ห้างก็สั่ง หากว่ากันตามจริงบุคลิกภาพและภาษากายของนายกฯน่าจะมีปัญหามาตลอด ทั้งในเวทีระดับประเทศหรือเวทีระหว่างประเทศ ประชาชนต้องอดทนมาโดยตลอด บุคคลระดับผู้นำประเทศต้องมีมาตรฐานการควบคุมอารมณ์ที่สูงกว่านี้ สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ก่อนไปห้ามปรามใครต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน

“วิรัช” ระทึก ป.ป.ช.ลุยฟันคดีทุจริต

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตโครงการสร้างสนามฟุตซอล จ.นครราชสีมา ที่มีการชี้มูลนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ไปก่อนหน้านี้ 1 สำนวน ล่าสุด ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนคดีทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอลของนายวิรัชที่เหลืออีก 5 สำนวน ไปให้อัยการสูงสุดพิจารณารวมกับสำนวนการทุจริตสนามฟุตซอล จ.นครราชสีมา ของนายวิรัชที่ ป.ป.ช.ส่งไปให้อัยการสูงสุดก่อนหน้านี้ รวมเป็นทั้งหมด 6 สำนวน ขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดจะพิจารณาดำเนินการสั่งฟ้องหรือไม่ โดยทางอัยการให้ความเห็นไว้ว่า อาจจะบรรยายฟ้องรวม 6 สำนวน ให้เป็นสำนวนเดียวกัน

ตั้งอนุฯไต่สวน “ศุภชัย” รุกป่าสงวน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีความคืบหน้าการตรวจสอบการครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ในลักษณะเดียวกับที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไปก่อนหน้านี้ จนถูกศาลฎีกามีคำสั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวนั้น ล่าสุด ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบการทำผิดจริยธรรมของนักการเมือง กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน พบว่ามีทั้ง ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี รวมถึงอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 60 ราย อยู่ในข่ายถูกตรวจสอบ ประกอบด้วย ส.ส. 33 ราย ส.ว. 5 ราย รัฐมนตรี 2 ราย และอดีต สนช. 20 ราย รวม 60 ราย ในจำนวนนี้มี 1 รายที่ ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง คือนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กรณีถือครองที่ดินดงพระทาย จ.นครพนม จำนวนหลายร้อยไร่ ที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วมีเหตุอันควรสงสัย มีข้อมูลเชื่อได้ว่าเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจริง จึงหยิบยกมาตรวจสอบว่าเข้าข่ายฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ โดยจะให้คณะอนุกรรมการไต่สวนรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ทราบความคืบหน้าเป็นระยะๆ

“พิธา” จวก รบ.หนุนพม่าฆ่า ปชช.

อีกเรื่อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลขอประณามรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สนับสนุนความรุนแรงและกองทัพพม่าที่เข่นฆ่าประชาชน ย้อนไปเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ไทยไม่เพียงเป็นชาติแรกในโลกที่เปิดประตูบ้านรับผู้แทนคณะทหารเมียนมา พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นผู้นำคนแรกที่เดินทางไปหานายวันนะ หม่อง ลวิน รมว.ต่างประเทศของคณะรัฐประหารที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ถือเป็นการให้การยอมรับทางการทูตกับคณะทหารเมียนมาอย่างสมบูรณ์และการส่งผู้ช่วยทูตทหารเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันกองทัพเมียนมา เป็นการตอกย้ำต่อประชาคมโลกว่ากองทัพไทยให้การยอมรับกองทัพเมียนมา จึงเข้าใจเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากไทยยอมรับนับถือ จะคบค้าสมาคมกับคณะบุคคลที่ถือปืนปล้นประชาธิปไตย

ซัดแอบส่งเสบียงไม่สนคนไทย

นายพิธากล่าวอีกว่า การแอบส่งเสบียงให้กองกำลังทหารเมียนมาหากเรื่องนี้เป็นที่รับทราบของชาวเมียนมาสวัสดิภาพความปลอดภัยของคนไทยและธุรกิจในเมียนมาอาจตกอยู่ในอันตราย ดังที่ได้มีการเผาโรงงานของบางประเทศที่มีท่าทีสนับสนุนคณะทหารเมียนมา หากเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับคนไทยในเมียนมา พล.อ.ประยุทธ์รับผิดชอบได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเร่งทำเร็วที่สุดคือ 1.ร้องขอให้บรูไนในฐานะประธานอาเซียนจัดการประชุม สุดยอดอาเซียนสมัยพิเศษโดยเร็วที่สุด 2.ติดตามดูแลความเป็นอยู่ของคนไทยที่ยังต้องอยู่ในเมียนมา พร้อมนำออกจากเมียนมาเมื่อได้รับการร้องขอ และ 3.ประสานกับมิตรประเทศช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบตามหลักมนุษยธรรม

จวกเมินชาวโลกชักศึกเข้าบ้าน

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีทหารไทยวางแนวรั้วลวดหนามผลักดันผู้หนีภัยจากเมียนมากลับประเทศ ว่า เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม รัฐบาลกำลังทำให้ไทยเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลก การส่งทหารระดับสูงไปร่วมงานวันกองทัพเมียนมา หรือนำรูปบุคคลที่ทางการเมียนมาต้องการตัวมาติดไว้ตามด่านชายแดนให้รัฐบาลไทยช่วยจับกุม หรือแม้กระทั่งกองทัพยอมรับว่ามีการรับฝากซื้อข้าวสาร ล่าสุดมีการขนอาวุธทางไปรษณีย์เข้าไปยังแนวชายแดน จะเป็นใครสั่งและส่งให้ใครไม่มีคำตอบจากฝ่ายความมั่นคง หากเป็นการสั่งจากทางการเมียนมาแล้วส่งไปจะเลวร้ายมาก เพราะเป็นการสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พล.อ.ประยุทธ์กำลังชักศึกเข้าบ้าน เอาประเทศไทยเป็นเดิมพันไม่สนใจชาวโลก ไม่ควรเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้นำไทยกับผู้นำรัฐประหารพม่ามาสร้างความหวาดระแวงให้กับประชาชนไทย ควรวางตัวเป็นกลาง ไม่ควรเข้าข้างจนออกนอกหน้า คนเมียนมาลุกขึ้นมาต่อต้านครั้งนี้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างไทยเป็นคำพูดที่เจ็บปวดมาก เพราะเขารู้ว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆไม่ช่วยให้ประเทศดีขึ้น

กห.ยันผู้หนีภัยอยากกลับทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานจากกระทรวง กลาโหม ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ฝ่ายไทยให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ผู้หนีภัยความไม่สงบที่ได้รับบาดเจ็บการสู้รบในเมียนมา 7 คน โดยมีรถพยาบาลของ รพ.สบเมย 6 คันรับไปรักษา ทั้งนี้ ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน มียอดผู้หนีภัยเข้ามารวม 2,897 คน เดินทางกลับแล้ว 2,352 คน เหลือ 545 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเด็กและคนแก่ โดยจะขอกลับในวันรุ่งขึ้น ทุกคนประสงค์อยากกลับ แต่ยังกลัวภัยจากการรบทางอากาศ เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยทำความเข้าใจเรียบร้อยแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิรัช รัตนเศรษฐวิษณุ เครืองามวันชัย สอนศิริชนินทร์ รุ่งธนเกียรติศุภชัย โพธิ์สุข่าวหน้า1ข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 04:29 น.