ตำรวจนครบาลเข้มวางตู้คอนเทนเนอร์ล้อมทำเนียบ ผู้ชุมนุมเปลี่ยนแผนตั้งเก้าอี้วางพรมแดงเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถ่ายรูปประชด ครม. ตั้งชื่อคณะราษฎรมนตรีชุดที่ 1 พร้อมเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น “ขบวนทะลุฟ้า” ร่วมตะโกนไล่นายกฯ จากนั้นนอนกลางสะพานชู 3 นิ้วแล้วแยกย้ายกลับ ด้านทนายจ่อยื่นประกันตัวแกนนำครั้งสำคัญ อ้างพฤติกรรมลูกความเปลี่ยนไป มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ส่วน“ธนาธร” พบตำรวจรับทราบ 2 ข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมฯ คดีไลฟ์สดวิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ยันบริสุทธิ์ใจไม่กังวลถูกดำเนินคดี ส่วน “เต้น” ประกาศจุดยืนเดิม ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เด็กต้องอยู่ในห้องเรียนไม่ใช่ห้องขัง

ภายหลังตำรวจจับกุมแกนนำม็อบราษฎรกระทำความผิดในข้อหา ม.112 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคและอื่นๆที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสลายกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า จับกุมส่งฟ้องศาล 93 คนดำเนินคดีใน 5 ข้อหา แต่มวลชนยังเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิก ม.112 ปฏิรูปสถาบันและให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก ล่าสุดนัดชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 14.00น.วันที่ 30 มี.ค.เพื่อร่วมกันตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์วางสกัดกั้นรอบทำเนียบฯตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ตั้งขบวนม็อบแยกพณิชยการ

ความคืบหน้าในการชุมนุมเรื่องความเห็นต่าง เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่บริเวณแยกพณิชยการ กลุ่ม UNME OF ANACHY นำโดย น.ส.ปนัดดา สิริมาสกุล นายทรงพล สนธิรักษ์และกลุ่ม people go network นำโดยนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน นัดหมายมวลชนจัดกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า v3 ตะโกนไล่ประยุทธ์ออกไปหน้าทำเนียบ กิจกรรมนี้กลุ่มตั้งใจจัดให้ตรงกับช่วงที่มีการถ่ายรูปหมู่ ครม.ชุดใหม่ แต่สำนักนายกฯ ได้จัดให้ถ่ายภาพหมู่ ครม.ใหม่เสร็จสิ้นไปตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ทางกลุ่มยังคงเดินหน้าจัดชุมนุมต่อตามที่ประกาศ

...

ตู้คอนเทนเนอร์ล้อมทำเนียบฯ

บรรยากาศการดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางขวางบนสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมกำลังชุดควบคุมฝูงชน ห้ามเด็ดขาดไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมข้ามมารวมตัวหน้าทำเนียบฯ ขณะเดียวกันบริเวณถนนพระราม 5ริมคลองเปรมประชากร ติดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สถานที่ตั้งของหมู่บ้านทะลุฟ้าเดิม มีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาวางปิดเส้นทางหน้าอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร และฝั่งสะพานอรทัย พร้อมขึงแนวรั้วลวดหนามหีบเพลงไว้ด้านบน และวางกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจควบคุมฝูงชนไว้ด้านหน้าแนวอีกชั้น ป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมกลับมายึดพื้นที่ก่อตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าอีกรอบ

ถ่ายรูปล้อเลียน ครม.เชิงสะพาน

ต่อมาเวลา 14.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า v3 เดินทางมารวมตัวกันตั้งแถวบริเวณสี่แยกนางเลิ้ง เคลื่อนขบวนมาเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ฝั่งอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯโดยนำเก้าอี้และพรมแดงมาวางให้ผู้ที่ถูกจับกุมระหว่างถูกสลายการชุมนุมมานั่งเลียนแบบการถ่ายรูปคณะรัฐมนตรีใหม่ในทำเนียบ พร้อมตะโกนประกาศจุดยืนปล่อยเพื่อนเรา เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิก ม.112 และ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป

เก้าอี้คณะราษฎรมนตรีชุดที่ 1

น.ส.ปนัดดา สิริมาสกุล กล่าวว่า หมู่บ้านทะลุฟ้าถูกสลายการชุมนุมเพียงเพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้มีการถ่ายรูป แต่พวกเราถูกจับไปเกือบร้อยคนวันนี้เรามาอยู่ที่หน้าทำเนียบ เพื่อปูพรมแดงนั่งเก้าอี้ถ่ายรูป ครม.ฉบับประชาชน เพื่อยืนยันสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติ เรียกร้องความเป็นธรรมที่ถูกจับโดยไม่ได้เป็นไปตามหลักกฎหมาย วันนี้เก้าอี้ทุกตัวเป็นของประชาชนทุกคน สำหรับใครที่อยากเป็นรัฐมนตรีฉบับประชาชนสามารถมานั่งได้ ด้านนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการถ่ายภาพ คณะราษฎรมนตรีชุดที่ 1 โดยทำเนียบรัฐบาลเราจะเปลี่ยนมาเป็นหมู่บ้านทะลุฟ้า หมู่บ้านทะลุฟ้าวันนี้คือ v3 แต่จะจัดตั้งหมู่บ้านอย่างไรขอให้ติดตามต่อไป จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมมีการอ่านรายชื่อของกลุ่มราษฎรที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำและยังไม่ได้รับการประกัน จากนั้นมีการสลับปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือด

นอนชู 3 นิ้วหน้าแถว อคฝ.ก่อนยุติ

ต่อมาเวลา 15.50 น. น.ส.ปนัดดา สิริมาสกูล และนายทรงพล สนธิรักษ์ นำมวลชนกลุ่มทะลุฟ้าขึ้นไปตั้งแถวคล้องแขนบนสะพานชมัยมรุเชฐเผชิญหน้าตำรวจควบคุมฝูงชนบนสะพานห่างแนวตั้งรับเจ้าหน้าที่ราว 2 เมตร กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันตะโกนด่าทอพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจุดยืนของกลุ่มที่จะยึดแนวทางสันติวิธีไม่ปะทะเจ้าหน้าที่ จากนั้นนายทรงพลได้ให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดนอนลงบนสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมชู 3 นิ้ว เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แบบเดียวกับวันที่ถูกสลายการชุมนุม ปิดท้ายด้วยการร่วมกันร้องเพลง “ฝากรักถึงเจ้าผีเสื้อ” และประกาศว่าจะกลับมาอีกครั้ง ก่อนยุติการชุมนุมโดยสงบ

เปลี่ยนชื่อใหม่ “ขบวนทะลุฟ้า”

นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หนึ่งในแกนนำกลุ่ม กล่าวว่า หลังจากนี้จะเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น “ขบวนทะลุฟ้า” เพื่อจะจัดกิจกรรมในรูปแบบอื่นๆต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากกลุ่มขบวนทะลุฟ้าแยกย้าย ได้มีกลุ่มอาชีวะไล่เผด็จการนำโดยนายธนเดช ศรีสงคราม หรือม่อน ร่วมกับกลุ่มราษฎรเอ้ย นำโดย น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ เดินทางมายึดพื้นที่จัดปราศรัยร่วมกับกลุ่มมวลชนเสื้อแดงต่อ โดยตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยุติการชุมนุมเวลา 20.00 น.

ยัวะ ตร.ให้เลิกแกนนำห้ามวุ่น

กระทั่งเวลา 19.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง แจ้งเตือนให้กลุ่มอาชีวะไล่เผด็จการและกลุ่มราษฎรเอ้ย ที่ยังคงปราศรัยอยู่บนสะพานชมัยมรุเชฐ ให้ยุติการชุมนุมตามเวลาที่กำหนดคือ 20.00 น. สร้างความไม่พอใจให้มวลชน ตะโกนด่าทอและฮือกันมาที่บริเวณแผงรั้วเหล็กแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ ทำให้ นายสุเมธ วิโรจน์ชัยยันต์ หรือเอม หนึ่งในแกนนำ ต้องประกาศห้ามปรามและขอให้มวลชนถอยห่างออกจากแนวตำรวจเพื่อกันการปะทะ โดยระบุด้วยว่าถ้าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาสลายขอให้นั่งอยู่เฉยๆ กระทั่งเวลา 20.30 น. น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ ประกาศว่า หากในสัปดาห์นี้แกนนำราษฎรที่อยู่ในเรือนจำยังไม่ได้ประกันตัว จะมีการจัดชุมนุมทุกวันในสัปดาห์หน้า จากนั้นได้ประกาศยุติชุมนุมและเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมช่วยกันเก็บขยะมูลฝอย โดยรอบบริเวณ

“บิ๊กตู่” ชุมนุมได้ขอแค่ทำตามก.ม.

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.20 น. ถึงการเคลื่อนไหวผู้ชุมนมกลุ่มบ้านทะลุฟ้าและแนวร่วมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลว่า “ก็ให้เขาปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมาย ผมไปห้ามใครไม่ได้อยู่แล้ว”

ทนายจ่อยื่นประกันแกนนำราษฎร

ส่วนความเคลื่อนไหวในการยื่นคำร้องประกันตัวแกนนำราษฎรที่ถูกคุมขังในเรือนจำ วันเดียวกัน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความแกนนำคณะราษฎรเผยว่า การยื่นคำร้องขอประกันตัวในครั้งนี้เป็นการยื่นครั้งสำคัญสุด คือจะมีเหตุที่จะต้องเสนอต่อศาลว่ามีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป มีหลักฐานชิ้นใหม่เพื่อให้ศาลมีดุลพินิจปล่อยชั่วคราวจำเลย รวมทั้งหลักทรัพย์ก็ต้องเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสาร ส่วนหลักทรัพย์ไม่มีปัญหา การพิจารณาคดีนัดที่ผ่านมามีบรรยากาศที่ดีมาก แม้จำเลยบางคนยังแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อยู่บ้าง ก็ตักเตือนว่าในการต่อสู้คดีความนั้นต้องมีความใจเย็น ศาลยุติธรรมเป็นผู้ตัดสินคดี ทนายความก็มี ส่วนที่จะทำให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นการที่ต่อสู้คดีกับอำนาจรัฐ ต้องให้ศาลยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน

เผยลูกความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ

นายกฤษฎางค์กล่าวต่อว่า ตอนนี้จำเลยได้ผ่านการถูกคุมขังในเรือนจำมาระยะหนึ่งแล้วได้รับการเรียนรู้และเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ อย่างนายไมค์ ระยอง บอกว่าจะยื่นประกันตัวเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ได้จะไม่ยื่นอีกแล้ว ขอคิดแผนต่อสู้อย่างเงียบๆในเรือนจำแทน ส่วนเพนกวินอดข้าวจนอ่อนเพลีย ก่อนหน้านี้เคยยื่นคำร้องขอเปลี่ยนที่คุมขังไปขังที่โรงพยาบาลพระรามเก้า ศาลก็ยกคำร้อง เพนกวินเองอยากจะได้ประกันตัว

ธนาธรรับข้อหาไลฟ์สดหมิ่นสถาบัน

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สน.นางเลิ้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อม นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในข้อหาหมิ่น พระบรมเดชานุภาพ ตามกฎหมายอาญา ม.112 กรณีไลฟ์เฟซบุ๊กบรรยายหัวข้อ “วัคซีนพระราชทานใครได้ใครเสีย” บนเพจคณะก้าวหน้าและเพจนายธนาธร มีเนื้อหาวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลที่มีความล่าช้า และตั้งข้อสังเกตถึงการถ่ายโอนเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนจากบริษัทแอสตราเซเนกามายังบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์

ชี้พูด 2 เดือนก่อนวันนี้เป็นจริง

นายธนาธรกล่าวว่า ได้รับหมายเรียกจากการ วิจารณ์กลยุทธ์การบริหารจัดซื้อจัดหาวัคซีนโควิด-19 แต่ก็ไม่กังวล และยังยืนยันว่าหากกลับไปฟังการอภิปรายจะไม่มีข้อความใดที่ละเมิดข้อหานี้ ส่วนกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ขออนุญาตศาลให้ถอดเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น ศาลชั้นต้นตัดสินให้คงคลิปไว้ได้ ส่วนการแจ้งข้อหาวันนี้อยู่ที่ตำรวจว่าจะพิจารณาอย่างไร ตนมีเจตนาดีต่อสังคม สิ่งที่พูดไว้เมื่อ 2 เดือนก่อนเป็นจริงในตอนนี้ หากพึ่งบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเกินไป อาจเป็นความเสี่ยงต่อสังคม

สอบปากคำ 2 ชม.โดน 2 ข้อหา

กระทั่งเวลา 12.20 น. นายธนาธรกล่าวอีกครั้งหลังสอบปากคำเสร็จสิ้นนานกว่า 2 ชั่วโมงว่าเบื้องต้นตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาตามกฎหมายอาญา ม.112และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา การที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเพื่อหวังว่าประชาชนชาวไทยจะสามารถเข้าถึงวัคซีนได้รวดเร็วขึ้น มีการเปิดประเทศเร็วขึ้นผู้ประกอบการจะได้กลับมาทำการค้าอีกครั้งการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของตนเกิดประโยชน์จริง เพราะหลังจากนั้น รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนการจัดซื้อ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้รวดเร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม ส่วนเรื่องคดี ได้นัดนำเอกสารหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อสอบคำให้การอีกครั้งวันที่ 7 พ.ค. ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่า ตนคิ้วแตกจากการเล่นเซิร์ฟสเกตแล้วลื่นล้ม ขอชี้แจงว่าไม่ได้เกิดจากการเล่นสเกต แต่มาจากการที่เดินเล่นโทรศัพท์มือถือ

เต้นลั่นจุดยืนเดิมต่อสู้เพื่อ ปชต.

ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำกลุ่มเสื้อแดง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ข่าวยูดีดีนิวส์ อาคารเอเวอรี่มอลล์ ถนนรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เปิดแถลงข่าวหลังสำนักงานคุมประพฤติอนุญาตให้ถอดกำไลอีเอ็มจากข้อเท้าเนื่องจากพ้นโทษจำคุกในคดีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อปี 49 มีนางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง 3 แกนนำ นปช. ซึ่งแยกตัวออกจากกลุ่มนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.คนปัจจุบัน เข้าร่วม นายณัฐวุฒิระบุว่า ในฐานะประชาชนที่ยืนอยู่บนเส้นทางต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ยืนยันจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เคยรู้สึกเสียใจที่เลือกทางสายนี้แม้ถูกดำเนินคดีมากมาย การเคลื่อนไหวที่ผ่านมา หากมีสิ่งใดที่ผู้คนในสังคมเห็นว่าเป็นความผิดพลาดเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ ขอน้อมรับผู้เดียว ยืนยันไม่เจตนาทำทรัพย์สินเสียหายทำลายบ้านเมือง

เด็กต้องอยู่ในห้องเรียนไม่ใช่ห้องขัง

นายณัฐวุฒิยังได้กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนในขณะนี้ด้วยว่า ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะประเมินได้ แต่เคารพในความเคลื่อนไหวและความคิดเห็น ขอแสดงตัวเคียงข้างนิสิตนักศึกษาและประชาชนที่กำลังต่อสู้และเป็นฝ่ายถูกกระทำในขณะนี้ ยอมรับมีทั้งส่วนที่ตนเห็นด้วยและห่วงใย มองว่าเด็กพวกนี้ต้องอยู่ในห้องเรียนไม่ใช่อยู่ในห้องขัง ควรเอาเด็กออกจากห้องขังแล้วมาแก้ปัญหากันแบบผู้ใหญ่ด้วยเหตุด้วยผล เมื่อถามว่า จะเห็นนายณัฐวุฒิขึ้นเวทีปราศรัยบ้างหรือไม่นั้น นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ต้องยกย่องให้เกียรติพวกเขา และคิดว่า ไม่ใช่วาระที่ตนต้องมาประกาศเรื่องนี้ แต่อนาคตต่อไปข้างหน้าหากมีความจำเป็นหรือมีสถานการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ได้ก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต