ก่อนเลิกเรียนตอนเย็น เด็กชั้น ป.4 รุ่น พ.ศ.2500 ต้องท่อง “อาขยาน” หลายบทครับ บทหนึ่งที่ท่องกันคล่องปาก แต่ก็ไม่เข้าใจความหมายที่ใช้เปรียบเปรย สักเท่าไหร่ คือบท ตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน อาขยานบทนี้ เป็นบทดอกสร้อย หลายคนคงยังพอจำได้
ตั้งเอ๋ย ตั้งไข่ จะตั้งใยไข่กลมก็ล้มสิ้น ถึงว่าไข่ล้มจะต้มกิน ถ้าตกดินเสียก็อดหมดฝีมือ ตั้งใจเรานี้จะดีกว่าอุตส่าห์อ่านเขียนเรียนหนังสือ ทั้งวิชาสารพัดเพียรหัดปรือ อย่าดึงดื้อตั้งไข่ร่ำไรเอย
เหตุที่ไม่ค่อยเข้าใจ น่าจะเพราะเด็กแถวๆบ้านผม ไม่นิยมเล่นตั้งไข่ จึงไม่รู้ว่าเมื่อไข่ตกแตก ก็เสียของ เอาไปต้มหรือทอดกินไม่ได้
การท่องจำแบบเด็กรุ่นผม น่าจะเข้าทำนองที่โบราณว่า รู้แบบนกแก้วนกขุนทอง
แต่กับเด็กรุ่นใหม่ บทอาขยานภาษาไทย อยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีคำบอกว่า ผู้แต่งบทดอกสร้อยนี้ คือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
นอกจากทรงแต่งเอง พ.ศ.2431 ยังทรงชักชวนกวีที่รับราชการในกรม (ศึกษาธิการ) ช่วยกันแต่งบทดอกสร้อย
เพื่อใช้เป็นบทกลอนร้องเล่นของเด็ก ในโรงเรียนเลี้ยงเด็กอนาถา ของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
บทดอกสร้อยบท ตั้งไข่ล้มต้มไข่กินนี้ ในอดีตนิยมขับร้องทำนอง ลมพัดชายเขา ฟังชื่อทำนอง เด็กรุ่นนั้นก็คงเคลิ้มไปกับคำสอนของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็กเกเรก้าวร้าว อย่างเด็กรุ่นใหม่
มีข้อสังเกตว่า การห้ามเด็กเล่นตั้งไข่ จะเป็นการสกัดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของเด็กหรือไม่
แต่เจตนาผู้ใหญ่ อยากให้เด็กว่าง่าย ไม่ดื้อ หันไปต้ังใจ ศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเป็นสิ่งดีมีคุณค่ายิ่งกว่า
บทอาขยาน เป็นการปลูกความวิธีคิดให้เด็กในโรงเรียน พอโตขึ้นยังมีบทเรียนนอกโรงเรียนอีกมากมาย สอนให้รู้จักการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขในสังคม
...
ตัวอย่างการสอนเป็นสำนวน “บ้านเมืองมีขื่อมีแป”
กาญจนาคพันธุ์อธิบายไว้ในหนังสือสำนวนไทย...สำนวนนี้ หมายความว่า บ้านเมืองมีกฎหมายคุ้มครอง
สำนวนนี้ ผู้ใหญ่เอาของใกล้ตัว คือ ขื่อกับแป ของเรียนมาเปรียบ
ขื่อ คือไม้ยึดหัวเสาตามขวาง แป คือไม้ยึดหัวเสาตามยาว
ตัวเรือน จะทรงตัวเป็นรูปอยู่ได้ ก็อาศัยขื่อกับแป ยึดหัวเสาเรือนไว้ทุกด้าน ถ้าไม่มีขื่อกับแป เรือนก็ตั้งอยู่ไม่ได้
เรือน ต้องมีขื่อแปจึงทรงตัวอยู่ได้ ฉันใด บ้านเมืองหรือประเทศก็ต้องมีกฎหมายคุ้มครอง จึงจะเป็นบ้านเมืองอยู่ได้ ฉันนั้น
สำนวนนี้ถ้ามีคำว่า“ไม่” เติมเข้าไป เป็น “บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป”
ก็หมายความว่า บ้านเมืองนั้นขาดความสงบเรียบร้อย เหมือนไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ราษฎรนึกจะทำอะไร ก็ทำตามชอบใจ
เด็กๆรุ่นผมโตๆกันมา ด้วยการท่องอาขยานตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน แบบนี้ล่ะกระมังครับ จึงเป็นตาแก่ว่านอนสอนง่าย ไม่กล้าหืออือ โดยเฉพาะกับของสำคัญ อย่างขื่อแป ของบ้านเมือง
ส่วนคนรุ่นใหม่ ที่อยากทดสอบบทเรียนสำคัญ อยากติดคุกตั้งแต่อายุยังน้อย ก็เอา! อ่านหนังสือมาพอๆกัน ประวัติศาสตร์การเมืองโลก “เนลสัน ” กว่าจะเป็นผู้นำแอฟริกา ยังติดคุกนานถึง 27 ปี.
กิเลน ประลองเชิง