วันเสาร์สบายๆวันนี้ผมชวนท่านผู้อ่านไปฟังนิทาน “ศรีธนญชัย” สักเรื่องนะครับ เพื่อให้เข้ากับ การเมืองศรีธนญชัย ที่กำลังทำลายประเทศชาติให้เสื่อมถอยไปทุกด้าน ทั้ง คุณธรรม ศีลธรรม ความยุติธรรม แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเล่าเรื่อง “ศรีธนญชัย” ก็คือ คำบริภาษของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ต่อ พฤติกรรม ส.ว. และ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ในวันประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ก่อนจะวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมรัฐสภาว่า “ไม่สามารถร่วมสังฆกรรมฉ้อฉล ศรีธนญชัย ปลิ้นปล้อน ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊ก” เป็นการแฉตัวตนของนักการเมืองในรัฐสภาที่ชอบเรียกตัวเอง สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ได้อย่างเจ็บแสบตรงตัวที่สุด
วีรเวรของ ศรีธนญชัย ในนิทานมีมากมาย วันนี้ผมขอยกมาเล่าเพียงเรื่องเดียว
วันหนึ่งมีสองตายายไปร้องเรียนว่า ศรีธนญชัยได้ขอยืมเงินไปหนึ่งชั่งห้าตำลึง บอกว่า “สองเดือน” จะนำมาคืนให้ แต่นี่ผ่านมาปีกว่าแล้ว ไปทวงครั้งใดศรีธนญชัยก็ทำนิ่งเฉย นายเวรจึงเรียกคู่ความมาสอบสวน ศรีธนญชัย ก็อ้างว่า ข้อความในสัญญาบอกว่า “สองเดือน” จะใช้หนี้ให้ แต่นี่เพิ่งเดือนเดียวเท่านั้น จะรีบทวงไปทำไม
นายเวรรู้เท่าทันความเจ้าเล่ห์ของศรีธนญชัย จึงถามศรีธนญชัยว่า ท่านหมายถึงเดือนบนฟ้าใช่หรือไม่ ตลกหลวงศรีธนญชัยก็รับว่าใช่ นายเวรจึงนัดใหม่ให้มาตัดสินความกันในเวลากลางคืน พร้อมกับชี้ให้ดูเดือนบนท้องฟ้า และชี้ให้ดูเดือนอีกดวงหนึ่งที่ปรากฏเงาอยู่ในน้ำรวมเป็น “สองเดือน” พอดี ศรีธนญชัยจึงยอมจำนน ยอมใช้หนี้คืนให้สองตายาย
นิทานศรีธนญชัยเรื่องนี้ ละม้ายคล้ายกับพฤติกรรมของนักการเมืองไทยในรัฐสภา เมื่อวันพฤหัสบดี ช่วงเช้า นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอภิปรายในรัฐสภาว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว การโหวตวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 5 กระทำไม่ได้
...
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.พรรคก้าวไกล ก็อภิปรายว่า เหตุใดการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก แต่การฉีกรัฐธรรมนูญโดยการรัฐประหารกลับไม่มีใครคัดค้าน มีผู้ได้ประโยชน์จากการรัฐประหารปี 2557 นั่งอยู่ในนี้หลายร้อยคน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ปราบโกง แต่ขี้โกง เอาเปรียบ ต้องการสืบทอดอำนาจควรโหวตวาระ 3 ให้เสร็จ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่เป็นไรขอให้โหวต อย่าใช้เสียงข้างมากลากไป ตีความแบบศรีธนญชัย
พอตกค่ำ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ลุกขึ้นเสนอญัตติใหม่ ครั้งนี้ ขอให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาลงมติตามระเบียบวาระ คือให้นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาลงมติวาระ 3 โดยที่ประชุมลงมติให้นำญัตติของนายไพบูลย์ที่เพิ่งเสนอสดๆร้อนๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อน 3 ญัตติเดิม ด้วยคะแนน 473 เสียง ไม่เห็นด้วย 127 เสียง ทำให้ 3 ญัตติที่อภิปรายกันมานานกว่า 9 ชั่วโมงต้องตก ไปทันที และผลการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 วาระ 3 ก็ออกมาอย่างที่คาดคือ เห็นชอบเพียง 206 เสียง ไม่ถึงครึ่งหนึ่งหรือ 369 เสียง จากสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ 737 เสียง ทำให้ร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาชุดนี้ลงมติรับหลักการวาระ 1 เห็นชอบวาระ 2 ถูกเขี่ยทิ้ง ในวาระ 3
นี่คือ ทฤษฎีสมคบคิดโดยแท้ สมควรแล้วที่ถูกฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลประณาม
ผมอยากให้สื่อไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอีกสักครั้ง ท่านรู้สึกอย่างไรที่ต้องอยู่ร่วมกับพรรคการเมืองศรีธนญชัยแบบนี้ ท่านจะยังร่วมสังฆกรรมกับนักการเมืองศรีธนญชัยแบบนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะท่านนายกฯเคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ ส.ว.250 คน ที่ท่านตั้งมากับมือ พรรคพลังประชารัฐที่เลือกท่านเป็นนายกฯ กลับฉีกหน้าท่านไม่เป็นชิ้นดี สมคบคิดกันคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ท่านสนับสนุนอย่างไม่ไยดี.
“ลม เปลี่ยนทิศ”