ไลฟ์สไตล์
100 year

โฆษกยุติธรรม แจงยิบ จำเป็นต้องตรวจโควิด อานนท์กับพวก ปล่อยปละละเลยไม่ได้

ไทยรัฐออนไลน์
18 มี.ค. 2564 13:21 น.
SHARE

โฆษกยุติธรรม แจงไทม์ไลน์ยิบ ชี้เวลาล่าช้าจนดึกเพราะเจรจานาน อานนท์กับพวกยืนกรานไม่ยอมตรวจโควิด เผยมีกล้องบันทึกภาพและกล้องบันทึกภาพที่มีเสียงระหว่างการปฏิบัติงานเป็นหลักฐาน ยืนยันปล่อยปละละเลยไม่ได้ หวั่นนักโทษก่อจลาจลจากการแพร่ระบาดโควิดเหมือนต่างประเทศ และการเกิดเหตุร้ายอื่นๆ

วันที่ 18 มีนาคม 2564 นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ร้องเรียนถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ในช่วงยามวิกาล ว่า จากข้อมูลที่ตนได้รับรายงานมาคือ นายอานนท์และพวกรวม 4 คนได้เดินทางจากศาลพร้อมด้วยผู้ต้องขังที่ไม่ใช่คดีการเมืองอีก 9 คนถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เวลาประมาณ 17.10 น. จากนั้นเวลา 18.46 น. ได้รับย้ายตัว นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำราษฎร และนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม Wevo มาจากเรือนจำพิเศษธนบุรี มาจำแนกทำประวัติ และทำทะเบียนแรกรับ จึงนำตัวมาห้องกักโรคแรกรับพร้อมกับผู้ต้องขังคนอื่นที่รับตัวกลับมาในวันเดียวกันจากภายนอกในห้องกักโรคแรกรับรวมเป็นทั้งหมด 16 คน

ข่าวแนะนำ

นายวัลลภ เผยอีกว่า เนื่องจากทาง ศบค.ได้ประกาศให้พื้นที่เขตบางแคซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19 ในตลาดบางแค เป็นพื้นที่สีแดง จากการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดมากกว่า 290 คนแล้วนั้น เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเจรจาเพื่อให้ทั้ง 3 แยกกักโรคต่างหากจากผู้ต้องขังรายอื่นที่มาในวันเดียวกันและตรวจเชื้อโควิด-19 กินเวลาไปถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ เนื่องจาก 3 คนมาจากเรือนจำพิเศษธนบุรี แม้ว่าในเรือนจำจะมีห้องกักโรค แต่มีผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกวันจากพื้นที่เสี่ยงฝั่งธนบุรี เขตบางแคและรอบๆ เขตบางแค ทั้งมีการเคลื่อนย้ายขึ้นรถและสัมผัสกับเจ้าหน้าที่ ประกอบกับ 3 รายนั้น มีการกักโรคอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรีเพียง 7 วัน ยังไม่ครบกำหนด 14 วัน อาจจะมีการเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ แต่ทั้ง 3 คนไม่ยอมและขออยู่รวมกับนายอานนท์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้ว เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและไม่เกิดความวุ่นวาย ต่อต้าน จนควบคุมไม่ได้ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือขอตรวจร่างกายเพื่อคัดกรอง PCR ตรวจไวรัสโควิด-19 ทุกคน ตามมาตรการป้องกัน และมีคนยินยอมให้ตรวจเพียง 9 คน ซึ่งไม่ใช่กลุ่มผู้ต้องขังคดีการเมือง ส่วนนายอานนท์และพวกรวม 7 คนที่เป็นผู้ต้องขังคดีการเมืองไม่ยินยอม ทำให้แพทย์พยาบาลและสหวิชาชีพจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ต้องทำการตรวจทั้ง 9 คนก่อน เริ่มทำการตรวจในเวลาประมาณ 23.00 น.เศษ เนื่องจากต้องใช้เวลาเตรียมอุปกรณ์ ตั้งโต๊ะตรวจในบริเวณพื้นที่หน้าห้องกักและสวมชุดป้องกัน ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งแจ้งไม่ใช่ที่ลับตา โดยเรียกตรวจทีละคน พร้อมทั้งมีการพยายามเจรจากับผู้ต้องขังทั้ง 7 คนอีกครั้งที่ปฏิเสธในช่วงแรกไปด้วยซึ่งไม่เป็นผล จนแล้วเสร็จประมาณเที่ยงคืนกว่า

นายวัลลภ กล่าวต่ออีกว่า จากนั้นเราจึงจำเป็นต้องเตรียมห้องใหม่เพื่อย้ายทั้ง 9 คนที่ตรวจโรคแล้วไปกักโรคอีกห้องเพื่อสังเกตอาการตามมาตรการ โดยกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นประมาณ ตี 2 เศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาเคลื่อนย้ายส่วนหนึ่งคือเจ้าหน้าที่เข้าเวร และอีกส่วนเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษที่มาร่วมในการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขัง 2 นาย เพื่อความปลอดภัย (เครื่องแบบชุดปฏิบัติการพิเศษไม่ได้กำหนดให้ติดป้ายชื่อ ยกเว้นหัวหน้าชุดที่จะมีป้ายชื่อ และมีกระบองพกอยู่แล้วในเครื่องแบบ) เพราะการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังมีความเสี่ยงจึงต้องพกไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทำกันอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการกระทำที่นอกเหนือไปจากกฎ ระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ทั้งนี้ตนในฐานะประธานกรรมการประมวลข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าว จะเร่งสืบสวนหาหลักฐานข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะรีบชี้แจงต่อสาธารณชนโดยเร็ว

นายวัลลภ เผยต่ออีกว่า กระบวนการทั้งหมดที่ล่าช้า เพราะทั้งนายอานนท์และเพื่อนๆ รวม 7 คนไม่ยินยอมที่จะตรวจหาเชื้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่และทีมงานแพทย์ พยาบาล ต้องช่วยเจรจา เสียเวลาอยู่นาน กินเวลาไปมากหลายชั่งโมง เจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจก็เป็นผู้หญิง ทางเราก็ไม่อยากที่จะให้กินเวลาไปมากกว่านี้ เพราะยิ่งดึกก็จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก ทุกคนอยากให้กระบวนการทุกอย่างเสร็จโดยเร็ว แต่เมื่อการเจรจาหลายครั้งไม่สำเร็จ ทำให้กระบวนการทุกอย่างกินเวลาหลายชั่วโมงจนดึก จนกลายเป็นประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้เราต้องแยกผู้ที่ให้ความร่วมมือตรวจแล้วแยกไปกักโรคอีกห้องต่างหาก ซึ่งหากพบการติดเชื้อโควิด-19 เราก็ต้องย้ายไปรักษาตัวยังโรงพยาบาล ซึ่งการตรวจโควิดเราจะปล่อยปละละเลยไม่ได้ เพราะหากผู้ต้องขังคนอื่นรู้ว่าเราไม่ได้ตรวจคัดกรองแล้วภายหลังเกิดการแพร่ระบาดภายในเรือนจำ อาจเกิดการจลาจลร้ายแรงเหมือนกรณีเรือนจำในต่างประเทศ เพื่อหนีตาย และเราไม่สามารถเอาคน 3,000 กว่าคนที่เป็นผู้ต้องขังที่ผ่านช่วงการกักโรคแล้วมาร่วมเสี่ยงได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกนายเป็นคนของกรมราชทัณฑ์ทั้งสิ้น เรามีบันทึกวิดีโอทั้งภาพและเสียงในช่วงการปฏิบัติงานเคลื่อนย้าย 9 ราย ด้วยว่าเราไม่ได้ทำร้าย ราชทัณฑ์ทำตามหลักสิทธิมนุษยชน เพียงแค่นำตัวผู้ต้องขังออกไปห้องกักโรคอีกห้องเท่านั้น ซึ่งหากศาลเรียกข้อมูลตรงนี้เราก็พร้อมที่จะส่งให้ศาลเพื่อพิจารณาการประกอบการไต่สวน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อานนท์ นำภาทนายอานนท์ทนายอานนท์ จดหมายทนายอานนท์ ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมกรมราชทัณฑ์ข่าวม็อบข่าวม็อบวันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 09:10 น.