ไลฟ์สไตล์
100 year

ควันหลงย้าย 236 นายทหารกลางปี "บิ๊กแก้ว-บิ๊กบี้" จัดทัพ วางตัว ลดนายพล

ไทยรัฐออนไลน์
18 มี.ค. 2564 08:45 น.
SHARE
  • ส่อง "บิ๊กแก้ว" จัดแถวหน่วยการข่าว ย้ายคนเหมาะกับงาน ดึง "บิ๊กน้อย" ลูกหม้อเก่าข้ามจาก ศตก.กลับมาเป็น ผบ.ศรภ.
  • "บิ๊กบี้" ปรับหน่วยสายส่งกำลังบำรุง สรรพาวุธ หวังดูระบบการจัดซื้อ จัดจ้าง สายงานซ่อมบำรุง หัวใจหลักกองทัพบก
  • ย้ายทหารกลางปี "บิ๊กตู่" สั่งที่ประชุมลดจำนวนนายพลในตำแหน่งประจำ "ผบ.เหล่าทัพ" ขานรับนโยบาย ย้ายน้อยที่สุด


หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ บัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปี (เม.ย.) 2564 จำนวน 236 นาย ไปเมื่อ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ในส่วน "กองบัญชาการกองทัพไทย" ดูจะฮือฮาเป็นพิเศษ แม้จะเป็นการจัดแถวทหารระดับ "นายพล" ครั้งแรกในตำแหน่งของ "บิ๊กแก้ว" พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) แต่ก็ถือว่ามีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญไม่น้อย

ข่าวแนะนำ

นั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่ต้องการคนทำงานให้เหมาะกับภารกิจในตำแหน่ง เพื่อความลงตัวในการเดินหน้าเพื่อพัฒนาหน่วย พัฒนากำลังพล ตามที่ตั้งใจไว้ แม้ตัวเองมีวาระในตำแหน่งถึง 3 ปี แต่ด้วยงานความมั่นคง ที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ คงจะรอเวลาไม่ไหว จึงต้องจัด "ขุนพล" เข้ามาทำหน้าที่ตามที่คาดหวัง

แม้ก่อนหน้านั้น "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลกลางปี (เม.ย.) หรือ 7 เสือกลาโหม โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือวางตำแหน่งแต่ละเหล่าทัพ

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ที่นั่งหัวโต๊ะในที่ประชุม ได้ให้นโยบายในการปรับย้ายกลางปีครั้งนี้ ให้ทำน้อยที่สุด เพื่อทดแทนกำลังพลที่สมัครใจเข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออรี่รีไทร์ และลาออก โดยจุดประสงค์เพื่อต้องการลดจำนวนนายพลในตำแหน่งประจำ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ส่วนกำลังหลักนั้นยังคงไม่มีการปรับย้าย และการปรับย้ายต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)

จึงทำให้การปรับย้ายกลางปี มีนายทหารในตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ, ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ที่ขอเออรี่ เพื่อจะได้รับพระราชทานยศที่สูงขึ้น เพื่อเป็นเกียรติประวัติก่อนเกษียณราชการจำนวนมาก

โดยในส่วน กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.เฉลิมพล ได้เรียกผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงเข้าประชุม เพื่อชี้แจงนโยบายและหารือการปรับย้ายของทหารแต่ละหน่วย เพื่อสร้างความเข้าใจให้ทราบทั่วถึง และเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการปรับย้ายจำนวนไม่มาก เพื่อหมุนเวียนนำบุคคลที่เหมาะกับตำแหน่งนั้นเข้าทำหน้าที่ และหมุนเวียนในตำแหน่งผู้ที่จะเกษียณราชการ

เมื่อย้อนดูการปรับย้ายในส่วน "กองบัญชาการกองทัพไทย" จะเห็นว่าตำแหน่งที่สำคัญ เมื่อ พล.อ.เฉลิมพล ได้ขยับ พล.ท.กนกพงษ์ จันทร์นวล ผบ.ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ผบ.ศรภ.) ข้ามไปเป็น เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร (จก.กร.ทหาร) แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น แต่เมื่อการทำงานไม่สอดคล้องกับนโยบาย และไม่ได้โตในสายงานหลักมา จึงจำใจต้องโยกออก เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เติบโตตามไลน์ในสายข่าว พล.ท.วัฒนะ พลจันทร์ ผบ.ศูนย์ต่อต้านก่อการร้าย (ผบ.ศตก.) เพื่อร่วมรุ่น ตท.21 อีกคน ที่แม้จะเป็นทหารม้ารบพิเศษมา แต่ได้เติบโตในหน่วย ศรภ. ได้สลับกลับมาเป็น "ผบ.ศรภ." แทน

โดยดัน พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี รองผบ.วิทยาลัยเสนาธิการทหาร (ตท.23) อดีต ผบ.พล.ม.2 รอ. ที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พล.อ.เฉลิมพล มา ขึ้นเป็น "พลโท" ในตำแหน่ง "ผบ.ศตก." แทน ทั้งนี้ "บิ๊กแก้ว" หมายมั่นปั้น พล.ต.สุวิทย์ ที่เกษียณราชการ 2558 มีสิทธิ์จ่อขึ้นเป็น "ผบ.ทหารสูงสุด" ได้หลังเขาเกษียณราชการ เพราะทั้งคู่ต่างมองตารู้ใจ เพราะได้เติบโตในถิ่นทหารม้า "พล.ม.2" มาด้วยกัน

ขณะที่ "โฆษกกองทัพไทย" พล.ท.เชาวลิตร สังฆฤทธิ์ จก.กร.ทหาร ที่เพิ่งทำหน้าที่ โดนเขี่ยออกเข้ากรุ เพราะ "พล.อ.เฉลิมพล" อาจมองการทำงานไม่เข้าตา เลยต้องย้ายจากตำแหน่งหลักเป็น "ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ" โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้สาเหตุว่าไปพลาดพลั้งจากเหตุการณ์ไหน

นอกจากนี้ "พล.อ.เฉลิมพล" ยังมีการปรับแถวในหน่วย ศรภ. โดยโยก พล.ต.ทวีศักดิ์ มณีวงศ์ รองผอ.ศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 3 กอ.รมน. ข้ามมาเป็น "รองผบ.ศรภ." แล้วดึง พ.อ.บุญส่ง มหาวิเศษศิลป์ เป็น ผอ.สำนักปฏิบัติการข่าว ศรภ. พร้อมขยับ พ.อ.ธีรเดช กลัมพสุต ผอ.กอง 8 ที่คุมหน่วย รปภ.บุคคลสำคัญ ขึ้นเป็น ผอ.สำนักงานรักษาความปลอดภัย ศรภ.

ขณะเดียวกัน "บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ก็จัดแถวในการย้ายกลางปีได้ โดยได้รื้อสายงาน "ส่งกำลังบำรุง" และ "สรรพาวุธ" ที่ถือเป็นหัวใจหลักของการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพบก โดยมีการขยับพล.ท.ชัยนตรี โพธิ์ทอง เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก (จก.กบ.ทบ.) ขึ้น "พลเอก" แล้วโยก พล.ท.ศรชัย กาญจนสูตร เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก (จก.สพ.ทบ.) ย้ายระนาบมาเป็น รองเสธ.ทบ. แล้วดัน พล.ต.นพดล ศรีจันทร์สุข รองจก.สพ.ทบ. ขึ้นเป็น จก.สพ.ทบ. โดยมี พล.ต.อภิชาติ อาจสันเที๊ยะ ผบ.ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ เป็น รองจก.สพ.ทบ. พ.อ.สุธา อดุลย์ฐานานุศักดิ์ เป็น ผบ.ศูนย์อุตสาหกรรมสรรพาวุธ พ.อ.เฉลิมชัย ชอบธรรม เป็น ผบ.ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุตสาหกรรมสายสรรพาวุธ

ในส่วน "กรมการทหารช่าง" ก็ดัน พล.ต.สุทิน เบ็ญจวิไลกุล รองแม่ทัพน้อยที่ 2 ข้ามห้วยขึ้นเป็น "เจ้ากรมการทหารช่าง" (จก.กช.ทบ.) แบบไม่เหนือความคาดหมาย พล.ต.บัญชา อาจคำพันธุ์ ผบ.กองพลทหารช่าง (ผบ.พล.กช.) เป็น รองจก.กช.มบ. พ.อ.วิกร เลิศวัชรา ขึ้นเสียบแทนเป็น ผบ.พล.กช.

ขณะที่ พล.ต.ธิรา แดหวา ผบ.มทบ.41 ขยับเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ศักดา คล้ำมีศรี ผบ.มทบ.24 เป็น รองแม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ต.สัชฌาการ คุณยศยิ่ง ผบ.มทบ.37 เป็น รองแม่ทัพน้อยที่ 3 พล.ต.อุชุกร ทรงวรัชญ์ เสธ.กรมการทหารสื่อสาร (สส.) เป็น รองจก.ทหารสื่อสาร

พล.ต.ภัชรพล ศิริรักษ์ ผบ.มทบ.26 ย้ายสลับเป็น ผบ.มทบ.29 พล.ต.จิราวัฒน์ จุฬากุล ผบ.มทบ.32 เป็น ผบ.มทบ.33 พล.ต.ศุภฤกษ์ สถาพร ผบ.มทบ.35 เป็น ผบ.มทบ.37 พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสธ.ทภ.4 เป็น ผบ.มทบ.41 พล.ต.เฟื่องวิทย์ เลาหสุรโยธิน เสธ.กรมยุทธศึกษาทหารบก ข้ามเป็น เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก (จก.กส.ทบ.) แทน พล.ต.ราชิต อรุณรังษี ที่ถูกพิษโควิดลามจากสนามมวยลุมพินี เด้งไปเป็น รองผอ.สนง.บูรณาการและขับเคลื่อนการปฏิบัติ กอ.รมน.

พ.อ.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน เป็น ผบ.ศูนย์การทหารราบ พ.อ.สาธิต เกิดโชค เป็น ผบ.มทบ.25 พ.อ.อโณทัย ชัยมงคล เป็น ผบ.มทบ.32 พ.อ.สัณธวัฒน์ วงศ์วัฒนะ เป็น ผบ.มทบ.35

ในส่วนของ "กองทัพอากาศ" พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ก็มีการปรับเปลี่ยนงานส่งกำลังบำรุงเช่นกัน โดยโยก พล.อ.ต.อนันตชัย แก้วศรีงาม รองเจ้ากรมส่งกำลังบำรุง (รองจก.กบ.ทอ.) ขึ้นเป็น จก.กบ.ทอ. พล.อ.ต.วิทยา ถาน้อย ผอ.สน.กบ.ทอ. เป็น รองจก.กบ.ทอ. พล.อ.ต.สฤษฏ์ วุทธีรพล ผช.หน.ฝสธ.ผบ.ทอ. เป็น ผอ.สน.กบ.ทอ. พล.อ.ต.อดิเรก สุวคนธ์ รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ (รองจก.สพ.ทอ.) ขึ้นเป็น จก.สพ.ทอ. พล.อ.ต.สุชาติ ผิวสอาด เสนาธิการ สพ.ทอ. เป็น รองจก.สพ.ทอ.

ในภาพรวมการโยกย้ายนายทหารกลางปีครั้งนี้ ถือว่าลดจำนวนการตั้ง "นายพล" เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม ที่ต้องการลดตำแหน่งประจำ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เพราะขณะนี้ "นายพล" ที่ไม่มีงานทำมีจำนวนล้นกองทัพ โดยในอนาคตเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกษียณราชการ กองทัพจะปิดอัตรา และค่อยๆ ลดจำนวนลง

สอดคล้องกับอนาคตที่ "กระทรวงกลาโหม" จะทำการปฏิรูประบบงานกำลังพล โดยตั้งเป้าหมายในการปรับลดอัตรากำลังทหารประจำการลง ด้วยเงื่อนไขไม่เพิ่มจำนวนข้าราชการและงบประมาณ บนพื้นฐานการบริหารจัดการงานหลักๆ ทั้งด้านสมรรถนะ ด้านผลงาน ตลอดจนด้านคุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ

เพื่อนำระบบข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาใช้ ทดแทนจำนวนอัตราข้าราชการทหารและแก้ปัญหาความคับคั่งในแต่ละชั้นยศ โดยเฉพาะชั้นยศระดับสูง อีกทั้งการปฏิรูปดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว เมื่อ 9 มิ.ย.63

และคาดว่าจะสามารถบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้รับราชการในกลาโหม โดยมีตำแหน่งที่มิใช่อัตราทหารและไม่มีชั้นยศ ได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 64 เป็นต้นไป โดยจะปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทางในกลุ่มลักษณะงานต่างๆ นั้นเอง.

ผู้เขียน : คชสีห์ 88

กราฟิก : Sriwan Singha

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โยกย้ายทหารSpecial Contentย้ายทหารกลางปีย้ายทหาร เม.ย.64ปรับย้ายนายทหาร7เสือกลาโหมบิ๊กแก้วบิ๊กบี้ผบ.เหล่าทัพกองทัพไทยpremium contentข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 13:56 น.