อภิสิทธิ์ มองโหวตวาระ 3 ได้ อัดแก้รัฐธรรมนูญสะดุดเพราะฝ่ายรัฐทั้งสิ้น

ข่าว

    อภิสิทธิ์ มองโหวตวาระ 3 ได้ อัดแก้รัฐธรรมนูญสะดุดเพราะฝ่ายรัฐทั้งสิ้น

    ไทยรัฐออนไลน์

    15 มี.ค. 2564 19:33 น.

    “อภิสิทธิ์” ชี้ รัฐสภาโหวตร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ค่อยทำประชามติได้ อัด ทุกครั้งที่สะดุด ล้วนมาจากการกระทำฝ่ายรัฐบาล มอง นายกฯ ต้องแสดงท่าทีชัดเจน

    วันที่ 15 มี.ค. 2564 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการตีความแตกต่างกันในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ขาดว่าสมาชิกรัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ แต่ต้องทำประชามติทั้งก่อนและหลังร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า แม้ต้องรอคำวินิจฉัยกลางก่อน แต่หลังจากอ่านคำวินิจฉัยแล้ว ส่วนตัวไม่คิดว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้จะมีปัญหา เพราะทุกคนมองตรงกันว่าอำนาจการสถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะครอบคลุมถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แม้จะไม่ครบทุกหมวดก็ตาม ถือเป็นอำนาจของประชาชน สิ่งที่รัฐสภากำลังดำเนินการมาจนถึงการโหวตวาระ 3 ยังไม่ใช่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อบอกว่าจะมีกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อย่างไรเท่านั้น การทำรัฐธรรมนูญใหม่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการลงประชามติหลังโหวตวาระ 3 ซึ่งตรงกับคำวินิจฉัยที่ให้ทำประชามติก่อนให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าประชาชนต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ อีกทั้งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ว่า เมื่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ร่างเสร็จจะต้องไปทำประชามติอีกครั้ง ซึ่งก็ตรงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ทำประชามติหลังร่างเสร็จ

    “ผมมีข้อสังเกตว่าการพยายามตีความว่า ต้องทำประชามติอีกครั้งเพิ่มขึ้นก่อนมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ทำให้เกิดคำถามว่า อำนาจแก้รัฐธรรมนูญเป็นของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่การทำประชามติตามรัฐธรรมนูญทำได้ 2 วิธี คือ ทำตามมาตรา 256 ที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ และมาตรา 166 ซึ่งเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้นใครที่ตีความว่าสภาต้องถามประชาชนก่อน ผมมีคำถามว่าสภาจะเอาอำนาจอะไรไปทำประชามติ และถ้าบอกสภาไม่ต้องทำ ครม.ทำ ก็มีคำถามว่าโดยหลักการสภาบังคับ ครม.ได้หรือไม่ และถ้า ครม.บอกว่าไม่ทำ ก็มีคำถามอีกว่าไม่เป็นการผิดหลักการหรือ เพราะกลายเป็นว่าอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติไปอยู่ในมือของ ครม. ผมจึงเชื่อว่าการไปตีความว่าต้องทำประชามติอีกครั้งไม่สอดคล้องกับโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ”

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ต้นทุนที่ต้องจ่ายจากความพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองแบบนี้ มีทั้งอาจต้องทำประชามติถึง 3 ครั้ง ซึ่งอาจผ่าน 2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายไม่ผ่าน ในที่สุดเท่ากับมีความสิ้นเปลือง ไม่ใช่แค่งบประมาณแต่ยังสร้างความขัดแย้งที่ไม่เป็นประโยชน์กับใครด้วย จึงคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญควรทำความชัดเจนก่อนสภาลงมติในวาระ 3 น่าจะเป็นทางเดินที่ดีที่สุดเพื่อลดปัญหา ขณะที่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันต้องยึดมั่นในสิ่งที่แถลงนโยบายกับสภา เหมือนผู้นำในต่างประเทศเขาทำกัน เพราะกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วน ผู้นำรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนจริงใจมากกว่าที่เป็นอยู่ สนับสนุนทุกขั้นตอน นายกรัฐมนตรีซึ่งมีฐานะพิเศษจากโครงสร้างรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ประชาชนมองว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของวุฒิสภาได้ ถ้าจริงใจและซื่อสัตย์ต่อการแถลงนโยบายของตัวเองต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนออกมา

    “ผมอยากเห็นไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาล แสดงท่าทีที่จริงจัง เพราะต้องไม่ลืมว่าทุกครั้งที่การจัดทำรัฐธรรมนูญมีเหตุต้องสะดุดหยุดลง ล้วนมาจากการกระทำของฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น ที่สำคัญคือในการลงมติวาระที่ 1 มีรัฐมนตรีลงมติสวนทางกับนโยบายรัฐบาลแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้นจากทั้งผู้นำรัฐบาลและพรรคที่ร่วมรัฐบาล เป็นตัวฟ้องถึงความจริงใจของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงหวังว่าในช่วงเวลาหลังจากนี้จะใช้เวทีสภาลดความขัดแย้งทางการเมือง ดึงให้ประชาชนมีส่วนร่วมออกแบบการเมืองที่เป็นที่ยอมรับ มีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต”.



    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      แก้รัฐธรรมนูญร่างรัฐธรรมนูญอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะโหวตร่างรัฐธรรมนูญลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประชุมรัฐสภาประชุมสภาข่าวการเมือง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11:28 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์