เรื่องเล่าของหัวหน้าชุมนุมมังกรซ่อนพยัคฆ์ผู้หนึ่ง ท่าทีที่เปิดเผยต่อหน้าชาวบ้าน เป็นคนแก่ที่อุ้ยอ้ายเชื่องช้า พูดจาไม่เอาไหน แต่เบื้องลึกกลับกุมอำนาจยิ่งใหญ่ ถึงระดับเจ้ายุทธจักร

ถึงวันนี้ ยังไม่มีวี่แววคู่แข่งคนไหนจะโค่นล้มลงได้

จึงมีความพยายามศึกษาวิทยายุทธ์ หรือวิชาบู๊และบุ๋นของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน อย่างไร

ผู้รู้อธิบาย จอมยุทธ์ผู้เฒ่าน่าจะเจนจบครบกระบวนท่ามาจากสังคมการเรียนรู้ทั้งสามแบบ

แบบแรก สังคมการเรียนรู้จากผู้อาวุโส หรือคนรุ่นก่อน ซึ่งก็คือ สังคมแบบโบราณดั้งเดิมที่คนรุ่นหลังจำเป็นต้องเข้าใจให้ถ่องแท้

แบบที่สอง สังคมการเรียนรู้จากคนรุ่นเดียวกัน ใครก้าวหน้า ใครล้าหลัง ใครมีจุดแข็ง ใครมีจุดอ่อน ก็แน่นอน คนที่เข้าใจเพื่อน ก็คือคนที่กุมหัวใจเพื่อน หากอยู่ในกองทัพ เขาก็คือแม่ทัพ

แบบที่สาม สังคมการเรียนรู้จากคนรุ่นหลัง ซึ่งก็คือ สังคมแนวใหม่ ที่ก้าวหน้ามาไกล

สังคมปัจจุบันนี้ รู้กันว่าในรอบร้อยปี พัฒนารวดเร็วรุดหน้ากว่าสังคมเมื่อหลายพันปีที่แล้ว แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะเหตุนี้ คนรุ่นหลังจึงก้าวหน้ามากกว่าคนรุ่นเก่าและรุ่นปัจจุบันไปมากมาย

หากคนรุ่นปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่กุมอำนาจไว้ในมือ เผลอ ดูแคลนไม่เรียนรู้ หรือตามคนรุ่นหลังไม่ทัน การตัดสินใจเรื่องสำคัญของบ้านเมือง ก็อาจผิดพลาดไปได้

ไม่แปลกที่จอมยุทธ์ที่ช่วงชิงฐานะ เจ้ายุทธจักรน่าจะเป็นคนหนึ่ง ที่ยึดกุมหัวใจผู้คนได้ทุกฐานะ

ในยุคตำนานของจีน มีเรื่องเล่าของจักรพรรดิเหลือง ผู้ยิ่งใหญ่ เขาพยายามค้นหาวิธีปกครองบ้านเมือง...จากผู้รู้ เมื่อรู้ว่า อาจารย์ต้าขุย เป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้า เร้นกายบนภูเขาเป้ยฉือ ในป่าลึกไกลโพ้น

...

ก็ชวนบริวารหกคน เดินทางไปหา

ไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง จักรพรรดิเหลืองก็หลงทาง วนเวียนอยู่เป็นเวลานาน โชคดีเจอเด็กเลี้ยงวัวคนหนึ่ง

“เจ้าหนู ภูเขาเป้ยฉือ ไปทางไหน” จักรพรรดิเหลืองถาม

“โน่น!” เด็กเลี้ยงวัวชี้มือ อย่างไม่ลังเล

ท่วงท่าเด็กเลี้ยงวัวองอาจ จักรพรรดิเหลือง ถามต่อ “แล้วเจ้ารู้หรือไม่ อาจารย์ต้าขุย อยู่ที่ไหน?”

“ข้ารู้...” เด็กเลี้ยงวัวตอบ จักรพรรดิเหลืองสะดุดใจ เด็กเลี้ยงวัวอายุยังน้อยนัก ทั้งอยู่กลางป่าลึกท่ามกลางภูเขาสูง จึงมีท่วงท่ารอบรู้ไปเสียทุกอย่าง

จักรพรรดิเหลืองผู้ยิ่งใหญ่หลุดปากถามความรู้สำคัญไปโดยไม่ตั้งใจ

“ถ้างั้น ข้าจะถามอีกข้อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าจะปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขได้อย่างไร”

ผิดคาด จักรพรรดิเหลืองได้รับคำตอบทันควัน

“ข้ารู้การปกครองบ้านเมือง ก็เหมือนการเลี้ยงวัว กำจัดข้อขัดข้องของวัวให้หมดไป ก็แค่กำจัดข้อขัดข้องของราษฎรให้หมดไป ทุกอย่างก็ราบรื่น”

คำตอบง่ายๆ ซื่อๆจากเด็กเลี้ยงวัว แต่ลึกซึ้งนัก จักรพรรดิเหลืองทรงอัศจรรย์พระทัยมาก

เรื่องเล่าเรื่องจักรพรรดิเหลือง จบลงตรงทำให้คนฟังสงสัย หรือ ว่าเด็กเลี้ยงวัวคนนั้น คืออาจารย์ต้าขุ่ย จำแลงแปลงกายมา?

บางบ้านเมืองที่ผมรู้จัก จอมยุทธ์มีวิทยายุทธ์เจนจบ รอบรู้ในสังคมรุ่นเก่ารุ่นใหม่ แค่เอามังกรซ่อนพยัคฆ์ไว้อยู่ แต่ดูจะขาดความเข้าใจในสังคมคนรุ่นหลัง หรือพวกเด็กๆอยู่ไม่น้อย

บทเรียนของจักรพรรดิเหลือง ปกครองบ้านเมืองให้เหมือนเลี้ยงวัว กำจัดข้อขัดข้องของวัวให้หมดไป กำจัดข้อขัดข้องของเด็กๆให้หมดไป บ้านเมืองก็น่าจะสงบเย็นเป็นสุขได้ในเวลาไม่นาน.

กิเลน ประลองเชิง