ไลฟ์สไตล์
100 year

เตือนมรสุมการเมืองก่อหวอดวิกฤติ : ล้มกระดานประเทศ

ทีมข่าวการเมือง
8 มี.ค. 2564 05:15 น.
SHARE

ทุกอย่างเดินหน้า คลี่คลาย แก้ไข ปล่อยนานออกไปยิ่งเสียโอกาสเพิ่มขึ้น เป็นมุมมองของพลเมืองคนหนึ่ง ซึ่งเคยมีบทบาททางการเมืองระดับเบอร์หนึ่งของประเทศ แสดงความห่วงใยบ้านเมือง หลังเห็นระบบการเมืองไทยโดยรวมที่เป็นอยู่ยังเหมือนเดิม

ตอนนี้อยู่นอกวงโคจรการเมือง ยังไม่มีช่องทางหรือเหตุอะไรที่จะกระโดดกลับเข้าทำงานการเมืองอีกครั้ง หากเมื่อไหร่มีความรู้สึกสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศ โดยสภาวะแวดล้อมเอื้ออำนวย มีคนสนับสนุนแนวคิดเพียงพอเพื่อช่วยผลักดันไปสู่การปฏิบัติได้ ตรงนี้เป็นเกณฑ์ที่จะใช้ตัดสินใจอนาคตการเมือง

ข่าวแนะนำ

เขาคนนั้นมีนิกเนมที่เรารู้จักกันดีว่า “พี่มาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอผ่านทีมการเมืองไปถึง “รัฐบาลลุงตู่” ให้เห็นถึงปัญหาของประเทศตลอด 2 ปี

ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ไวรัสโควิด-19

เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุด สังคมรอคำตอบจากรัฐบาลว่าจะแก้ไขปัญหาหลักที่สำคัญเมื่อไหร่

โดยด้านการเมืองก็มีความขัดแย้งต่อเนื่อง มีเปลี่ยนแปลงคู่ขัดแย้งบ้าง มีจุดเน้นในแต่ละสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง มันเป็นความแตกต่างทางความคิด ความขัดแย้งพื้นฐาน ช่องว่างยังมีอยู่เหมือนเดิม

อาจถูกกดทับโดยบางสถานการณ์ ถูกกดทับโดยการบังคับใช้กฎหมาย

แต่ปัญหาพื้นฐานยังไม่ได้รับการแก้ไข

ขณะที่ด้านเศรษฐกิจเป็นปัญหาต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงมาก ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบเคียงประเทศในอาเซียน เริ่มถูกมองว่าไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

ที่สำคัญความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

สร้างความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจไปทั่ว ซึ่งเกิดก่อนโควิด

พอเกิดโควิดก็เข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจ นับเป็นเรื่องใหม่ ไม่มีใครคาดการณ์ล่วงหน้า เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ เพราะต้องคำนึงถึงมิติด้านสุขภาพในการทำทุกสิ่งทุกอย่าง

แถมมีผลพวงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และคดี กปปส.ที่ถูกศาลพิพากษา ส่งผลต้องปรับ ครม.

โจทย์สำคัญที่สุดในสถานการณ์เฉพาะหน้าของรัฐบาล

ต้องใช้โอกาสปรับ ครม. เพื่อเรียกความเชื่อมั่น

แล้วฉายภาพให้เห็นว่ากำลังจะพาประเทศเดินไปข้างหน้า

อย่างน้อยที่สุดการปรับ ครม.ในมุมที่เกี่ยวข้องกับโควิดและเศรษฐกิจ มันเป็นจังหวะวัคซีนเข้ามา ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ให้คนมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน โดยให้ข้อมูลในระดับความปลอดภัยเป็นอย่างไร

พร้อมให้ข้อมูลด้วยว่าวัคซีนไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ อาจลดการแพร่เชื้อลงได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังเป็นตัวเลขที่ไม่ชัดเจนนัก ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ยังไม่ค่อยมีการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำไปสู่การอธิบายต่อไปว่ารัฐบาลจะจัดลำดับเรื่องการฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มใดก่อนหลังอย่างไร ด้วยเหตุผลอะไร

การจัดการวัคซีนให้สัมพันธ์กับมาตรการผ่อนคลายให้เศรษฐกิจเดินหน้า

ต้องฉายภาพให้คนมีความเชื่อมั่น พร้อมมีแผนรองรับความเสี่ยงในทุกด้าน

ทำแบบนี้สามารถลดแรงกดดันได้อีกหลายอย่าง และระหว่างที่ยังผ่อนคลายทางเศรษฐกิจ ยังไม่สามารถเปิดได้เต็มที่ จะยังคงเยียวยาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการเดินหน้าได้อย่างไร

รวมถึงประเมินภาวะทางการเงิน ในช่วงที่กำลังเสนองบประมาณประจำปี 65 เข้าสภา

ควรอาศัยจังหวะปรับ ครม.เสร็จแล้วฉายภาพ “โรดแม็ปวัคซีน” เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ที่ผ่านมารัฐบาลสื่อสาร เชิงยุทธศาสตร์ค่อนข้างน้อย สื่อสารเฉพาะประเด็น เฉพาะสถานการณ์ บางทีมีลักษณะโยนหินถามทาง มากกว่าบอกถึงหลักคิดที่จะทำอย่างไร ทำให้ความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบ

ด้านเศรษฐกิจก็เป็นปัญหา มุมมองผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหลายคน หยิบยกความเดือดร้อนของประชาชนหลายกลุ่ม ฉายภาพเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจบิดเบี้ยว ผมไม่ได้บอกว่าเห็นด้วย แต่รัฐบาลตอบเฉพาะจุดเล็กๆ รายละเอียดบางเรื่อง ประเด็นใหญ่ไม่มีคำตอบ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเข้าใจประเด็นหรือมุมมองที่เสนอ ตรงนี้มันจำเป็น

ที่บอกจำเป็นเพราะหากพูดถึงการเมือง ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้คนเกิดความเชื่อมั่น แต่ละฝ่ายอยู่ในจุดยืนของตัวเอง ผู้ชุมนุมรู้สึกว่าข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนองอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อถูกดำเนินคดี สะสมคดีเพิ่ม มากขึ้นเรื่อยๆ ช่องว่างย่อมมีมากขึ้น

ขณะที่ฝ่ายต่อต้านผู้ชุมนุมรวมถึงคนในรัฐบาล ไม่ได้หยุดยั้งให้เกิดความเปลี่ยนแปลง

อย่างกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอุปสรรคตลอดเวลา ยังดีหลายประเด็นในวาระที่ 2 คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น แต่ติดขัดกระบวนการตีความและลงมติในวาระที่ 3 ยังไม่มีการสร้างจุดร่วมไปในทิศทางเดียวกัน ในเมื่อรัฐบาลไม่มีความพร้อม มีความเป็นเอกภาพในการทำเรื่องนี้

ยิ่งต้องบริหารจัดการด้านโควิดและเศรษฐกิจให้ชัดเจนขึ้น

ไม่เช่นนั้นหากเกิดความผิดพลาดยิ่งไปซ้ำเติมในภาคการเมือง

ไม่ใช่ต่อรัฐบาลอย่างเดียว ยังกระทบต่อระบบการเมือง ความรู้สึกย่อมถดถอยในเชิงความเชื่อมั่นศรัทธาในระบบ ขณะที่ตอนนี้เกือบทุกพรรคการเมืองอ่อนแอ ด้วยผลของกติกาหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้านายกฯจะเริ่มทบทวนนิดหนึ่ง หลังจากสังเกตจากตำตอบที่ชี้แจงในสภา หลักใหญ่ของท่านคือได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบ

ผมทำงานการเมืองยืนยันมาตลอดว่ามันไม่พอ กระบวนการทางการเมือง ความรับผิดชอบทางการเมือง มันเป็นสิ่งที่มีอะไรมากกว่า กระบวนการทางกฎหมาย

นายกฯต้องใช้โอกาสในการปรับ ครม. ดูข้อมูลทั้งหลายที่ปรากฏขึ้น บางเรื่องยังไม่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่สร้างคำถามในใจคน ควรเอาสิ่งเหล่านี้มาประกอบการพิจารณา เพื่อทำให้คนรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย

นายอภิสิทธิ์ ยังสะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพของรัฐบาลตามระบบในสภา ไม่มีปัญหา อาจประเมินว่าแรงกดดันนอกสภามันควบคุมได้โดยวิธีการต่างๆ อาจมีความรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าปัญหาพื้นฐานแบบนี้มันไม่ได้หายไปไหน

สะสมรอวันปะทุขึ้นมา มันอันตราย เป็นปัญหาที่แก้ยากขึ้น

ทีมข่าวการเมือง ถามถึงใกล้ครบรอบ 7 ปี คสช.ในวันที่ 22 พ.ค.64 “ระบอบประยุทธ์” เริ่มถูกตั้งข้อสังเกตว่ายิ่งกว่า “ระบอบทักษิณ” นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ปัญหาแบบนี้เมื่อถึงเวลาร่างรัฐธรรมนูญควรหยิบยกขึ้นมาพูด ให้เห็นความเชื่อมโยงทั้งหมด

เช่น ระบบเลือกตั้ง อย่าไปมองว่าวิธีการใครชนะใครแพ้ ควรมองให้เห็นว่าระบบเลือกตั้งถูกออกแบบมาเพื่อให้รัฐบาล พรรคการเมืองเข้มแข็งมากน้อยแค่ไหน บางประเทศออกแบบให้มีรัฐบาลผสมเป็นเรื่องปกติ บางประเทศออกแบบให้รัฐบาลมีเอกภาพเด็ดขาด ทั้งสองแบบต้องออกแบบการตรวจสอบถ่วงดุลที่แตกต่างกัน

วันนี้ปัญหาเชิงโครงสร้างมีเยอะมาก ทั้งการเมืองที่ทำให้คนทั้งประเทศ รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่าที่เป็นอยู่ เศรษฐกิจมีปัญหาในความเหลื่อมล้ำ ไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

สังคม ค่านิยม วัฒนธรรม ซึ่งวิถีชีวิตคนเปลี่ยนไปเยอะมาก ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหลายสิ่งหลายอย่างเหมือนคนรุ่นก่อน ในแง่ที่เขาคาดหวังว่าสังคมควรเป็นอย่างไร โครงสร้างกฎหมายก็ดี โครงสร้างอำนาจก็ดี ต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้

เริ่มจากหาทางกระตุ้นให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนในสิ่งเหล่านี้ ด้วยเหตุด้วยผล แต่ขณะนี้ไม่มีใครสนใจที่จะทำ มีแต่สนใจใช้สื่อและการสื่อสารกับพวกเดียวกันเอง ย้ำความคิดตัวเอง แล้วเป็นปฏิปักษ์กับอีกฝ่ายหนึ่ง

7 ปีที่ คสช.ฝังรากลึกลงในโครงสร้างรัฐ สังคม เครือข่ายอำนาจ การขุดรากหรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงย่อมยากไปด้วย นายอภิสิทธิ์บอกว่า เห็นจากประวัติศาสตร์ของหลายประเทศ ในที่สุดเมื่อโครงสร้างไม่ตอบสนองความต้องการ ความจำเป็นของประเทศและประชาชน ในที่สุดก็ไปไม่ได้

“ฉะนั้นผมจึงไม่ได้มองว่าลึกขนาดนั้น ของบางอย่างดูเข้มแข็ง

บางทีเกิดอะไรขึ้นนิดหนึ่ง มันล้มครืนทั้งหมด”.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะประยุทธ์ จันทร์โอชาทักษิณ ชินวัตรเศรษฐกิจโควิด-19วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564 เวลา 07:36 น.