ไลฟ์สไตล์
100 year

เผา พ่นสี หน้าศาลม็อบรีเดมร้องปล่อยเพื่อนเรา "ภาคีแดง" กดดันเลิกม.112 (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
7 มี.ค. 2564 05:02 น.
SHARE

กลุ่ม REDEM เคลื่อนขบวนไปศาลอาญาตามนัด ขณะที่ตำรวจ อคฝ.ตั้งแนวรับในรั้วศาล พร้อมประกาศเตือนเป็นระยะ หลังบางคนปีนรั้วนำคัตเอาต์ขึ้นมาติด ขณะที่กลุ่มแดงก้าวหน้า 63 ร่วมกับอาชีวะไล่เผด็จการ แกงหม้อใหญ่ เปลี่ยนเส้นไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะแทน ร.11 ทม.รอ. ที่ตั้งตู้คอนเทนเนอร์รอรับเก้อ ด้านไผ่ดาวดินเดินทะลุฟ้าถึง ม.เกษตรฯ ส่วนอาชีวะปกป้องสถาบันและเครือข่าย นัดชุมนุมอ่านแถลงการณ์ขอให้หยุดคิดร้ายต่อสถาบัน ระทึกอรินทราช 26 บุกรวบโตโต้กลางห้างดังรัชโยธินสุดเหิมการ์ดวีโว่ทุบรถพยายามชิงตัวผู้ต้องหา ตำรวจหัวแตกเจ็บ1 กรณีกลุ่มผู้ชุมนุม 4 กลุ่มนัดรวมพลในพื้นที่ต่างๆในวันที่ 6 มี.ค. เพื่อยื่นเรียกร้องทางการเมือง

ข่าวแนะนำ

โดยกลุ่มที่ 1.กลุ่ม REDEM (Restart Democracy) นัดรวมตัวจาก 5 แยกลาดพร้าวไปศาลอาญา รัชดาภิเษก กลุ่มที่ 2 กลุ่มแดงก้าวหน้า 63 ร่วมกับอาชีวะไล่เผด็จการ เดินจากโลตัส รังสิต ไปกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.11 ทม.รอ.) หรือราบ11 กลุ่มที่ 3 กลุ่มเดินทะลุฟ้า นัดจัดเสวนาทะลุฟ้าที่ ม.เกษตรฯ บางเขน และกลุ่มที่ 4 กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันและเครือข่าย นัดรวมตัวกันที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ขณะที่ตำรวจเตรียมอคฝ.32 กองร้อยรับมือ โดยจับตาไปที่กลุ่ม REDEM เพราะหวั่นเกิดเหตุรุนแรงเหมือนวันที่ 28 ก.พ.ที่หน้าร.1 ทม.รอ.เพราะเป็นม็อบไร้แกนนำ ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เตือนผู้ชุมนุมพื้นที่กทม.ยังอยู่ในภาวะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ย้ำไม่อยากเห็นภาพรุนแรงหรือปะทะโดยไม่จำเป็น โดยก่อนหน้าตำรวจ สน.ปทุมวันรวบหนุ่มสองแควขับรถซุกไปป์บอมบ์ 18 แท่งกลางกรุง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ขนคอนเทนเนอร์ตั้งหน้าราบ11

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 6 มี.ค. เจ้าหน้าที่เริ่มขนตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งไว้บนฟุตปาทหน้าสถานีดับเพลิงบางเขนและหน้าการไฟฟ้านครหลวงบางเขน ไว้รับมือม็อบ 6 มีนา ที่จะมาชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.11 ทม.รอ.) หรือราบ11 แต่ยังไม่มีการนำมาวางไว้บนถนน นอกจากนี้ยังมีการเตรียมรถโฟร์กลิฟต์ไว้เตรียมยกตู้คอนเทนเนอร์วางตามจุดต่างๆตามแผนรับมือ

บช.น.เตือนชุมนุมมีความผิด

ส่วนความเคลื่อนไหวของตำรวจในการรับมือผู้ชุมนุม เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.โฆษก บช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.ร่วมแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ขอแจ้งเตือนว่า กทม.เป็นพื้นที่ห้ามชุมนุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.215 ก่อความวุ่นวายผิดกฎหมายอาญามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ที่ผ่านมาดำเนินคดีไปแล้ว 22 ราย และคดีอื่นๆรวม 158 คดี ส่งสำนวนพนักงานอัยการ 116 คดี อยู่ระหว่างสืบสวน 42 คดี ผู้โพสต์ชักชวน แกนนำจัดการชุมนุม ตลอดจนผู้เข้าร่วมชุมนุมมีความผิดตามกฎหมาย อาจจะได้รับโทษได้เช่นกัน

ฝากขังหนุ่มพกไปป์บอมบ์

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กรณีชายพกพาวัตถุระเบิดไปป์บอมบ์ที่ตำรวจจับกุมนั้น เบื้องต้นพบว่า ผลิตเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตรวจค้นที่บ้านอ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีลักษณะให้การวกวนคล้ายคนวิกลจริต ต้องรอผลพิสูจน์จากแพทย์ รพ.ตร. ทั้งนี้มีการกล่าวอ้างไปเรียนจากต่างประเทศ บอกไม่ชัดเจนว่าจะนำระเบิดไปทำอะไร ส่วนการตรวจสอบประวัติยังไม่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับการเมือง ขณะนี้ได้ฝากขังที่ศาลอาญาแล้ว

บิ๊กต๊ะตรวจ อคฝ.หน้าศาล

ต่อมาเวลา 16.30 น. ที่หน้าศาลอาญาถนนรัชดา พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น.และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. มาตรวจสอบความเรียบร้อยของกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน (อคฝ.) ก่อนที่กลุ่มประชาชนสร้างตัว REDEM จะเดินทางจากห้าแยกลาดพร้าวมาจัดกิจกรรมทิ้งขยะหน้าศาล

บุกรุกทำลายทรัพย์จับทันที

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยกำชับการปฏิบัติให้เน้นอดทนยึดมั่นในหลักการนิติรัฐนิติธรรม ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความห่วงใย เน้นย้ำเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันสถานที่ราชการที่สำคัญ โดยเฉพาะศาลอาญา ยึดถือกฎหมายเป็นหลัก ได้เตรียมมาตรการรับมือและกำลังเพียงพอต่อจำนวนของกลุ่มผู้ชุมนุม หากผู้ชุมนุมเข้ามาทำลายทรัพย์สิน หรือบุกฝ่าเข้ามาในศาล ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล เป็นความผิดนอกจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรค และรวมกลุ่มมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายตาม ป.อ.ม.215 ตำรวจสามารถควบคุมตัวหรือจับกุมได้ตามกฎหมายทันที เพราะการชุมนุมถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว ตอนนี้ไม่ได้บังคับใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จะใช้มาตรการควบคุมสูงสุด โดยไล่จากเบาไปหาหนัก

จัดชุดเคลื่อนที่เร็วค้นอาวุธ

รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว กระจายตามทางแยกที่จะมุ่งหน้ามาศาลอาญา และแยกเกษตร เพื่อตรวจค้นอาวุธตามช่วงเวลาการระดมกวาดล้างอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม หากผู้ชุมนุมไม่ได้กระทำการใดสุ่มเสี่ยงจะก่อให้เกิดอันตราย จะยังไม่บังคับใช้กฎหมายทันที ทั้งนี้ ตำรวจหลีกเลี่ยงที่จะปิดการจราจร เว้นแต่ผู้ชุมนุม จะลงถนนก็จำเป็นต้องปิด ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวฝากเตือนขอให้ผู้ชุมนุมคำนึงถึงผู้ใช้รถใช้ถนน และผู้พักอาศัยในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ ยืนยันตำรวจพร้อมบังคับใช้กฎหมาย แต่ต้องดูพฤติการณ์การกระทำ เนื่องจากสัปดาห์ก่อน แม้ยุติการชุมนุมที่ ร.1 ทม.รอ. ยังมีคนบางส่วนไปล้อมโรงพักขัดขวางการทำงานของตำรวจ

5 โมงมวลชนพรึบห้าแยกลาดพร้าว

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่บริเวณสวนสมเด็จย่า 84 ปี ห้าแยกลาดพร้าว ฝั่งถนนพหลโยธิน มวลชนแนวร่วมกลุ่ม REDEM เริ่มทยอยมารวมตัวกันตามนัดหมาย โดยนั่งรอสัญญาณเคลื่อนขบวน ส่วนหนึ่งเป็นมวลชนเสื้อแดงสูงอายุ และวัยรุ่นหนุ่มสวมชุดป้องกัน มีนายโชคดี หรืออาเล็ก ร่มพฤกษ์ ศิลปินเสื้อแดงเล่นดนตรีปลุกเร้าผู้ชุมนุม ขณะเดียวกัน มวลชน กลุ่ม REDEM บางส่วนเริ่มนำรถขนอาหาร-น้ำมาจอดรอแจกจ่าย นอกจากนี้ ยังมีรถกระจายเสียงเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี เข้าสมทบ มีกลุ่มอาสาพยาบาล สวมเสื้อกั๊กสีเขียวทำหน้าที่ดูแลกรณีมีผู้บาดเจ็บ

ตั้งทีมสันติวิธีนำหน้าขบวน

สำหรับรูปแบบที่ต่างจากการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา คือ มวลชนกลุ่ม REDEM จัดตั้งทีมสันติวิธีราว 40 คน สัญลักษณ์สวมเสื้อกั๊กสีส้มติดป้ายข้อความว่า “สันติวิธี” ที่หน้าอก นำโดยนายวสันต์ ถล่ำถาวร และนายชาญชัย ปุสรังษี การ์ดเสื้อแดง แกนนำทีม สันติวิธีระบุ จะทำหน้าที่นำหน้าขบวนมวลชนกลุ่ม REDEM เพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ลดความตึงเครียดและหลีกเลี่ยงการปะทะ

รุ้งยึดสันติ โตโต้ไม่ร่วม REDEM

มีรายงานด้วยว่า ก่อนการชุมนุมกลุ่ม REDEM มีความเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ควบคุมมวลชนในนามม็อบราษฎรมาก่อน มี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นศ.ธรรมศาสตร์ เป็นแกนนำ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันยึดแนวทางสันติ อ้างว่าถูกใส่ความจากผู้ไม่หวังดีที่แชร์ภาพและข้อความออนไลน์ว่า มีสมาชิกในกลุ่ม 2 คนแชร์ภาพเฟซบุ๊กสอนวิธีการทำระเบิดเพลิง หรือโมโลตอฟคอกเทล เพื่อเข้าร่วมกับม็อบ REDEM ขณะที่นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่มการ์ด wevo ม็อบราษฎร ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประกาศไม่เข้าร่วมกับ REDEM อ้างติดธุระ

ตำรวจแจ้งให้ยุติชุมนุมเจอโห่ไล่

ต่อมาเวลา 17.40 น. ตำรวจ สน.พหลโยธิน นำรถเครื่องขยายเสียงประกาศให้มวลชนกลุ่ม REDEM ทราบว่าเป็นการชุมนุมที่ขัดต่อกฎหมายและขอให้ยุติภายในเวลา 18.00 น. สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต่างกรูกันออกมาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนต้องถอยร่น พร้อมส่งเสียงตะโกนด่าทอ ขณะเดียวกันมวลชนกลุ่ม REDEM ได้อาศัยจังหวะนี้ปิดการจราจรบนถนนพหลโยธินฝั่งขาออก หน้าสวนสมเด็จย่า ตั้งขบวนเคลื่อนไปยังศาลอาญา รัชดา

เคลื่อนขบวนเรียกร้องลั่นถนน

จากนั้นกลุ่ม REDEM เริ่มเคลื่อนขบวนมวลชนออกจากบริเวณห้าแยกลาดพร้าวในเวลา 17.50 น. โดยจัดระบบการสื่อสารกับผู้ชุมนุมในขบวนด้วยการใช้ป้ายที่เขียนข้อความชูขึ้นสูง พร้อมมีมวลชนใช้ธงสัญลักษณ์สีแดงกลุ่ม REDEM เดินนำหน้า ขณะเดียวกันได้มีแกนนำคนสำคัญ อาทิ นายชนินทร์ วงษ์ศรี นายชลทิศ โชติสวัสดิ์ จากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ กลุ่มมศวคนรุ่นเปลี่ยน เข้าร่วม ทั้งนี้กลุ่มมวลชนได้ร่วมกันตะโกนคำว่าปล่อยเพื่อนเรา ยกเลิก 112 และประยุทธ์ออกไป

ตร.เตือน เริ่มมีพ่นสีใส่รั้วศาล

มวลชนกลุ่ม REDEM ใช้ถนนพหลโยธินขาออกและถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาออก กระทั่งเวลา 18.40 น. ขบวนผู้ชุมนุมมาถึงบริเวณหน้าศาลฎีกา รัชดาฯ ที่ภายในนำรั้วลวดหนามมาล้อมป้องกันรั้วชั้นใน โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนตรึงกำลัง ทำให้มวลชนตะโกนโห่ร้อง ด่าทอมวลชนบางคนมีการพ่นสีบริเวณรั้วศาล บนพื้นถนนหน้าศาล ขณะเดียวกัน ผกก.สน.พหลโยธิน ซึ่งอยู่ในรั้วศาลฎีกา ได้ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบว่าการชุมนุมในครั้งนี้มีความผิดต่อกฎหมาย หากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยขอร้องไม่ให้มีการกระทำอันใดที่มีลักษณะบุกรุกในพื้นที่ของศาล เรียกเสียงโห่ฮาจากผู้ชุมนุมดังลั่น

เริ่มป่วนนำขยะมาเผาหน้าศาล

ต่อมาเวลา 18.50 น. สถานการณ์การชุมนุมกลุ่ม REDEM ที่หน้าศาลอาญา เริ่มชุลมุนและตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆเมื่อผู้ชุมนุมปักหลักนั่งบนถนนหน้าศาล ก่อนเริ่มตะโกนด่าทอ มีการนำเลเซอร์สีเขียวส่องเข้าไปในบริเวณอาคารศาล ขณะที่มวลชนกลุ่มหนึ่งนำขยะที่เตรียมมาไปทิ้งบริเวณประตูทางเข้าหน้าศาล บางส่วนนำมาเผาหน้าประตูเข้าที่ 3 และ บนถนน จนเกิดกลุ่มควันขึ้นทำให้การ์ดต้องเข้ามาช่วยกันดับ เหตุดังกล่าวเจ้าหน้าที่ที่รักษาการอยู่ในรั้วศาลอาญาได้ประกาศอีกครั้ง ขอร้องให้ผู้ชุมนุมห้ามกระทำการใดๆที่เกิดความวุ่นวายและรุกล้ำเข้ามาในบริเวณศาล

แกนนำเริ่มเชื้อเชิญมวลชนทิ้งขยะ

จากนั้น น.ส.จุฑาทิพย์ สิริขันธ์ หนึ่งในแกนนำ กลุ่มราษฎร นำสีสเปรย์มาพ่นบนพื้นฟุตปาทหน้าศาล ข้อความว่า ที่ทิ้งขยะ ทั้งชวนให้มวลชนนำขยะมาทิ้งรวมทั้งพ่นสีหรือเขียนสิ่งต่างๆได้ตามที่ต้องการ ขณะเดียวกันทีมสันติวิธีของกลุ่มพยายามขอร้องไม่ให้ผู้ชุมนุมขึ้นมาบนฟุตปาท ขอให้ชุมนุมเฉพาะบนถนนรัชดาฯเท่านั้น

หนักขึ้นปีนรั้วนำคัตเอาต์หมิ่นวาง

ต่อมาเวลา 19.30 น. ผู้ชุมนุม REDEM ปีนกำแพงศาลเพื่อนำป้ายคัตเอาต์ขนาดใหญ่ที่มีข้อความหมิ่นสถาบันขึ้นไปวางที่รั้วบริเวณประตูทางเข้าที่ 3 ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่อยู่ภายในบริเวณรั้วศาลขยับแถวจะเข้ามาสกัดกั้นแต่ผู้ชุมนุมได้ปีนลงมาก่อน ทางเจ้าหน้าที่ประกาศเตือนผู้ชุมนุมเป็นครั้งที่ 3 สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่บนถนนรัชดาฯหน้าศาลอาญา มีการชูป้ายยกเลิก 112 และตะโกนว่าปล่อยเพื่อนเรา อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ที่รักษาการณ์อยู่ในศาลพยายามนำป้ายคัตเอาต์ออกผู้ชุมนุมส่งเสียงร้องโห่ฮาด้วยความโกรธ

กิจกรรมหยุดนิ่งเพราะไร้แกนนำ

ช่วงหลัง 20.00 น. บรรยากาศการชุมนุมหน้าศาลอาญารัชดา กิจกรรมความเคลื่อนไหวต่างๆในพื้นที่ชุมนุมได้หยุดนิ่งเนื่องจากไม่มีแกนนำ ไม่มีการออกแบบกิจกรรม และการปราศรัย ทำแนวร่วม REDEM ต้องปักหลักนั่งๆยืนๆรอเวลายุติชุมนุมตามที่ประกาศไว้ในเวลา 21.00 น. มีบางส่วนเริ่มเดินทางกลับ สลับกับการตะโกนว่า ปล่อยเพื่อนเรา อีกทั้งมีผู้ชุมนุมบางส่วนจับกลุ่มด่าทอสถาบันอย่างหยาบคาย

ยุติการชุมนุมนัดปิดเดินทะลุฟ้า

กระทั่งเวลา 20.53 น. กลุ่มผู้ชุมนุม REDEM ประกาศยุติการชุมนุม โดยนัดหมายให้ผู้ชุมนุมเข้าร่วมกิจกรรมการเดินทะลุฟ้าในวันที่ 7 มี.ค. ที่นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จะเดินเท้าจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เวลา 09.00 น. ไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถือเป็นการปิดกิจกรรมการเดินระยะทาง 247.5 กม.จาก จ.นครราชสีมา ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร และนักโทษการเมืองที่ถูกข้อหา ม.112

อรินทราชบุกจับโตโต้กลางห้าง

มีรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 18.15 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น.และชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 เข้าควบคุมตัวนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อายุ 31 ปี แกนนำกลุ่ม wevo พร้อมพวก 3-4 คน ขณะนั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้างเมเจอร์รัชโยธิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ขณะจับกุมนายปิยรัฐได้พยายามไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอ้างว่าไม่ได้มีหมายจับแล้วตำรวจเข้ามาจับกุมได้อย่างไร โดยการไลฟ์สดดำเนินไปได้ประมาณ 3 นาที 42 วินาที ก่อนที่สัญญาณจะขาดหาย ทั้งนี้เชื่อว่าเหตุผลที่นายปิยรัฐถูกควบคุมตัวในครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อประมาณ 8 ชั่วโมงก่อน เจ้าตัวได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุเหตุผลทำนองว่าวันนี้ที่ไม่ได้ร่วมเดินขบวนไปกับกลุ่มเดินทะลุฟ้า เนื่องจากกำลังจะหาทางเข้าไปเก็บขยะในเขตพระราชฐาน โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่านายปิยรัฐและพวกถูกคุมตัวไปสอบปากคำที่ใด

คุมตัวโตโต้ไปที่ ตชด.ภาค 1

มีรายงานว่า หลังจับกุมนายปิยรัฐได้คุมตัวไปส่งที่ ตชด.ภาค 1 คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่ ตชด. นำแผงเหล็กวางกั้นขวางสะพานทางเข้าด้านถนนคลองห้า ขณะที่ผู้สื่อข่าวจำนวนมากถูกกันออกมาอยู่นอกแผงเหล็กทั้งหมด มีการเสริมกำลังหน่วยสวาท บก.ภ.จ.สระบุรี พื้นที่ใกล้เคียง ตำรวจ กฝ.จ.สมุทรปราการ และปทุมธานี เข้าไปเตรียมพร้อมอยู่ด้านใน ส่วนผู้ชุมนุมยังไม่มีใครมาติดตามความเคลื่อนไหว มีเพียงทนายความของศูนย์สิทธิมนุษยชนทยอยเข้าไปใน ตชด.ภาค 1

ชุลมุนทุบรถตำรวจพัง 2 คัน

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวนายปิยรัฐ และพวก 3-4 คน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาออกจากห้างเมเจอร์รัชโยธิน ในเวลาไล่เลี่ยกันมีเหตุชุลมุน เมื่อกลุ่มการ์ด wevo ราว 20 คน พยายามเข้าสกัดกั้นรถควบคุมผู้ต้องหาของบก.น.5 และ บก.น.6 จนสามารถหยุดรถได้บนถนนพหลโยธินฝั่งมุ่งหน้าไปศาลอาญารัชดาฯ ระหว่างนั้นมีการตะลุมบอนกันขึ้นจนมีตำรวจบาดเจ็บถูกตีศีรษะแตกไป 1 คนและชิงตัวกลุ่มมวลชนที่โดนจับอยู่ในรถไป 14 คน ขณะเดียวกันตำรวจควบคุมฝูงชนสแตนด์บายทางเข้าออก สน.พหลโยธินทุกทาง หลังมีข่าวกลุ่มผู้ต้องหาที่บุกทุบรถและชิงตัวผู้ต้องหาในรถจะมาที่ สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความกลับตำรวจที่จับกุมโดยไม่มีหมายจับ

ตร.ปทุมฯขวางเดินทะลุฟ้าไม่อยู่

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ได้เดินนำขบวนเดินทะลุฟ้าเข้ากรุงเทพมหานคร จุดหมายมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีขาเข้า มีกลุ่มมวลชนเกือบ 100 คน ร่วมเดินในขบวน ขณะที่กลุ่มมวลชนจะเดินเข้าเส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนของ จ.ปทุมธานี 1 กองร้อยได้นำรถตู้และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาปิดถนน เพื่อให้กลุ่มมวลชนใช้เส้นทางถนนพหลโยธินแทน แต่กลุ่มมวลชนไม่ยอม ยืนยันว่าจะใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต แม้ พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.จ.ปทุมธานี พยายามพูดคุยแต่ก็ไม่เป็นผล ต้องเปิดให้ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้ากรุงเทพมหานคร

ไผ่–ไมค์ทะลุฟ้าถึง ม.เกษตรฯ

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง เดินขบวนมุ่งไปยัง ม.เกษตรศาสตร์ โดยเข้าไปปักหลักพักค้าง ที่บริเวณลานพระพิรุณ ม.เกษตรศาสตร์ โดยมีการถ่ายรูปรวมที่บริเวณประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยเกษตร– ศาสตร์ และตะโกนว่า “ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ประยุทธ์ออกไป” พร้อมทั้งจะมีการตะโกนข้อเรียกร้อง “ปล่อยเพื่อนเรา ประยุทธ์ออกไป ยกเลิก 112” และแจกรูปบุคคลที่ถูกจับให้กับมวลชน

“ไบรท์” นำภาคีแดงไปศูนย์ราชการ

ส่วนที่โค้งท่ารถต่างจังหวัดขาออก ตรงข้ามศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 15.00 น. กลุ่มภาคีแดงใหม่ 4 ภาค ร่วมกันจัดกิจกรรมแรลลี่เคลื่อนขบวน ประมาณ 50 คน มีรถเครื่องเสียง 2 คัน มอเตอร์ไซค์ และรถเก๋งขับตามกันไป โดยนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท แกนนำคนรุ่นใหม่นนทบุรี ร่วมเดินทางไปกับขบวนพร้อมกับกล่าวว่า วันนี้ได้รับเชิญจากพี่น้องคนเสื้อแดงปทุมฯ และกลุ่มคนเสื้อแดงภาคี ให้ร่วมขบวนแรลลี่ มุ่งหน้าไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อไปแสดงสัญลักษณ์บางอย่างแต่ยังไม่เปิดเผย ว่าเราไปเพื่ออะไร

ขอชุมนุมแบบอหิงสาโชว์ ส.ส.

นายชินวัตรกล่าวต่อว่า ตอนแรกกลุ่มเสื้อแดงประกาศจะไปที่ราบ 11 เจ้าหน้าที่ก็ไปเอาแบริเออร์มาตั้งไว้เต็มไปหมด แต่หลักๆตนยึดหลักสันติอหิงสา ส่วนเรื่องใหญ่ๆที่จะทำนั้น จะเป็นการรณรงค์ให้ยกเลิกมาตรา 112 ปล่อยตัวเพื่อนเรา และจะบอกให้ ส.ส.บางคนที่อยู่แถวที่เราจะไป ที่มีการท้าทายพี่น้องราษฎร เหยียบย่ำประชาชน โดยจะไปแสดงให้ ส.ส.ท่านนี้ได้เห็นว่า ม็อบราษฎรไม่เคยใช้ความรุนแรง จะชุมนุมกันแบบสันติอหิงสา และชุมนุมกันอย่างสงบเรียบร้อยไม่เกิดเหตุการณ์ปะทะกันแน่นอน

ผลัดปราศรัยไล่ตู่ถึงทุ่มสิบห้า

เวลา 17.40 น. กลุ่มคนเสื้อแดงราษฎรนนทบุรี นำโดย “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง นำมวลชนมาชุมนุมด้านหน้าศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ประตู 1 ริมถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อทำกิจกรรม “ขับไล่เผด็จการ” และเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์–โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด นำโดย พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบก.น.2 และ พ.ต.ท.ศิโรจน์ สิงห์ทอง รอง ผกก.ป.สน.ทุ่งสองห้อง จากนั้นผู้ชุมนุมผลัดกันขึ้นปราศรัยเป็นระยะ จนถึงเวลาประมาณ 19.15 น. ก็แยกย้ายสลายตัวกันกลับโดยไม่มีเหตุวุ่นวาย

นัดชุมนุมอนุสาวรีย์ ปชต.มวลชนเก้อ

อีกจุดหนึ่งที่มีการนัดชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. เมื่อเวลา 17.00 น. หลังมีการนัดหมายรวมตัวของกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ เป็นจุดหนึ่งใน 4 จุด ที่มีการชุมนุมแบบดาวกระจาย โดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 และ สน.สำราญราษฎร์ กว่า 30 นาย สลับสับเปลี่ยนมาดูแลรักษาความปลอดภัย และอำนวยการจราจร ให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางบนถนนราชดำเนิน กระทั่งเวลา 17.30 น. ยังไม่ปรากฏกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นแกนนำหลักเข้าพื้นที่ มีเพียงมวลชนบางส่วน มานั่งรออยู่บริเวณหน้าแมคโดนัลด์ กว่า 10 คน นำหม้อ กะละมังติดตัวมาเคาะด้วย ล่าสุดเวลา 18.30 น. มวลชนเริ่มทยอยกลับเนื่องจากไม่มีการปรากฏกายของแกนนำ

อาชีวะป้องสถาบันที่ราชประสงค์

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 13.30 น. บริเวณฟุตปาทหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันและเครือข่าย นำโดยนายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือเต้ บูรณพนธ์ พร้อมผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน ร่วมชุมนุมแสดงพลังปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยนายอัครวุธได้อ่านแถลงการณ์ของกลุ่มระบุว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้เคลื่อนไหวก่อความไม่สงบในรูปแบบต่างๆกระจายไปในหลายพื้นที่เกือบทั่วประเทศ ล้วนแต่สร้างความแตกแยกเดือดร้อน ตามที่ปรากฏเป็นข่าว มาโดยตลอด หลายครั้งมีการจาบจ้วงการกระทำเชิงสัญลักษณ์ ระยะหลังเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เป้าประสงค์ที่แท้จริงคือการล้มล้างสถาบันกษัตริย์โดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย ท้าทายอำนาจรัฐ ถือเป็นการย่ำยีหัวใจคนไทยที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันอย่างสุดที่จะอดทนอดกลั้นได้อีกต่อไป

ขอให้หยุดคิดร้ายสถาบัน

นายอัครวุธกล่าวอีกว่า กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันเห็นพ้องต้องกันที่จะต้องแสดงออกเพื่อปกป้อง และแสดงจุดยืนร่วมกับพลังเงียบของคนไทยทั่วประเทศ ขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยที่อยู่อย่างจงรักภักดี ออกมาร่วมแสดงพลังให้ผู้ที่คิดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์และราชวงศ์ โดยเฉพาะผู้อยู่เบื้องหลัง ขอจงหยุดการกระทำทั้งหมดทันที จะไม่ยอมให้ผู้ไม่หวังดีกระทำการล้มล้างอีกต่อไป เราขอเป็นตัวแทนพลังเงียบทั่วไทย พร้อมลุกฮือร่วมกันต่อต้านและขัดขวางทุกการกระทำที่เป็นการเหยียบย่ำจิตใจคนไทยอย่างถึงที่สุด เป็นการเตือนแค่ครั้งเดียว แล้วมาดูกันว่าการต่อสู้แบบถูกกฎหมาย โดยพลังเงียบจากประชาชนของพระราชาจะมีแสนยานุภาพที่น่าเกรงขามที่สุด

แยกย้ายกลับหลัง ตร.แจ้งให้ยุติ

จากนั้นได้มีแกนนำสับเปลี่ยนกล่าวปราศรัยโจมตีพวกที่จ้องล้มล้างสถาบันกันอย่างต่อเนื่อง โดยมี พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน นำกำลังมาดูแลความเรียบร้อย พร้อมอ่านประกาศผู้ชุมนุมมีความผิด พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ สั่งให้ยุติการชุมนุมทันที ขณะที่แกนนำจะประกาศยุติการชุมนุม เมื่อเวลา 16.00 น. โดยให้ผู้ชุมนุมรวมกลุ่มชูภาพกลุ่มราษฎรใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำลายสถานที่และทรัพย์สินของทางราชการเสียหายทุบทำลาย สาดสี ก่อนจะร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนเดินเท้า มาที่ รพ.ตำรวจ เข้าพบ พล.ต.ท.โสภณรัตน์ สิงหจารุ ผอ.รพ.ตำรวจ เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แพทย์และตำรวจที่บาดเจ็บจากการดูแลการชุมนุม ก่อนแยกย้ายกันกลับ

ราษฎรชัยนาทจี้ปล่อยเพื่อนเรา

ด้านความเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด เวลา 10.30 น. ที่ตลาดนัดวันเสาร์ อ.เมืองชัยนาท นายอธิปัตย์ มณีนุตร อายุ 36 ปี ฝ่ายประสานงานคณะราษฎรชัยนาท พร้อมคณะ นำภาพปรินต์สี #FREEเพนกวิน #FREEอานนท์ #FREEสมยศ #FREE หมอลำแบงค์ เดินแจกจ่ายแก่ผู้มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดนัด หวังให้ชาวชัยนาทตื่นตัวในเรื่องการเมือง ให้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยนายอธิปัตย์ ทางคณะราษฎรชัยนาทออกมาทำกิจกรรมกดดันปล่อยตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร, นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการ และนายปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ถูกฝากขังด้วยข้อหาอาญา มาตรา 112 อยากให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายมาตราดังกล่าว รวมไปถึงปล่อยให้นักโทษทางการเมืองทั้งหมดทุกคน ออกมาใช้สิทธิของตัวเองตามกฎหมาย ออกมาต่อสู้กันในกระบวนการยุติธรรม ที่ประชาชนทุกคนพึงได้รับ

พอร์ทไฟเย็นหมิ่นสถาบันเข้าเรือนจำ

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน บก.ปอท. คุมตัวนายปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือพอร์ท วงไฟเย็น อายุ 36 ปี ศิลปินนักกีตาร์มาฝากขังครั้งแรก คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า นายปริญญา โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ Richadan Port เมื่อวันที่ 16 ก.ค.59 เป็นภาพข่าวการทำรัฐประหารในประเทศตุรกี พร้อมข้อความประกอบว่าไม่มีกษัตริย์เซ็นรับรองการรัฐประหารฯ ต่อมาวันที่ 27 เม.ย.59 โพสต์ข้อความวิจารณ์สถาบันกษัตริย์และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กระทั่งวันที่ 5 มี.ค.64 ผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ที่บ้านในเขตประเวศ กรุงเทพฯ นำตัวดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ ตาม ป.อาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550 ม.14 (3) (5) ชั้นจับกุมและสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ขอฝากขังตั้งแต่ 6-17 มี.ค. ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ขณะที่มารดานายปริญญาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด 2 แสนบาทขอปล่อยชั่วคราว ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง ก่อนคุมตัวขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

“สมศักดิ์” กำชับอธิบดีคุกตรวจเข้ม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎรว่า กำชับทุกกรมให้ดูแลทรัพย์สินของทางราชการให้ดี อย่าให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายของการเคลื่อนไหวทางการเมือง กำชับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ตรวจตราเข้มงวดมากขึ้น ในส่วนของผู้ชุมนุมขอร้องให้ชุมนุมอย่างสงบ อย่าเผาทำลายทรัพย์สินของราชการ เพราะผิดกฎหมายและมีโทษที่หนักกว่าปกติ รวมทั้งยังเป็นทรัพย์สินที่มาจากภาษีประชาชน หากถูกทำลายหลายคนคงจะเกิดความเสียใจ ในส่วนของผู้ต้องขังทางการเมือง และแกนนำม็อบที่กระทำผิด อาจต้องย้ายไปที่อื่นบ้าง เนื่องจากมีจำนวนมากขึ้น จึงต้องระบายและลดความแออัด

นายกฯกำชับ จนท.อดทนดูแลผู้ชุมนุม

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออก ตราบใดที่ชุมนุมด้วยความสงบภายใต้กฎหมาย และเคารพสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ส่วนบทบาทเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายกฯสั่งการให้ใช้ความอดทนในการดูแลผู้ชุมนุมให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ระมัดระวังหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง และประชาชนที่สัญจรโดยรอบบริเวณชุมนุม ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมบางรายเป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา โดยไม่ได้เลือกปฏิบัติ และขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการชุมนุม และหลีกเลี่ยงหากไม่จำเป็น เนื่องจากอยู่ในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

“บิ๊กป้อม” มีอะไรคุยกันอย่าชุมนุม

ที่ จ.นครศรีธรรมราช พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับชายพกระเบิดและอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ได้ ที่ย่านปทุมวัน ว่า ตำรวจไปตรวจเจอ ไม่เกี่ยวการชุมนุม ชายคนดังกล่าวแสดงอาการพิรุธว่ามีอุปกรณ์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่รู้ว่าคนนี้เป็นคนสติดีหรือไม่ ส่วนที่มีการนัดชุมนุมหลายจุดนั้น ก็เขาจะเคลื่อนจะทำอย่างไร มีหน้าที่ป้องกันประชาชนให้ปลอดภัยในสถานที่ปลอดภัย มองว่าไม่รุนแรงหรอก ตำรวจไม่ทำอะไร มีแต่โดนทำอย่างเดียว ส่วนมาตรการป้องกันความปลอดภัยทำอยู่ทุกวันแล้ว บนพื้นที่ประเทศไทยนี้ไม่อยากให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น มีอะไรก็มาพูดจากัน อยากได้อะไรก็มาว่ากัน รัฐทำอะไรไม่ถูกก็ว่ากัน ที่ผ่านมารัฐทำทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่มีละเมิดนอกกฎหมาย

ก้าวไกลจับตาชุมนุม 4 จุดทั่วกรุง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคไม่ได้มีส่วนเข้าไปแทรกแซงแนวทางการชุมนุม ทำได้เพียงติดตามสถานการณ์ เราจะติดตามการชุมนุมทั้ง 4 จุดใน 4 ประเด็น คือ 1.ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นมาจากฝ่ายใดก่อน 2.มีการเหมารวมผู้ชุมนุมหรือไม่ เพราะมีผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแนวปะทะ หนีไม่ทันก็ถูกเจ้าหน้าที่จับตัวด้วย 3.การใช้กำลังเกินสัดส่วนของตำรวจ หลายคนถูกตีมือจนหักทั้งที่ไม่ได้ขว้างปาอะไรใส่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องไม่ได้หมายเอาชีวิตหรือทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงกับผู้ชุมนุม เช่น การใช้กระสุนยางสลายการชุมนุม เป็นการทำเกินกว่าเหตุ หลายครั้งยิงเข้าไปบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ เป็นการยิงที่ไม่ใช่เพื่อสกัดกั้นการชุมนุม และ 4.การใช้กำลังใดๆของเจ้าหน้าที่เป็นการยุติการชุมนุมที่ผิดกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่การประทุษร้ายเอาคืนผู้ชุมนุมแบบเหมารวม กรณีที่ประชาชนล้มลงแล้วตำรวจเข้าไปเตะซ้ำ นี่ไม่ใช่การควบคุมฝูงชน ทั้งที่ประชาชนแสดงการหมอบและยอมแพ้แล้ว

แอมเนสตี้จี้ไทยปล่อยแกนนำ

วันเดียวกัน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยลดแนวทางตอบโต้ที่รุนแรงและยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ชุมนุมเพื่อลดความตึงเครียด ขณะที่การชุมนุมในประเทศไทยเริ่มเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง ระบุคาดว่าจะมีการชุมนุมครั้งใหญ่ในวันนี้ หลังจากประกาศใช้พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินเกือบหนึ่งปี มีผู้ชุมนุมหลายร้อยคนรวมทั้งเยาวชน 13 คนถูกดำเนินคดีอาญาแบบจงใจใส่ความ ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดียังถูกควบคุมตัว ไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งยังตั้งข้อหาเพิ่ม ยังมีอีก 61 คนถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ การใช้วิธีข่มขู่อย่างต่อเนื่องและบ่อยครั้งของทางการไทยถือเป็นการโจมตีสิทธิของประชาชนในการแสดงความเห็น ขอให้ทบทวนแนวทางปฏิบัติเหล่านี้ และหาทางที่เคารพสิทธิมนุษยชนในการคลี่คลายสถานการณ์ รวมทั้งให้ยกเลิกข้อหาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองกับผู้ชุมนุมโดยสงบทันที รวมทั้งผู้ประท้วงที่เป็นเยาวชน ต้องปล่อยตัวผู้ชุมนุมโดยสงบและแกนนำที่ยังถูกควบคุมตัวทุกคน และขอให้สอบสวนการใช้กำลังอย่างไม่จำเป็นของเจ้าหน้าที่

ม็อบ 6 มีนาฯ ย้ำจุดยืนปล่อยเพื่อนเรา ชุลมุนสกัดรถตำรวจ ทั้งหมด 8 ภาพ

การชุมนุมวันที่ 6 มีนาคม 2564 ที่บริเวณหน้าศาลอาญา และกรมทหารราบที่ 11 เป็นไปตามนัดหมาย ซึ่งผู้ชุมนุมมีการทำกิจกรรมแสดงออก โดยก่อนที่จะยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 21.00 น. มีเหตุการณ์การสกัดและทุบรถตำรวจที่ควบคุมการ์ดกลุ่มวีโว่ ก่อนที่กลุ่มการ์ดจะเดินทางไปที่สน.พหลโยธินพร้อมทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ช่วงหลังเวลา 21.00 น. (ภาพโดย : ชุติมน เมืองสุวรรณ, เอกลักษณ์ ไม่น้อย, วัชรชัย คล้างพงษ์)
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุมนุมม็อบ 6 มีนาชุมนุม 6 มีนาคมชุมนุมวันนี้REDEMม็อบวันนี้ข่าวม็อบข่าวม็อบวันนี้ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564 เวลา 16:29 น.