“วิกฤติ” ที่ร้ายกว่า “โควิด” เราจะผ่านไปได้อย่างไร ?

ข่าว

“วิกฤติ” ที่ร้ายกว่า “โควิด” เราจะผ่านไปได้อย่างไร ?

ซูม

    4 มี.ค. 2564 05:01 น.

    ผมขอกลับไปเขียนถึงโฆษณาสร้างสรรค์ให้กำลังใจคนไทยของ ปตท. ที่ผมเขียนแสดงความชื่นชมไว้ในคอลัมน์นี้เมื่อฉบับวันอังคารที่ผ่านมาอีกสักครั้งนะครับ โฆษณาที่อยู่บนหน้า 1 ของ “ไทยรัฐออนไลน์” และพาดหัวตัวโตๆไว้ว่า “ไม่มีวิกฤติไหนที่คนไทยเอาชนะไม่ได้” กล่าวถึงคุณสมบัติอันดีงามของคนไทยที่สามารถเอาชนะวิกฤติมาได้ทุกครั้งในอดีตกาล

    เพราะ “คนไทยสร้างสรรค์”, “คนไทยคิดค้น”, “คนไทยช่วยเหลือกัน” ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นคนไทยก็ยัง “ยิ้มสู้”...ฯลฯ

    เหตุที่ผมต้องหยิบโฆษณาชิ้นนี้มาเขียนถึงอีกครั้งก็เพราะในครั้งที่แล้วผมเขียนไว้เฉพาะวิกฤติโควิด-19 ซึ่งนำความเดือดร้อนมาสู่คนไทยใน 2 ประเด็นคือ การแพร่ระบาดของโรคที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิตและการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากมาตรการชัตดาวน์ต่างๆ

    ผมจบลงแค่ 2 ปัญหานี้ โดยลืมไปว่า เรายังมีอีกปัญหาหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และเป็นวิกฤติของชาติไม่น้อยกว่ากัน

    วิกฤตินี้เพาะบ่มมานานพอสมควร และค่อยๆปรากฏชัดแจ้งขึ้นก่อนโควิด-19 ระบาด...จนแม้ในช่วงระบาดหนักทั้ง 2 ช่วง วิกฤตินี้ก็มิได้ผ่อนคลายลง กลับแรงขึ้นเสียอีกด้วยซํ้า

    วิกฤติม็อบของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เรียกตนเองว่า “ม็อบราษฎร” นั่นแหละครับ...อาจจะมีหลายชื่อ หลายกลุ่ม แต่ทุกกลุ่มมาจากต้นตอเดียวกัน และจากแกนนำจำนวนหนึ่งที่ผลัดกันไปนำในกลุ่มโน้นกลุ่มนี้

    รวมทั้งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังจากผมส่งต้นฉบับไปแล้วก็มาในชื่อของกลุ่ม “REDEM”...ตั้งต้นจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินมาที่ถนนวิภาวดีรังสิตเพื่อประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มีบ้านพักอยู่ในบริเวณ ร.1 ทม.รอ.

    จบลงด้วยการปะทะอย่างรุนแรง มีบาดเจ็บหลายสิบราย รวมกันทั้ง 2 ฝ่าย และต้องบอกว่ามีล้มตายด้วย 1 ราย (เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย)

    ลงท้ายมีการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไปประมาณ 20 ราย ซึ่งข่าวล่าสุดแจ้งว่า ศาลให้ประกันตัวไปทั้งหมดแล้ว

    นี่คือวิกฤติสำคัญวิกฤติหนึ่งที่ผมตกหล่นไป มิได้กล่าวถึงในข้อเขียนครั้งที่แล้ว...ขออนุญาตนำมาบันทึกไว้ด้วยเพื่อให้ครบถ้วน

    ว่าไปแล้ววิกฤตินี้อาจจะใหญ่หลวงกว่าวิกฤติทางด้านโรคร้ายและเศรษฐกิจด้วยซํ้า เพราะยังมองไม่เห็นทางออกว่าจะแก้ไขอย่างไร?

    เพราะเป็นวิกฤติทางความคิด ความเชื่อ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลิกเชื่อในสิ่งที่ฝ่ายตนเชื่อถือเชื่อมั่นลงได้

    อย่างเช่นผมจะไม่มีวันเลิกเชื่อในสิ่งที่ผมเชื่อและมั่นใจมาตลอดว่า “สถาบันพระมหากษัตริย์” คือ แกนหลักของชาติที่ทำให้เราผ่านวิกฤติอื่นๆมาได้ทุกครั้งในอดีต จนประเทศของเราเดินมาถึงวันนี้

    และผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าน้องๆเยาวชนรุ่นหลังจำนวนมาก ซึ่งโดนยุยง โดนปั่นสมองผ่านโซเชียลมีเดียมายาวนานก็คงจะเชื่อในข้อมูลผิดๆที่น้องๆได้รับจนยากจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นอย่างน้อยก็ในนาทีนี้

    เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็เชื่อไปคนละแบบเช่นนี้ จึงกลายเป็นวิกฤติที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า เราจะผ่านไปได้หรือไม่อย่างไร?

    โดยภาพรวมผมมั่นใจว่า คนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ยังเชื่อมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์และพร้อมที่จะปกปักรักษาไว้สุดชีวิต

    แต่ผมก็ไม่อยากที่จะเห็นว่า วิกฤตินี้จบลงด้วยการเสียเลือดเนื้อและชีวิตใดๆ--เพราะไม่ว่าใครจะอยู่ฝ่ายไหน...ต่างก็เป็นคนไทยด้วยกัน เป็นพี่กันน้องกัน เป็นญาติกันทั้งสิ้น

    อีกครั้งหนึ่งที่คนแก่อย่างผมคงไม่มีสติปัญญาที่จะเสนอแนะทางออกใดๆ เพื่อการแก้ไขวิกฤติในเรื่องนี้

    นอกเสียจากหันไปปฏิบัติตามคำสั่งสอนของปู่ย่าตายายของผมที่เคยสอนไว้ว่า “ลูกเอ๋ย หลานเอ๋ย เมืองไทยของเราไม่มีวันอับจน ไม่มีวันตกต่ำหรอกลูก เพราะเรามีพระสยามเทวาธิราชทรงคุ้มครอง...ขอให้นึกถึงท่านไว้กราบบูชาท่านไว้”

    ข้อนี้มิได้อยู่ในคุณสมบัติอันดีงามของคนไทยที่ ปตท.นำเสนอไว้ในโฆษณา...แต่เป็นข้อที่ผมเชื่อของผมโดยส่วนตัวมาตลอด

    ผมกราบบูชาท่านแล้วครับ และจะกราบทุกคืนก่อนนอน...ขอได้โปรดช่วยดลบันดาลให้ประเทศไทย อันเป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน ผ่านวิกฤติที่ใหญ่หลวงกว่าโควิด-19 ดังกล่าวนี้ไปได้สมมาดปรารถนา จงทุกประการในที่สุดเทอญ.

    “ซูม”

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      วินเบอร์ 28  ชนลุงข้ามทางม้าลายแล้วหนี
      04:04

      วินเบอร์ 28 ชนลุงข้ามทางม้าลายแล้วหนี

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565 เวลา 00:17 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์