ไลฟ์สไตล์
100 year

ตร.ตามล่าแอมมี่หนีคดี 112 เผาหน้าเรือนจํา ไหวตัวชิงเผ่นออกจากโรงพยาบาล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 มี.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

ศาลออกหมายจับ “แอมมี่” มือวางเพลิงหน้าเรือนจำคลองเปรม หลักฐานชัดเป็นคนราดน้ำมันจุดไฟเผาเอง ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คนเป็นชาย 1 หญิง 1 นั่งอยู่ในรถเป็นคิวต่อไป ชุดสืบสวนตามล็อกถึง รพ.ชื่อดังย่านพระราม 9 ปรากฏไหวตัวทันหลบหนีไปแล้ว ชุดสืบสวนวิ่งวุ่นหาตัวจ้าละหวั่น “สมศักดิ์” คืบหน้ากว่า รู้ตัวคนบงการแล้วด้วย “หมอทศพร” พาม็อบรีเดมที่บาดเจ็บมาแถลงข่าว ยันปรึกษามือกฎหมายเพื่อไทย เตรียมเอาผิดตำรวจสลายการชุมนุม 28 ก.พ. โวยใช้ความรุนแรงกับประชาชน

กรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอก และแนวร่วมรีเดม “REDEM” (Restart Democracy) นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร่วมกันเดินขบวนไปยังบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บริเวณกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้า อยู่หัว (ร.1ทม.รอ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลเตรียมกำลังกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) 4 กองร้อย และนำตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนามมาวางบริเวณถนนคู่ขนาดถนนวิภาวดีรังสิตขาออกยาวประมาณ 1 กม.ถึงหน้า รพ.ทหารผ่านศึก ต่อมาเกิดการปะทะกัน กลุ่มมวลชนขว้างปาสิ่งของและประทัดใส่ เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำแรงดันสูงผสมแก๊สน้ำตาและยิงกระสุนยางเพื่อสลายการชุมนุม บานปลายเป็นจลาจลเป็นกลุ่มย่อยไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 27 คน และหัวใจวายเสียชีวิต 1 คน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ข่าวแนะนำ

แจงภาพตำรวจทำร้ายม็อบ

ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 2 มี.ค. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.เผยว่า การดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมไม่ว่ากลุ่มใด ตำรวจยึดหลักป้องกันเป็นสำคัญ ไม่มีนโยบายสลายการชุมนุม หรือบุกทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมก่อน ส่วนแนวทางกำหนดแผนรักษาความปลอดภัย พิจารณาตามข้อมูลด้านการข่าวแต่ละพื้นที่ เพื่อจัดกำลังตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยให้เหมาะสม และปรับแผนการรับมือตามสถานการณ์จริง หากใช้ความรุนแรงตำรวจจำเป็นต้องรับมือ ส่วนที่พบว่า มีภาพของตำรวจใช้ความรุนแรงควบคุมสถานการณ์ ขอให้ดูบริบทของสถานการณ์ทั้งหมดว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะการดูแค่ภาพเพียงมุมเดียว หรือบางช่วงจะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง สำหรับเรื่องความปลอดภัยของตำรวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้อง หารือและกำชับแนวทางการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมต่างๆ รวมถึงพิจารณายุทโธปกรณ์ป้องกันของตำรวจ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น ยืนยันว่า ยุทโธปกรณ์ควบคุมฝูงชนที่ใช้ในปัจจุบัน ได้รับอนุญาตเป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต

อธิบายชุลมุน ม.ขอนแก่น

โฆษก ตร. กล่าวด้วยว่า การดูแลความสงบเรียบร้อยเหตุการณ์การชุมนุม กลุ่มราษฎรโขงชีมูล ที่นัดรวมตัวทำกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อประณามตำรวจที่ใช้กำลังสลายการชุมนุมที่หน้ากรมทหารราบที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 28 ก.พ. จนเกิดการกระทบกระทั่งกันจากการพยายามขัดขวางของเจ้าหน้าที่ที่สั่งให้ยุติการชุมนุม ทำให้เกิดการยื้อแย่งโล่และกระบอง และพยายามที่จะบุกเข้าไปภายใน สภ.ย่อย มข.ว่า ตำรวจมีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อย เน้นการป้องกัน ไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากในการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย โดยเฉพาะการชุมนุมที่ไม่มีแกนนำ เนื่องจากในฝั่งชุมนุมจะไม่มีคนควบคุมสถานการณ์ ซึ่งยากต่อการเจรจาให้การชุมนุมสงบเรียบร้อยเหมือนที่ผ่านมา ก็ได้ฝากให้ผู้ที่จะไปร่วมการชุมนุมไตร่ตรองให้รอบคอบ ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยหากจะไปร่วมการชุมนุมด้วย

หมายจับมือเผาหน้าเรือนจำ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เผยความคืบหน้าคดีคนร้ายวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำคลองเปรม เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ.ว่า ขณะนี้ตำรวจนำพยานหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดและวัตถุพยานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้ก่อเหตุ 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หากได้หมายจับชุดสืบสวนจะไปควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดทันที ถ้าหากรักษาตัวในโรงพยาบาลสามารถอายัดตัวได้ ยืนยันมีพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งภาพกล้องวงจรปิดช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะก่อเหตุ หลังจากเกิดเหตุ รวมทั้งเส้นทางหลบหนี

ระบุตัวคนก่อความรุนแรง

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้า ในการดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรงที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต และที่ สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. คดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด วัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ก่อความรุนแรงทั้ง 2 จุด ขณะนี้พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องตรวจพิสูจน์ตัวบุคคลจำนวนหนึ่ง เชื่อว่าเป็นกลุ่มที่เคยมาชุมนุม เพียงแต่เปลี่ยนชื่อกลุ่มไปเรื่อยๆ ถ้าระบุบุคคลใดได้ชัดเจนแล้ว จะนำพยานหลักฐานไปขอศาลออก หมายจับทันที ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

หาแกนนำแฝงสั่งการม็อบ

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวด้วยว่า การชุมนุมวันดังกล่าว ถึงแม้ผู้ชุมนุมอ้างว่าไม่มีแกนนำ แต่จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า มีการนัดหมาย ปลุกระดม และสั่งการ ให้ผู้ชุมนุมเข้าร่วมชุมนุม ปลุกเร้า ยุยงให้ก่อเหตุ ลักษณะต่างๆ อาจเข้าข่ายลักษณะการเป็นแกนนำการชุมนุมได้ ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติการณ์ว่า เข้าข่ายความผิดใดและบุคคลเหล่านั้นมีใครบ้าง รวมทั้งมีบางกลุ่มพยายามสร้างเฟกนิวส์อ้างว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตา แต่ความเป็นจริงคือกลุ่มผู้ชุมนุมใช้เครื่องพ่นควันถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย ให้ดูว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตา กรณีดังกล่าวจะส่งเรื่องให้ตำรวจ บก.ปอท. ดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนชายยืนปัสสาวะบนตู้คอนเทนเนอร์รดเจ้าหน้าที่ด้านล่าง หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นคงไม่อดทนอดกลั้นขนาดนี้ ต้องพิสูจน์เนื่องจากมีความผิดข้อหาดูถูกเหยียดหยามเจ้าหน้าที่

อนุมัติหมายจับ “แอมมี่”

มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับนักร้องชาย ชื่อดัง และเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ชุดสืบสวน ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว พาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจนทราบมีผู้ก่อเหตุ ทั้งหมด 3 คน นักร้องดังเป็นผู้ลงจากรถไปก่อเหตุ วางเพลิงเอง ส่วนอีก 2 คน อยู่ในรถ จากการสืบสวนพบว่า นักร้องมือเผาป่วยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระราม 9 ยังไม่ทราบว่าป่วยเป็นอะไร ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น นำกำลังไปที่โรงพยาบาลแล้ว หากศาลอนุมัติหมายจับจะนำหมายไปแจ้งข้อหา ควบคุมตัว รวมทั้งประสานแพทย์ย้ายไปควบคุมที่ รพ.ตำรวจ ต่อมาเวลา 16.45 น. ศาลอาญาอนุมัติ หมายจับที่ 429/2564 ลงวันที่ 2 มี.ค.64 ดำเนินคดี นายไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลพันธุ์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

น.1 ยัน นักร้องดังหนีจาก รพ.

ต่อมาเวลา 18.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่ขออนุมัติหมายจับนายไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลพันธุ์ จากศาลแล้ว สั่งการให้กำลังจาก บก.สส.บช.น. เดินทางไปที่ รพ.เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่มีเบาะแสว่า นายไชยอมร นอนพักรักษาอาการป่วยอยู่ แต่ปรากฏว่า ผู้ต้องหาได้ไหวตัวทันหลบหนีไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัว มาดำเนินคดีให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด มีรายงานด้วยว่า กำลังชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.2 นำหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 248/2564 ลงวันที่ 2 มี.ค. เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 55/255 หมู่ 9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ของนายไชยอมร ภายในหมู่บ้านเมืองทอง–ธานี 5 พบเพียงรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ของ เจ้าตัวจอดอยู่ แต่ไม่พบตัว

เมียรอง สวป.รับศพ

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. นางกชกาญจน แจ้งอาษา ภรรยา ร.ต.อ.วิวัฒน์ เสริฐสนิท รอง สวป.สน.ธรรมศาลา ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ขณะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เดินทางมารับศพสามี โดยมี พ.ต.อ.ชาญฤทธิ์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สน.ธรรมศาลา กลุ่มเพื่อนร่วมงาน และพระ 1 รูป มาทำพิธีนำศพไปบำเพ็ญกุศล นางกชกาญจน เผยสั้นๆว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลัน หลังจากเคลื่อนศพ ร.ต.อ.วิวัฒน์ไปทำพิธี รดน้ำศพเวลา 16.00 น. ที่วัดตรีทศเทพวรมหาวิหาร จะสวดอภิธรรม และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพวันที่ 7 มี.ค. เวลา 16.00 น. ต่อมาที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ร.ต.อ.วิวัฒน์ เสริฐสนิท พร้อมมอบเงินช่วยเหลือสวัสดิการแก่ภรรยาตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายกฯครวญอย่ามุ่งทำร้ายกัน

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มรีเดม (ReDem) และกลุ่มที่เห็นต่างนัดชุมนุมวันที่ 6 มี.ค. โดยไม่มีแกนนำว่า เรื่องการชุมนุมให้เป็นเรื่องของการชุมนุม ไม่ขอตอบ ทุกคนทราบดีอยู่แล้วเป็นอย่างไร วันนี้เพียงขอความร่วมมือและความเข้าใจกับประชาชนทุกคนอันเป็นที่รักยิ่ง ช่วยกันทำให้ประเทศชาติเราเข้มแข็ง อย่ามุ่งหมายแต่ทำร้ายกัน เพราะไม่ถูกต้อง ประเทศไทยเป็นดินแดนที่อยู่อาศัยของพวกเรามายาวนาน ประกอบอาชีพมายาวนาน อะไรที่ทำให้เกิดความขัดแย้งตนไม่ต้องการให้เกิดทั้งสิ้น ตนดำรงตนฐานะนายกฯและหัวหน้ารัฐบาลด้วยเจตนารมณ์อันมุ่งมั่น นำพาประเทศชาติเราให้ปลอดภัย สงบสุข มีเสถียรภาพ ทั้งความมั่นคงเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรัก ความสามัคคีของทุกคน

ลั่นไม่ผิด ก.ม.อย่ากลัวอะไร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของกฎหมายต่างๆปรับปรุงให้ทันสมัย ไม่ได้มุ่งหมายจะลงโทษใคร เรามีกฎหมายอาญาอยู่แล้วแต่ทำอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมเรื่องบทลงโทษต่างๆ เมื่อตัวเองไม่ได้ทำความผิดอะไรไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องรู้กฎหมายให้เป็นพื้นฐานตามหลักของรัฐธรรมนูญ รัฐบาลพยายามทำเต็มที่ในการคุ้มครองสิทธิ ถ้าทำความผิดแล้วยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะได้รับการคุ้มครอง ถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่ทำ ตนไม่ไปก้าวล่วงใครได้ทั้งสิ้น หน้าที่ของรัฐบาลคือ ฝ่ายบริหาร อย่าเอาตนไปขัดแย้งกับใครในเรื่องเหล่านี้

ย้ำ ตร.ใช้ความอดทนดูแลม็อบ

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงก่อนประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ย้ำนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความอดทนดูแลประชาชนให้ชุมนุมเป็นไปโดยสงบ รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็น แต่ขอให้แสดงออกภายใต้กฎหมาย และหลีกเลี่ยงการยั่วยุ ไม่ให้เกิดความรุนแรง อยากให้สื่อมวลชนเสนอข่าวตามความเป็นจริง รัฐบาลพยายามปฏิบัติตามหลักสากล เช่น เตือนก่อนเริ่มใช้ มาตรการ รายงานข่าวภาพรวมทั้งหมดด้วย ถ้ารายงานเฉพาะส่วนว่ามีผู้ชุมนุมบาดเจ็บหรือการถูกจับกุมอาจทำให้เกิดเข้าใจผิดได้ หากผู้ชุมนุมไม่ใช้ความรุนแรง ตำรวจคงไม่ได้รับบาดเจ็บถึง 90 นาย ไม่มีใครอยากให้เกิดความรุนแรง ขอให้ผู้ชุมนุมตระหนักเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงออกภายใต้กฎหมายหลีกเลี่ยงความรุนแรงทุกกรณี

“สมศักดิ์” รู้คนบงการเผา

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามคนร้ายวางเพลิงป้ายและทำลายทรัพย์สิน บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมว่า ตำรวจได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดของเรือนจำ จับภาพคนร้ายมีผู้ต้องสงสัย 3 คนเป็นชาย 2 หญิง 1 ตามไปจนถึงที่พักพบว่ามีความเชื่อมโยงทางการเมือง ในส่วนกระทรวงยุติธรรมสั่งการให้คณะทำงานเฉพาะกิจชื่อว่า “พาลีปราบยา” ช่วยสืบสวนเชิงลึก ได้ข้อมูลตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง และกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย คาดออกหมายจับได้ทั้งขบวนการเร็วๆนี้แน่นอน เรือนจำกลางพิเศษเป็นสถานที่ความมั่นคงสูง การนำข้อมูลความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เป็นข้อหาหนัก ต้องนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างโดยเร็ว

“หมอทศ” พาคนเจ็บมาโชว์

ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย นำผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมกลุ่มรีเดมมาแถลงข่าว นพ.ทศพรกล่าวว่า ฐานะอยู่ในเหตุการณ์ชุมนุม เห็นการใช้ความรุนแรงหลายครั้ง แม้กระทั่งตอนที่ประชาชนกำลังทยอยเดินกลับ ตนพยายามทำให้สถานการณ์สงบ แต่กลับมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตนก็โดนแก๊สน้ำตาเต็มๆ ฝากเตือนสติไปยังตำรวจว่าอย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน เพราะประชาชนไปอย่างสันติ หากเจอใครใช้ความรุนแรงหรืออาวุธ สามารถมาควบคุมตัวไปดำเนินคดีได้อยู่แล้ว แต่เท่าดูคลิปเมื่อมีคนขว้างปาระเบิด หรือวัตถุแล้วก็หลบไปอยู่หลังแนวตำรวจ หรือแนวประชาชน เหมือนมีความพยายามจุดชนวนให้รุนแรงเพื่อเป็นข้ออ้างใช้ความรุนแรงจัดการกับประชาชน

เล็งฟ้อง ตร.พุ่งเป้าสลายชุมนุม

นพ.ทศพรกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยพิจารณาเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ และมองว่าการชุมนุนครั้งต่อไปควรมีแกนนำที่ชัดเจนและจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบ ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับประชาชน วันนี้ประชาชนขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตำรวจต้องอำนวยความสะดวกเรื่องการจัดการจราจร ป้องกันไม่ให้เกิดมือที่ 3 ไม่ใช่มาทำหน้าที่สลายการชุมนุม

“ยูเอ็น”ทวิตกังวลสถานการณ์

วันเดียวกัน บัญชีทวิตเตอร์ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ @UNHumanRights แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยว่า มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดของการชุมนุมช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระสุนยาง แก๊สน้ำตา และการใช้รถฉีดน้ำ สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บอย่างรุนแรง ควรใช้ด้วยความยับยั้งชั่งใจขั้นสูงสุด ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจาหารืออย่างมีความหมาย กับกลุ่มเคลื่อนไหวชุมนุม

นิสิต–นศ.18 สถาบันแถลงการณ์

ขณะที่ผู้แทนนิสิตและนักศึกษามหาวิทยาลัย 18 แห่ง ออกแถลงการณ์ ประณามการใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ. พร้อมออกข้อเรียกร้อง 5 ข้อ อาทิ 1.ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและผู้มีอำนาจ ให้หยุดการกระทำหรือสั่งการใดๆ อันก่อให้เกิดอันตราย อีกทั้งดำเนินการโดยใช้สันติวิธี และรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม 2.เรียกร้องรัฐ ไปยังเจ้าหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ให้ดำเนินการควบคุมการชุมนุมให้เป็นไปตามกรอบแห่งกฎหมาย คำนึงถึงหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม อย่างเคร่งครัด ดำเนินการตามแนวปฏิบัติสากลในการควบคุมการชุมนุม ควบคู่กับการคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ ในการปฏิบัติต่อประชาชน ที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยความเคารพให้เกียรติอย่างเหมาะสม และเท่าเทียม 3.ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตระหนักถึงผลกระทบกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนฯ 4.ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยตัวผู้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 28 ก.พ.รวมไปถึงการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองก่อนหน้านี้ฯ 5.ขอให้สื่อมวลชนทุกสำนักทำหน้าที่เสนอข่าวสารสถานการณ์ชุมนุมอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม็อบ 28 กุมภาชุมนุมชุมนุม 28 กุมภาพันธ์ม็อบวันนี้ชุมนุมวันนี้ข่าวม็อบข่าวการเมืองแอมมี่แอมมี่ ม็อบแอมมี่ The Bottom Bluesข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 00:15 น.