ไลฟ์สไตล์
100 year

"เจ๊หน่อย" หวั่น ปชช.ผิดหวังกับการแก้รธน. หลังพบมีความพยายามให้หยุดแก้

ไทยรัฐออนไลน์
1 มี.ค. 2564 17:25 น.
SHARE

"เจ๊หน่อย" หวั่น ปชช.ผิดหวังกับการแก้รธน.อีก หลังฝ่ายอำนาจพยายามสร้างอภินิหาร หยุดแก้ไข "พงศ์เทพ" ยัน ส.ส.ร.แบบเลือกตั้ง เชื่อ จะยกร่างได้ดีกว่าปี 60

วันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเสวนา "ฝ่าด่านอรหันต์ หยุดกระบวนการล้มรัฐธรรมนูญประชาชน" คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย ตั้งคำถามว่า เหตุใดการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ จึงทำได้ง่าย และไม่เคยมีความผิด แต่เมื่อประชาชนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญของของตนเอง กลับยากเย็น โดยเห็นว่า สังคมอยู่ในช่วงเวลาที่ถูกหลอกให้มีความหวัง เช่นเดียวกับตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ฝ่ายผู้มีอำนาจบอกให้ลงประชามติไปก่อน เพื่อจะได้มีการเลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลกำลังเล่น 2 หน้า สร้างความหวังอีกครั้งว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ท้ายที่สุดประชาชนจะไม่ได้เป็นผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.ร.จะไม่เกิด แต่กลุ่มเผด็จการ และ ส.ว.ที่มาจากเผด็จการ จะเป็นผู้ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อความได้เปรียบและเสริมความแข็งแกร่งของตนเองให้มากขึ้น

"สำหรับ ส.ส.บางคนที่โยนอำนาจของตนเองให้ผู้อื่นวินิจฉัย เป็นสิ่งที่น่าอับอายมาก ซึ่งนับแต่ทำงานการเมืองมา 29 ปี ไม่เคยเห็นว่ามีสมาชิกรัฐสภายุคไหนจะมีพฤติกรรมที่น่าอับอายเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่หลายส่วนในสังคม จึงตั้งคำถามว่า ส.ว.มีไว้ทำไม" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ท้ายสุด คุณหญิงสุดารัตน์ ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญได้ร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ อย่าทำให้ประเทศถึงทางตัน เพราะประชาชนคนตัวเล็กๆ กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เกมที่ผู้มีอำนาจกำลังทำ จะให้ไม่มีใครชนะ ประเทศแพ้ ประชาชนแพ้ จึงขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยผลประโยชน์ประชาชน และควรมีคำวินิจฉัยออกมาก่อนการลงมติในวาระ 3

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมว.ยุติธรรม ระบุว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่มีมาตราใดบัญญัติว่า ไม่สามารถยกร่างฉบับใหม่ได้ ระบุเพียงแค่ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐและระบอบการปกครองเท่านั้น จึงต้องตั้งคำถามว่า หากห้ามมิให้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับเหตุใดไม่ระบุไว้ หรือหากมีการแก้ไขทุกมาตรายกเว้นเฉพาะเรื่องของรูปแบบของรัฐ รวมถึงรูปแบบการปกครอง มีความต่างกับการยกร่างใหม่ทั้งฉบับอย่างไร

สำหรับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร นายพงศ์เทพเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเข้าใจดีว่ารัฐสภาจะลงมติในวาระ 3 เมื่อใด และมีเวลาพอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แล้วเสร็จ ก่อนที่รัฐสภาจะลงมติในวาระ 3 ซึ่งนายพงศ์เทพ เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่เช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล
อดีต รมว.ยุติธรรม เชื่อว่า ไม่ว่าระบบการเลือกตั้ง ส.ส.ร.จะเป็นอย่างไร แต่ ส.ส.ร.ที่ได้จะน่าเชื่อถือ และสามารถยกร่างได้ดีกว่าที่ผ่านมา (ปี 2560) และสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน เพราะหาก ส.ส.ร.ยกร่างไม่ดีพอ ประชาชนก็จะลงมติไม่เห็นชอบเพื่อให้เกิดกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง

ด้าน นายโภคิน พลกุล กังวลว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังแก้ไขจะไม่ผ่านวาระ 3 ซึ่งที่ผ่านมา ตนเองได้ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญมายาวนาน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งมีที่มาจากประชาชน และถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งของประเทศ อย่างไรก็ตามจากวิกฤติทางการเมืองที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี จึงจำเป็นที่ต้องขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าได้ตามกระบวนการ นำพาประเทศเดินออกจากทางตัน ผลักดันให้เกิดร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน และผ่านความเห็นชอบโดยประชาชน

ทั้งนี้ นายโภคิน เห็นว่า กรณีที่มี ส.ว.และ ส.ส.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูวินิจฉัย ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถแก้ไขได้หรือไม่นั้น คงต้องรอศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยออกมาเมื่อใด หากรัฐสภาให้ความเห็นชอบวาระที่ 3 ไปแล้ว จะไปสู่ขั้นตอนการลงประชามติ ซึ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยหลังผ่านวานะ 3 ว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำไม่ได้ ผลที่ตามมาจะทำให้ฝ่ายรัฐบาล ร่วมกับ ส.ว. จะแก้ไขประเด็นใดก็ได้ และจะแก้ไขประเด็นที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายรัฐบาล เพราะฝ่ายค้านไม่มีอำนาจคานกับฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว.ได้อีกต่อไป

นายโภคิน ตั้งข้อสังเกตว่า นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับแรก ทุกฉบับจะมีหมวดที่ว่าด้วย การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจตรงกันว่า สามารถแก้ไขรายมาตราหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ สำหรับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านวาระ 1 และ 2 ของรัฐสภา ขณะนี้ไม่ได้ไปแตะต้องหมวด 1 และ 2 ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งนายโภคินมองว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถยกร่างใหม่ได้ เท่ากับเป็นการปกป้องอำนาจของเผด็จการ

ขณะที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก "iLaw" เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทั้งหมด 200 คน ส่วนกรณีใช้เขตเลือกตั้งแบบ 1 เขต 1 คน รวม 200 เขต 200 คนนั้นถือเป็นเรื่องน่าประหลาด และเชื่อว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นอีกมาก แต่เพื่อเป็นทางออกของปัญหา ศาลรัฐธรรมนูญควรมีคำวินิจฉัยออกมา ก่อนรัฐสภาลงมติวาระ 3
ส่วนกรณีที่ ส.ว.ยื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ นายยิ่งชีพไม่แน่ใจว่า ส.ว.มีความกังวลในประเด็นใด หรืออาจกังวลว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนเองจะหมดอำนาจ

อย่างไรก็ตามหาก ส.ส.หรือ ส.ว.บางคนเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ก็ให้ลงมติไม่ผ่านในวาระ 3 แล้วชี้แจงกับสังคมให้ได้ว่าเพราะเหตุใด ขออย่าใช้วิธียืมมือศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาช่วยเหลือ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้รัฐธรรมนูญข่าวการเมืองสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ผิดหวังแก้รธน.ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา 03:28 น.