“บิ๊กตู่” กำชับ ทุกพรรค หวังคะแนนอภิปรายไม่ไว้วางใจใกล้เคียงกัน บอกจะพิจารณารายพรรคถ้ามีปัญหา จับตา ม็อบชุมนุมกระจาย ช่วงซักฟอกรัฐบาล เน้น 3 จุด ส่วนในโซเชียลสร้างกระแส ม.112
วันที่ 15 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในที่ประชุม ครม. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รายงานที่ประชุม ครม.ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 16-19 ก.พ.ว่า ฝ่ายค้านจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เป็นคนแรก โดยใช้เวลาวันครึ่ง
จากนั้นจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในประเด็นโควิด-19 และการจัดหาวัคซีน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ พูดว่า ให้ประชาชนรับประโยชน์จากการชี้แจงของรัฐบาล หวังว่า คะแนนอภิปรายจะใกล้เคียง ทุกพรรค ต้องร่วมรับผิดชอบร่วมกัน ขออย่าให้มีปัญหาภายใน
ส่วนนายอนุทิน ได้สอบถามกับที่ประชุมว่า ต้องรอให้ฝ่ายค้านอภิปรายจบก่อน แล้วจึงค่อยชี้แจง หรือสามารถลุกขึ้นชี้แจงได้เลย ที่ถามเพราะตนไม่เคยถูกอภิปรายมาก่อน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ต้องรอ ถ้าให้เขาพูดข้างเดียว เดี๋ยวเสียหายให้ทยอยตอบ แล้วตอนท้ายเก็บอีกทีหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ให้กำลังใจรัฐมนตรีคนอื่นๆ ว่า ไม่ต้องเครียด ยิ้มไว้เมื่อภัยมา รวมกันไม่มีใครทำอะไรเราได้ ตนก็จะอดทนฟังอย่างใจเย็น เพราะเป็นคนจุดเดือดต่ำ จะสงบนิ่งที่สุด พูดน้อยที่สุด ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ดูจังหวะให้ดี แม้แต่ตอนเขาโจมตีตน ก็ต้องช่วยชี้แจง พร้อมกับแนะนำกับนายอนุทิน ด้วยว่า “รู้ว่าหนูเป็นคนใจร้อน พูดให้ใจย็นๆ เอาเหตุผลนำ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐมนตรีหลายคน ได้เสนอแนะ ให้ใช้ช่องทางการสื่อสารของรัฐในการช่วยชี้แจงต่อประชาชน ด้วย อาทิ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อยากให้ใช้สื่อของรัฐ นำสิ่งที่รัฐมนตรีพูดไปนำเผยแพร่ ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ขอให้มีการติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วย เพื่อจะมีการชี้แจง
...
อย่างไรก็ตาม ในช่วงวาระสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดตอนหนึ่งว่า “ขอความร่วมมือทุกท่านทำทั้งการบ้าน และการเมือง การเมืองคือ ดูแลประชาชนให้ดี ผมจะพิจารณาเป็นรายพรรคไปถ้ามีปัญหา” นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตอีกว่าในตอนท้ายการประชุมครั้งนี้ นายกฯ ได้แซวนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ สองแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นมุ้งหนึ่งในพรรค และมีข่าวว่า อยู่เบื้องหลัง ที่จะทำให้นายณัฏฐพล ได้คะแนนน้อยที่สุดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า “พี่สันติยิ้มหน่อย นัสยิ้มหน่อย”
ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยังได้รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า จะมีการจัดชุมนุมขนาดเล็ก ทั่ว กทม. โดยในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะจัดชุมนุมต่อเนื่อง โดยจับตา 3 จุดสำคัญ คือ ทำเนียบฯ รัฐสภา และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมกับประเมินว่า ความเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา จะเข้มข้นขึ้น ฝ่ายค้านจะเน้นสร้างกระแสสังคม เน้นเรื่องที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชน ส่วนในโซเชียลมีเดียจะสร้างกระแสเรื่อง มาตรา 112 เรื่องการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล แสวงผลประโยชน์จากสถานการณ์ในเมียนมา โดยสอดแทรกเรื่องการเมืองไทยไปด้วย
นอกจากนี้ ช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีมีคนแอบอ้างชื่อว่า สนิทกับตนเองเพื่อไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวว่า ตนรู้จักทุกคน แต่ไม่รู้ใจ ถ้าใครที่ไปแอบอ้างว่า สนิทกับตนเพื่อไปแสวงหาผลประโยชน์ ใครเชื่อก็โง่แล้ว