ครม.ไฟเขียว สร้างมอเตอร์เวย์ สาย 82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว วงเงิน 19,700 ล้าน คาดตอกเสาเข็มได้ปีนี้ มั่นใจแก้ไขจราจร ถนนพระราม 2 เชื่อมโยงโครงข่ายเดินทาง-ขนส่งสินค้า กทม.สู่ภาคใต้


วันที่ 9 ก.พ. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ครม. ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง เดินหน้าการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว วงเงิน 19,700 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อเป็นไปตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน โดยมีแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2560-2579 รวม 21 เส้นทาง ระยะทาง 6,612 กิโลเมตร เพื่อเสริมศักยภาพระบบการขนส่งทางถนนให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยง ครอบคลุม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ขณะเดียวกัน โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงข่ายสำคัญในการเดินทางและขนส่ง เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครสู่พื้นที่ภาคใต้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และยังเป็นเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคใต้ ยกระดับขีดความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืน

ด้าน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า การก่อสร้างงานโยธาช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ซึ่งจะมีแนวสายทางเชื่อมต่อโดยตรงแบบไร้รอยต่อ (Seamless) กับทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งปัจจุบัน ทล.อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 10,500 ล้านบาท ส่วนระยะที่ 2 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ทล.อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้าง โดยใช้เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง (กองทุนมอเตอร์เวย์) วงเงิน 19,700 ล้านบาท มาดำเนินการก่อสร้าง

สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว มีรูปแบบเป็นทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 ขนาด 6 ช่องจราจรไป-กลับ โดยมีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับโครงการระยะที่ 1 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย บริเวณ กม. 20+295 ในอำเภอเมืองสมุทรสาคร และสิ้นสุดบริเวณ กม.36+645 ในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ระยะทางรวม 16.4 กิโลเมตร

...

ส่วนการก่อสร้างงานระบบ พร้อมการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ทล.จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP โดยระบบเก็บค่าผ่านทางจะใช้เทคโนโลยีการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น M-Flow เชื่อมต่อทุกโครงข่ายในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน (Single Platform System) ซึ่ง ทล.มีแผนดำเนินงานก่อสร้างโครงการ ในส่วนของงานโยธาระยะที่ 2 ในช่วงปี 64-67 และงานติดตั้งระบบต่างๆ ในช่วงปี 66-67 คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในต้นปี 68 ซึ่งการดำเนินโครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ 23,264 ล้านบาท และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจด้านการผลิต การขยายตัวด้านรายได้ และการจ้างงานกว่า 100,000 ล้านบาท