นับตั้งแต่มีผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคโดสแรก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2020 จนถึงตอนนี้ ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 124 ล้านโดสใน 73 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสำนักข่าวบลูมเบิร์กประมาณการสถิติการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 4.61 ล้านโดสต่อวัน โดย อิสราเอล คือประเทศที่มีสัดส่วนของผู้ได้รับวัคซีนต่อประชากรมากที่สุดในโลก อยู่ที่ 59.4 โดสต่อ 100 คน
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน มี 4 ประเทศที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เมียนมา และ ลาว อย่างไรก็ตาม ยังคิดเป็นสัดส่วนน้อยมาก สิงคโปร์มีสัดส่วนผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกต่อประชากรอยู่ที่ 3.1% ส่วนอินโดนีเซียอยู่ที่ 0.3% อีกสองประเทศที่เหลือน้อยกว่า 0.1%
อย่างไรก็ตาม คาดว่าทุกประเทศในอาเซียน ยกเว้น ประเทศไทย เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (Covax) ซึ่งเป็นความร่วมมือนานาชาติที่นำโดยองค์การอนามัยโลก รูปแบบการเข้าร่วม มีทั้งประเภทจ่ายเงินเอง และได้รับวัคซีนฟรี โดยประเทศต่างๆ จะทยอยได้รับวัคซีนระยะแรกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่องค์การอนามัยโลกประกาศแผนการจัดส่งวัคซีนรวม 337 ล้านโดส ให้แก่ประเทศสมาชิก 145 ประเทศ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประชากรทั่วโลกได้ 3.3% ภายในกลางปี 2021
ทั้งนี้ จำนวนวัคซีนที่แต่ละประเทศจะได้รับจากโคแวกซ์ในรอบแรกนั้น คิดคำนวณจากสัดส่วนประชากร เช่น อินโดนีเซีย 13.7 ล้านโดส มีประเทศที่พึ่งพาตนเองทางการเงินได้รับวัคซีนในรอบนี้ด้วย เช่น เกาหลีใต้ ได้รับ 2.6 ล้านโดส แคนาดา 1.9 ล้านโดส สิงคโปร์ 288,000 โดส วัคซีนที่แจกจ่ายเป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา-ออกซ์ฟอร์ด ที่ผลิตโดยสถาบันเซรั่มอินเดีย (SII) 240 ล้านโดส วัคซีนที่ผลิตโดยบริษัทแอสตราเซเนกา-ออกซ์ฟอร์ดเอง 96 ล้านโดส และวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทค 1.2 ล้านโดส
...
เมื่อพิจารณาแผนการสำรองวัคซีนของประเทศอาเซียน พบว่า นอกจากประเทศไทย ประเทศอื่นๆ จะได้รับวัคซีนสัดส่วนราว 20% ของประชากรภายในปีนี้ จากโครงการโคแวกซ์ ทั้งนี้ส่วนใหญ่พึ่งพาวัคซีนจาก 2 แห่งขึ้นไป มาเลเซีย ซึ่งมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับไทย และไม่อยู่ในกลุ่มประเทศยากจน มีสัญญาซื้อวัคซีนจากผู้ผลิต 5 ราย และภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะได้รับวัคซีนจากไฟเซอร์ 12.8 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร 20% จากที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประมาณ 80% ด้าน สิงคโปร์ ตั้งเป้าว่าประชากรทุกคนในประเทศต้องได้รับวัคซีนภายในปีนี้
สำหรับแผนวัคซีนโควิด ปี 2564 ของประเทศในอาเซียนนั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
สิงคโปร์ ตั้งเป้าครอบคลุมประชากรทุกคน โดยจะสั่งซื้อวัคซีนจาก
- ไฟเซอร์ - ไบออนเทค
- โมเดอร์นา
- โคแวกซ์ 1.1 ล้านโดส
- ซิโนแวค
อินโดนีเซีย เตรียมวัคซีนไว้ 225 ล้านโดส ครอบคลุม 42% ของจำนวนประชากร แบ่งเป็น
- โคแวกซ์ 100 ล้านโดส
- ซิโนฟาร์ม 60 ล้านโดส
- ซิโนแวค 50 ล้านโดส
- แคนซิโน ไบโอโลจิกส์ 15 ล้านโดส
ฟิลิปปินส์ เตรียมวัคซีน 178 ล้านโดส ครอบคลุม 82% ของจำนวนประชากร แบ่งเป็น
- โมเดอร์นา 20 ล้านโดส
- แอสตราเซเนกา 17 ล้านโดส
- โคแวกซ์ 40 ล้านโดส
- โนวาแวกซ์ 30 ล้านโดส
- ซิโนแวค 25 ล้านโดส
- อื่นๆ
มาเลเซีย เตรียมวัคซีน 55.3 ล้านโดส ครอบคลุม 87% ของจำนวนประชากร แบ่งเป็น
- ไฟเซอร์ - ไบออนเทค 25 ล้านโดส
- โคแวกซ์ 6.4 ล้านโดส
- ซิโนแวค 14 ล้านโดส
- แคนซิโน ไบโอโลจิกส์ 3.5 ล้านโดส
- สปุตนิก ไฟว์ 6.4 ล้านโดส
เมียนมา เตรียมวัคซีน 40.5 ล้านโดส ครอบคลุม 37% ของจำนวนประชากร แบ่งเป็น
- โคแวกซ์ 30 ล้านโดส
- โควิชีลด์ 1.5 ล้านโดส
เวียดนาม เตรียมวัคซีน 34.9 ล้านโดส ครอบคลุม 18% ของจำนวนประชากร แบ่งเป็น
- แอสตราเซเนกา 30 ล้านโดส
- โคแวกซ์ 4.9 ล้านโดส
บรูไน เตรียมวัคซีนครอบคลุม 20% ของจำนวนประชากร โดยแบ่งเป็น
- โคแวกซ์
- แอสตราเซเนกา
กัมพูชา เตรียมวัคซีน 12 ล้านโดส ครอบคลุม 36% ของจำนวนประชากร แบ่งเป็น
- โคแวกซ์ 7 ล้านโดส
- รัฐบาลออสเตรเลีย 3 ล้านโดส
- ซิโนแวค 1 ล้านโดส
- รัฐบาลอินเดีย 1 ล้านโดส
ลาว เตรียมวัคซีน 5.2 ล้านโดส ครอบคลุม 36% ของจำนวนประชากร แบ่งเป็น
- ซิโนฟาร์ม 2 พันโดส
- สปุตนิก ไฟว์ 2 ล้านโดส
- โคแวกซ์ 3.2 ล้านโดส
ไทย เตรียมวัคซีนไว้แล้ว 28 ล้านโดส และนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งเมื่อ 5 มกราคม ให้จัดหาวัคซีนเพิ่มอีก 35 ล้านโดสจากแอสตราเซเนกา แต่ยังไม่มีรายละเอียดสัญญาที่ชัดเจน
- แอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส
- ซิโนแวค 2 ล้านโดส