ตั้งรับ “ลูกหลง” กันให้ดี

ข่าว

    ตั้งรับ “ลูกหลง” กันให้ดี

    ทีมข่าวการเมือง

      3 ก.พ. 2564 05:01 น.

      พูดมากเดี๋ยว “เข้าตัว” ตามอาการที่เดาทางได้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ตอบคำถามนักข่าวทำเนียบรัฐบาล ที่ดักสัมภาษณ์ “จุดยืน” กรณีร้อนกระหึ่มโลก กองทัพเมียนมาทำรัฐประหารรัฐบาลเลือกตั้งภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี โดยตัดบทเพียงสั้นๆ

      ขอให้เป็นไปตามจุดยืนของอาเซียน

      แต่นั่นก็ล้อไปกับปรากฏการณ์ที่อธิบายได้ละเอียดกว่าคำพูด ตามฉากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งคนไทยและพม่า หน้าสถานทูตเมียนมา ประจำกรุงเทพฯ แสดงพลังต่อต้านการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลนางซูจี

      นำขบวนโดยกลุ่มการ์ดวีโว แนวร่วมมวลชนราษฎร

      เพนกวินพริษฐ์ ชิวารักษ์รุ้งปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม

      โดยเฉพาะคนสำคัญอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช แกนนำทีมสีส้ม “เจี๊ยบ นครปฐม” นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล แสดงตัว เปิดหน้าเข้าร่วมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ โชว์อีเวนต์ระดับโลกอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

      “ตัวจี๊ด” ทีมคนรุ่นใหม่ต่อต้านรัฐประหารประเทศเพื่อนบ้าน แดกดันกระทบชิ่งทหารเฒ่า 3 ป.

      ล่อกันเลือดตกยางออก บู๊ดุเดือดแซงหน้าพม่าเสียด้วยซ้ำ

      ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์เมืองไทย พล.อ.ประยุทธ์ประกาศ “ภาวะฉุกเฉิน” มาก่อน พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ที่งัด “เคอร์ฟิว” แช่แข็งฝ่ายต่อต้าน อ้างอิงสถานการณ์ควบคุมโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ลากยาวต่อเนื่องจากเกมความมั่นคง คุมม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา

      ว่ากันก็เหมือน “รัฐประหารเงียบ” มาพักใหญ่แล้ว

      แนวโน้มผู้นำทหารเฒ่าของประเทศไทยจึงได้แต่อู้อี้ๆ พูดเรื่องรัฐประหารพม่าได้ไม่เต็มเสียง

      แต่ที่ส่งสัญญาณเข้มข้ามโลกมาเลย ล่าสุดประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศกร้าว เดินหน้าทบทวนกฎหมายและอำนาจคว่ำบาตรต่อเมียนมาในทันที

      สหรัฐฯจะยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่มันถูกโจมตี

      อารมณ์ล้อกับสุนทรพจน์ในวันสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ย้ำคำว่า “ประชาธิปไตย” ถึง 16 ครั้ง ผู้นำอเมริกันคนใหม่ต้องจัดหนัก

      “เล่นแรง” กับผู้นำทหารเฒ่าของพม่าแน่

      และเตรียมตั้งรับกันให้ดีๆกับ “side effects” ผลข้างเคียงที่จะลามมาถึงต้นแบบ “พิมพ์เขียวอินโดจีน” ทหารใส่สูทเป็นรัฐบาล ประเทศไทยภายใต้การลากยาวอำนาจของทีมทหารเฒ่า 3 ป.

      ส่อไม่พ้น “ลูกหลง” ยุทธการ “แบน” ท็อปบูตพม่า

      สหรัฐฯกับพันธมิตรชาติตะวันตกไม่ยอมให้ประชาธิปไตยอินโดจีนล้มเป็นโดมิโนแน่

      โดยเฉพาะเงื่อนไขทางด้านเศรษฐกิจที่จะผูกเป็นเงื่อนปมกับไทยในฐานะเพื่อนบ้านใกล้เคียง ตามสัญญาณล่าสุดที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในพม่า เตือนเลยว่าวิกฤติการเมืองอาจบั่นทอนกระบวนการเปลี่ยนผ่านของพม่า และทำลายโอกาสในการพัฒนาประเทศ

      เศรษฐกิจจะเป็นอาวุธในการ “บอมบ์” ได้เห็นผลที่สุด

      ณ จุดที่มหาวิกฤติโควิดกำลังล้อมทั้งพม่าและไทย ลำบากขึ้นทุกขณะ ประชาชนคนรากหญ้ากำลังเข้าสู่ภาวะอดอยากปากแห้ง ธุรกิจเจ๊งระเนระนาด

      ไม่ช้าก็เร็ว โอกาสม็อบไล่รัฐบาลผู้นำทหารที่บริหารไม่เป็น ต้องเกิดแน่

      และก็น่าจะหยั่งสถานการณ์ได้ โดยไม่ต้องพึ่ง “โหรวารินทร์” นั่งทางใน

      ตามอาการ “สะท้าน” กระแส แบบที่ทีมไอโอของ “บิ๊กตู่” ต้องโพสต์โซเชียลฯแบบรัวๆ ออกตัวเรื่องการเรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุ ยืนยันกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดเจน เพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนของข้อมูลต่างๆ

      โดยให้ชะลอการเรียกคืนหรือฟ้องร้องเอาไว้ก่อน

      รีบถอนฟืนออกจากกองไฟ เบรกกระแสดราม่า ซ้ำเติมคนแก่ ไม่เห็นใจคนยากจน

      นั่นไม่อันตรายเท่ากับปม “ตอกลิ่ม” เปรียบบิ๊กๆกองทัพ ที่ควบเก้าอี้ ส.ว. ย้อนไปถึงรัฐบาล คสช.พวกท็อปบูตส่ายก้นมานั่งเป็นรัฐมนตรี รับเงินเดือนซ้ำซ้อน 2-3 ทาง ยังทำได้

      แต่คนชรารับเงินบำเหน็จซ้ำซ้อน โดนไล่บี้เอาคืน

      โดนย้อนคอหอย กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลย.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองพม่ารัฐประหารพม่าปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาลประยุทธ์ชุมนุม

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:53 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์