"สถิตย์" ชี้แนวคิดปฏิรูปเศรษฐกิจ ต้องดำเนินการในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม

ข่าว

"สถิตย์" ชี้แนวคิดปฏิรูปเศรษฐกิจ ต้องดำเนินการในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม

ไทยรัฐออนไลน์

1 ก.พ. 2564 20:35 น.

สมาชิกวุฒิสภา "สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์" อภิปรายแนวคิดในการปฏิรูปเศรษฐกิจ นอกจากเพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีการปฏิรูปที่สำคัญคือ "การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสังคม"


วันที่ 1 ก.พ. 2564 มีรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา วาระเรื่องความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือน ก.ค. - ก.ย. 2563) ด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจ

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า แนวคิดในการปฏิรูปเศรษฐกิจนอกจากเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีการปฏิรูปที่สำคัญ คือ การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสังคม ซึ่งแนวทางหนึ่งของการปฏิรูปดังกล่าว คือการดำเนินการในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องคือ การจัดตั้งกองทุนการลงทุนเพื่อสังคม (social investment)

ทั้งนี้ มีมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ.2562 บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยกำหนดให้มีเงินสมทบจากวิสาหกิจเพื่อสังคมตามมาตรา 13 เป็นต้น แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้มีการออกกฎหมายลำดับรองสำหรับการนำส่งเงินสบทบเข้ากองทุนดังกล่าว จึงเห็นสมควรเร่งรัดให้มีการออกกฎหมายลำดับรองในเรื่องนี้โดยเร็ว

นายสถิตย์ ได้อภิปรายต่อไปว่า เมื่อพิจารณาเงินและทรัพย์สินที่นำเข้ากองทุน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 46 แล้ว ไม่น่าจะเพียงพอต่อการมีเงินทุนในการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม จึงเห็นควรพิจารณาหาแนวทางในการได้เงินจากแหล่งทุนอื่นเพิ่มเติม ที่ผ่านมากระทรวงการคลังเคยเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการ เคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. ... เพื่อให้สถาบันการเงิน ปิดบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหว และนำส่งข้อมูลของบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง เพื่อรับเงินและบริหารจัดการบัญชีเงินฝากดังกล่าว

ในเรื่องนี้ เสนอว่า ควรผลักดันให้มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการนำเงินในบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวต่อไป แต่ทั้งนี้ควรปรับปรุงหลักการ เพื่อให้สมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ดังต่อไปนี้

  • ประการแรก บัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหว นอกจากกำหนดบัญชีเงินฝากสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์ และ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ แล้ว ยังควรรวมถึงบัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ กระเป๋าตังค์อิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบอีมันนี่ (e-Money) เพื่อให้ครอบคลุมเงินฝากในรูปแบบต่างๆ โดยครบถ้วน
  • ประการที่สอง เงินที่ได้จากบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการไม่เคลื่อนไหว ควรนำไปจัดตั้งในรูปแบบกองทุนการลงทุนเพื่อสังคม (social investment fund) โดยต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เพื่อดำเนินโครงการลงทุนเพื่อสังคมอย่างแท้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในกิจการเพื่อสังคม เพื่อเป็นการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมให้เติบโตและเป็นหลักสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสังคม
  • ประการที่สาม ควรกำหนดเป็นหลักการให้มีการตรวจสอบรายชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหว และแจ้งให้เจ้าของบัญชีทราบ เพื่อดำเนินการปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมต่อกับบัญชีเงินฝากดังกล่าว รวมทั้งประกาศเป็นการทั่วไป เพื่อให้เจ้าของบัญชีดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนด ก่อนที่จะมีการโอนเงินเข้ากองทุน และแม้ว่าโอนเงินเข้ากองทุนแล้ว หากเจ้าของบัญชีทราบภายหลังว่ายังมีเงินฝากอยู่ ก็ยังสามารถถอนเงินและปิดบัญชีได้ เพื่อให้ความยุติธรรมกับเจ้าของบัญชีอย่างแท้จริง.
อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    “ทนายเดชา” เผยภาพลับ “แตงโม” หลุด แต่แม่ไม่อยากแจ้งความ แม่ไม่อยากฟังเรื่องเครียดๆ
    03:08

    “ทนายเดชา” เผยภาพลับ “แตงโม” หลุด แต่แม่ไม่อยากแจ้งความ แม่ไม่อยากฟังเรื่องเครียดๆ

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2565 เวลา 03:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์