เปิดแผลรัฐบาล เผาหัวซักฟอก เพื่อไทยขยี้ปมรากหญ้า ของแพงคนตกงาน รีดค่ารถไฟฟ้าสีเขียว

ข่าว

    เปิดแผลรัฐบาล เผาหัวซักฟอก เพื่อไทยขยี้ปมรากหญ้า ของแพงคนตกงาน รีดค่ารถไฟฟ้าสีเขียว

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    1 ก.พ. 2564 05:01 น.

    พท.เผาหัวโหมโรงศึกซักฟอก “ยุทธพงศ์” โอ่รัฐบาลอ่วมหนัก จ่อถล่มเอื้อนายทุน เจ้าสัวโรงปูนกว้านซื้อที่ดินนิคมฯจะนะโยง “บิ๊กป้อม” เฉ่งประเคนสัมปทานเอกชน ปล่อยโขกค่ารถไฟฟ้าสายสีเขียวพุ่ง 104 บาท แก้โควิดห่วย กู้เศรษฐกิจเหลว ชาวบ้านซื้อของแพง 4 เท่า บี้เรียกเงินคืนนายกฯ-บิ๊ก คสช.รับรายได้ 3 ทางเอาไปจ่ายหนี้คนชรา รัฐบาลผุดวอร์รูม “แรมโบ้” คุมทีมระดมข้อมูลตอบโต้ เด็ก ปชป.ย้อนศร หน.พปชร. “อันวาร์” ลั่นตอนโหวตไม่ไว้วางใจ ไม่ต้องเอามารยาทมามัดคอพรรคร่วมฯ “โหรวันชัย” ทำนายดวง “บิ๊กตู่” แข็งโป๊กอยู่ครบเทอม เย้ยฝ่ายค้านไร้พิษสง-ม็อบแผ่ว-รัฐประหารไม่มีทางเกิด กกต.ฟันอาญา “ดามพ์ ดัสกร” กับ “เกศกานดา อินช่วย” ถือหุ้นสื่อ ชงศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

    ฝ่ายค้านโหมโรงฉายหนังตัวอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่าศึกซักฟอกครั้งนี้รัฐบาลหนักแน่ เริ่มออกอาการตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น เพราะมีปัญหาหลายเรื่อง อาทิ การเอื้อประโยชน์เจ้าสัวซื้อที่ดินนิคมฯจะนะ การขึ้นค่ารถไฟฟ้าสายสีเขียว

    “โจ้” แย้มข้อสอบซักฟอกที่ดินจะนะ

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ขอบอกว่ารอบนี้รัฐบาลหนักแน่ เพราะนับแต่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกอาการ ในการประชุม ครม. วันที่ 26 ม.ค. นายกฯสั่งถอนวาระนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา เป็นผลจากที่ฝ่ายค้านยื่นตรวจสอบรัฐบาล ตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ตรวจสอบ ทราบว่ามีเจ้าสัวโรงปูนให้นักการเมืองกว้านซื้อพื้นที่สีเขียว เป็นพื้นที่ชนบทสำหรับเกษตรกรรม ต่อมาใช้อิทธิฤทธิ์นักการเมือง เปลี่ยนเป็นสีม่วง เพื่อทำเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมอ้างว่า เป็นพื้นที่ ศอ.บต. กรณีนี้โยงไปหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เนื่องจากคุม ศอ.บต. กรณีนี้อาจเป็นเหตุให้นายกฯเต้นสั่งถอนเรื่องจาก ครม. แล้วสั่งให้ ร.อ.ธรรมนัสตรวจสอบ เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียวแต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะอภิปราย แต่ไม่บอกป้องกันข้อสอบรั่ว

    อัดแก้ของแพงเหลวพริกเม็ดละบาท

    นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลล้มเหลวการแก้ปัญหาโควิดและเศรษฐกิจ คนตกงาน เงินใช้สอยไม่มี ยังเจอของแพง โดยเฉพาะพริกเม็ดละ 1 บาท เมื่อไปสำรวจพริกจินดาเดือน ม.ค.2563 ราคาเฉลี่ยขีดละ 4.50 บาท แต่เดือน ม.ค.2564 ราคาเฉลี่ย 17 บาท แพงขึ้นกว่าเดิม 4 เท่า ขอถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ไม่ดูแลสินค้าแพงให้ประชาชน

    ปูด ตร.รีดส่วยแลกไม่จับขายหวยแพง

    นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ขณะที่ปัญหาลอตเตอรี่แพง ยังพบการขายเกินราคา ประชาชนซื้อ 100 บาท ต่อใบ งวดปัจจุบันทราบว่าเลข 36, 63 เป็นเลขดัง เลข 36 ชุด 5 ใบ สูงถึง 750 บาท เฉลี่ยใบละ 140 บาท เลข 63 ชุด 3 ใบ 360 บาท เฉลี่ยใบละ 120 บาท ตอนนี้ตำรวจมาล่อซื้อคนขายลอตเตอรี่ หากขายเกินราคา จะปรับ 2,000 บาท แต่ถ้าไม่อยากถูกจับต้องจ่ายส่วย 300 บาทต่องวด เดือนหนึ่งมี 2 งวด เสีย 600 บาท หวยแต่ละงวด กองสลากพิมพ์ 1 ล้านเล่ม ใน 1 เล่มมี 100 ใบ หรือ 100 ล้านใบ จากต้นทุน 70.40 บาท แต่ยี่ปั๊วขายใบละ 90 บาท มีผลประโยชน์ต่องวด 2 พันล้านบาท ที่บอกกระจายลอตเตอรี่ให้ผู้ค้ารายย่อยไปกดซื้อที่เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย ไม่มีใครกดซื้อได้ ต้องมาซื้อหน้ากองสลากแล้วมาขายต่อ ตั้งแต่ปฏิวัติมา พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาไม่ได้ คนขายลอตเตอรี่ไม่มีใครอยากถูกจับ จำเป็นต้องเสียเงินให้ตำรวจ หวยแพงยังแก้ไม่ได้จะไปแก้เรื่องอะไรได้ เหตุใดยี่ปั๊วถึงมีลอตเตอรี่ขาย

    ฉะยับปล่อยค่ารถไฟฟ้าพุ่ง 104 บาท

    นายยุทธพงศ์ยังกล่าวถึงการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็น 104 บาทว่า ราคาค่าขนส่งไม่ใช่กิจการที่รัฐต้องทำกำไรสูงสุด แต่ต้องช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดการใช้รถยนต์ ปัญหานี้ที่แก้ไขไม่ได้ เพราะสถานีไข่แดงผ่านสถานที่สำคัญใน กทม.ติดสัญญาสัมปทานบีทีเอส จะหมดลงปี 2572 ทั้งสายสีเขียวเหนือและสายสีเขียวใต้ วิธีแก้ปัญหาจึงต้องให้สัญญาสัมปทานทั้งสายเขียวเหนือ สายเขียวใต้ หมดพร้อมกันปี 2572 แล้วรวมเป็นสายเดียวกัน ให้ค่าแรกเข้ามีราคาที่ 17 บาท แบบที่ รฟม.ดำเนินการกับรถไฟสายอื่นๆ เหตุที่ค่ารถไฟฟ้า 104 บาท เพราะมีส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือตั้งแต่สถานีจตุจักรไปคูคต คิดค่าโดยสารส่วนต่อขยาย 45 บาท มีค่าแรกเข้า 15 บาท สายสีเขียวใต้ตั้งแต่สถานีบางจากไปแบริ่ง ไปถึงเคหะบางปูอีก 45 บาท มีค่าแรกเข้า 15 บาท ขณะที่สถานีไข่แดงตั้งแต่หมอชิตผ่านสยามไปสิ้นสุดที่อ่อนนุช ราคาค่าโดยสาร 44 บาท ไม่สามารถ แตะได้ เพราะเป็นราคาค่าสัมปทาน การเดินรถไฟฟ้าสายเขียวเหนือ สายสีเขียวใต้ กทม.ไปจ้างบีทีเอสวิ่ง ขนคนทั้งสายเขียวเหนือ สายสีเขียวใต้มายังพื้นที่ไข่แดง ทำให้บางบริษัทได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น เป็นปัญหาทำให้ราคา 104 บาทแพงเว่อร์ หากนั่งไปกลับ 208 บาท ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ 331 บาท เหลือเงินอยู่ไม่เท่าไรจะอยู่ได้อย่างไร

    บี้เรียกเงินคืนบิ๊ก คสช.รับ 3 ทาง

    นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า กรณีเรียกเบี้ยยังชีพคืนจากคนชรา หากเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ นับจากปฏิวัติปี 2557 รับเงินเดือนนายกรัฐมนตรี 44 เดือน เงินเดือนหัวหน้า คสช.45 เดือน ตอนนั้นยังเป็น ผบ.ทบ รับเงินเดือนอีก 8 หมื่นบาทต่อเดือน รับเงิน 3 ทาง รวม 10.8 ล้านบาท รวมถึงผู้มีตำแหน่ง คสช.เวลานั้นที่รับทั้งเงินเดือน คสช.และรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์รับเงินเดือน 3 ทาง ทำไมไม่ผิดกฎหมาย ยังไม่รวมเบี้ยประชุมต่างๆ กรมบัญชีกลางไปเรียกเงินคืนจากคนเหล่านี้ดีกว่าหรือไม่ เคยเป็นรัฐมนตรีควรมีจริยธรรมสูงส่ง ต้องถูกเรียกคืนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเอามาคืน เพื่อนำไปช่วยคนแก่จ่ายหนี้

    นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นข่าวเรียกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุพร้อมดอกเบี้ยคืนจากคนชรา น่าอนาถใจ บั่นทอนจิตใจคนชรา เป็นความผิดพลาดระบบราชการทั้งสิ้น จะนำเข้าที่ประชุมพรรควันที่ 2 ก.พ.ให้ ส.ส.ประสานไปสภาทนายความแห่งประเทศไทยไปช่วยเหลือสร้างกุศล คนแก่ไม่มีเงินจริงๆ หากเทียบกับผู้อยู่บ้านหลวง ใช้น้ำไฟฟรี ยังได้เบี้ยบำนาญ เงินเดือนประจำตำแหน่ง ได้เงินจากบอร์ดชุดต่างๆ ขอให้ลงมาใส่ใจเรื่องเหล่านี้ ให้สงสารผู้สูงอายุ เพราะคนชรามีลูกหลานอยู่ในหน่วยงานทหารตำรวจทั้งสิ้น

    หวดผู้นำไร้กึ๋นฉุด ศก.ดิ่งเหว 10 ปี

    นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กังวลมากเมื่อบทความนิเคอิ เอเชีย สื่อหลักญี่ปุ่น ระบุเศรษฐกิจไทยหายนะแบบสโลว์โมชัน เขียนโดยวิลเลียม พีเซก คอลัมนิสต์ที่มีชื่อเสียง เคยเตือนเศรษฐกิจประเทศต่างๆและไทยเป็นจริงมาตลอด ครั้งนี้น่าเป็นห่วงมากเพราะเตือนเศรษฐกิจไทยภายใต้การนำอย่างไม่มีวิสัยทัศน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดหนักอีก 10 ปี หลังทรุดหนักก่อนหน้านี้เหมือนตอกย้ำทฤษฎีกบต้มที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเตือนไว้หลายปี อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เร่งปรับปรุงกรอบคิด เช่น เร่งแก้ปัญหาว่างงาน ปรับแพลตฟอร์มประเทศ ตัดงบฯกองทัพตามที่พรรคเพื่อไทยเรียก-ร้อง รัฐบาลไม่เห็นความสำคัญแรงงานผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องถูกตำหนิถึงเพิ่งคิดเยียวยา ควรเร่ง ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีให้ผ่านวิกฤติโควิด ผ่อนคลายเงื่อนไขปล่อยกู้ รัฐต้องค้ำประกันหนี้เสีย หากยังไม่พอต้องเพิ่มวงเงิน ลดค่าใช้จ่ายประชาชน นำน้ำฟรี ไฟฟรีปริมาณจำกัด รถเมล์ฟรี รถไฟฟรีกลับมาทำใหม่ ลดค่าใช้จ่ายประชาชนที่กำลังลำบาก เร่งปลดล็อกดาวน์ให้ทำธุรกิจได้

    “แรมโบ้” คุมวอร์รูม รบ.สู้ศึกซักฟอก

    นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ตอบรับเข้าร่วมเป็นทีมงานวอร์รูมรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน คณะทำงานชุดนี้จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน มีทั้งการเก็งข้อสอบว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายประเด็นใดบ้าง และควรหาข้อมูลมาชี้แจงตอบโต้อย่างไร เพื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะชี้แจงได้ทันท่วงที คณะทำงานชุดดังกล่าวจะประชุมหารือและแบ่งหน้าที่ร่วมกันวันที่ 1 ก.พ. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ก.พ.เดิม ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานวอร์รูม น่าจะได้รับมอบหมายให้ดูแลสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทำให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจรุนแรง รวมถึงมาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือประชาชนที่เห็นผลเป็นรูปธรรม

    “อันวาร์” เปรยตอนโหวตอย่าอ้างมารยาท

    นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองเลขาธิการพรรค กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุถึงการส่งคนลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช แทนนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่เกี่ยวกับมารยาททางการเมือง เป็นเรื่องประชาธิปไตย พรรคไหนอยากส่งได้ทั้งนั้นว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่ พล.อ.ประวิตรพูดอย่างยิ่งว่าเรื่องประชาธิปไตยไม่เกี่ยวกับมารยาททางการเมือง จะจำคำพูดนี้ไว้ เมื่อมีการ อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ ฝ่ายรัฐบาลต้องไม่เอาคำว่ามารยาททางการเมืองมาใช้เป็นข้ออ้างให้พรรคร่วมรัฐบาลลงมติไว้วางใจกับสิ่งที่ฝืนต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างที่เคยเป็น ควรพิจารณาตัดสินกันโดยยึดหลัก “ถูกให้เป็นถูก ผิดให้เป็นผิด” น่าจะสร้างศรัทธาให้รัฐบาลมากกว่า

    “วันชัย” ชี้ดวง “บิ๊กตู่” แข็งโป๊กอยู่ครบเทอม

    นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า หมอดูหลายสำนักพยากรณ์จะเกิดรัฐประหารปี 2564 มีความขัดแย้งในบ้านเมือง เกิดเหตุวุ่นวาย เพราะดาวมฤตยูยังทับดวงเมืองอยู่ ฟังแล้วหดหู่คำพยากรณ์เหมือนซ้ำเติมความรู้สึกประชาชน ส่วนตัวเคยบอกว่าดาวมฤตยูยังทับดวงเมืองอยู่อีก 2 ปีครึ่ง จะออกวันที่ 8 มี.ค.2566 ช่วงนี้เป็น การสู้กันระหว่างดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ในราศีมังกร พอถึงวันที่ 29 มี.ค.64 เข้าราศีกุมภ์ บ้านเมืองจะเริ่มลงตัว การแก้ปัญหาไปสู่แนวทางที่ดี ขอพูดในฐานะผู้พอรู้เรื่องดวงดาวและอยู่วงในการเมืองว่าดาวมฤตยูหมายถึงเลขศูนย์ เป็นสัญลักษณ์พระศิวะคือผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ใครที่คิดล้มเจ้า ต้องการเปลี่ยนแปลง จะถูกล้มด้วยอิทธิพลดาวมฤตยู ไม่มีใครเอาด้วย ในที่สุดจะจบไปเองดูจากสถานการณ์และดวงดาวแล้ว เดือนต่อๆไปกำลังมีวัคซีนเข้ามา ทำให้ความรู้สึกประชาชนดีขึ้น โควิดจะเบาบางลง

    ปชช.เฉยๆซักฟอก-รปห.ไม่มีทางเกิด

    นายวันชัยกล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านไม่ค่อยได้เสียงตอบรับจากประชาชน คงทำอะไรไม่ได้ เมื่อรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 2 เข้าสู่วาระ 3 เดือน มี.ค.จะเป็นเรื่องการทำประชามติมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คน บ้านเมืองคงไม่มีอะไร เพราะรัฐบาลแสดงความจริงใจแก้รัฐธรรมนูญแล้ว การแก้รัฐธรรมนูญใช้เวลาอีกเกือบ 2 ปี รัฐบาลจะหมดวาระ พร้อมส่งรัฐธรรมนูญใหม่ให้การเลือกตั้งครั้งต่อไป ระหว่างนี้การเมืองไม่น่ามีอะไรรุนแรง แม้จะมีการชุมนุมไม่ถึงขั้นรุนแรง การรัฐประหารไม่มีทางเกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ยังประคองรัฐบาลไปได้ ส่วนพรรคฝ่ายค้านยังโดนดาวมฤตยูและดาวเสาร์เล่นงาน ไม่สามารถรวมพลังได้แข็งแกร่ง ด้วยสถานการณ์และดวงดาวสภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์นำพารัฐนาวาไปได้ตลอดรอดฝั่ง

    “อ๋อย” ชี้ซักฟอก รบ.-ค้าน เดิมพันสูง

    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯและอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เดิมพันสูงทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะมีผลต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่รัฐบาลกำลังแก้แบบผิดทิศผิดทาง ไม่รู้จักให้สมดุล เน้นตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์จนลืมว่าต้องมีค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจแพงมหาศาล ทำให้เศรษฐกิจถดถอยและประชาชนหลายล้านคนตกงานขาดรายได้ พลาดโอกาสส่งเสริมการส่งออกสินค้าที่ทั่วโลกขาดแคลน การท่องเที่ยวในประเทศที่เริ่มกระเตื้องกลับถูกทำลายลงโดยโควิดรอบใหม่ การปล่อยปละละเลยและการทุจริตแจกเงินเยียวยาไม่เท่าเทียม น่าเป็นห่วงการฉีดวัคซีนช้ามากและไม่ครอบคลุมจะทำให้เปิดประเทศได้ช้า ปัญหาเหล่านี้จะเป็นเรื่องใหญ่ในการอภิปราย หากพรรคฝ่ายค้านทำงานจริงจังอาจมีทีเด็ดเรื่องอื่นๆอีก รัฐบาลจะตกที่นั่งลำบาก พรรคร่วมรัฐบาลอาจรู้สึกอึดอัดที่จะร่วมรัฐบาลต่อไป แต่ถ้าข้อมูลไม่แน่นจะกลายเป็นให้โอกาสรัฐบาลเก็บคะแนนสะสมมาชดเชยจุดอ่อนได้ ทำความน่าเชื่อถือฝ่ายค้านลดน้อยลงอีก รัฐบาลนี้จะลอยตัวอยู่ไปได้อีกนาน หากฝ่ายค้านอภิปรายได้ดี รัฐบาลอาจต้องปรับ ครม.

    “วรงค์” ขู่ กก.อย่าท้าทายศรัทธา ปชช.

    นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรค ไทยภักดีโพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ปกป้องมาตรา 112” ใจความว่า ทั้งที่ผลโพลชัดเจนว่าประชาชน ร้อยละ 99.7 คัดค้านการกระทำที่กระทบต่อสถาบันพระ-มหากษัตริย์ และให้หยุดแก้ไขมาตรา 112 แต่พรรคก้าวไกลยังพยายามจะรวบรวมรายชื่อ ส.ส.เพื่อเสนอญัตติแก้ไขมาตรา 112 ยังกระทำในสิ่งที่ขัดต่อความรู้สึกของประชาชน หวังรับลูกกันเป็นทอดๆต่อจากนายธนาธร นายปิยบุตร และม็อบสามนิ้ว ที่เลวร้ายกว่านั่นคือ การรอจังหวะประกาศกดดันประเทศไทย ให้ยกเลิกมาตรา 112 จากประเทศในยุโรปและอเมริกา สิ่งที่พวกเราต้องรู้เท่าทันต่อพฤติกรรมคนพวกนี้คือการกระทำสุดถ่อย ท้าทายศรัทธา ท้าทายความรู้สึกของประชาชน ขอเรียกร้องให้พรรคก้าวไกล ยุติสร้างความขัดแย้ง ความแตกแยกในหมู่ประชาชน ด้วยการหยุดการเสนอร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 เคารพกฎหมาย ถ้าหากยังเดินหน้าแล้วพรรคถูกยุบ จะมาโทษว่าถูกรังแกไม่ได้

    กกต.ฟันอาญา “ดามพ์ ดัสกร” ถือหุ้นสื่อ

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. กรณีมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 151 แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 รวม 2 รายคือ น.ส.เกศการดา อินช่วย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 16 กทม. พรรคพลังประชารัฐ กรณีเป็นผู้ถือหุ้น และกรรมการผู้จัดการบริษัทก้าวไกล ครีเอท จำกัด มีพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าประกอบกิจการสื่อมวลชนใดๆในวันสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือ มีลักษณะต้องห้าม และนายดามพ์ เผด็จดัสกร อดีตดาราดาวร้ายชื่อดังที่รู้จักในนาม “ดามพ์ ดัสกร” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กาญจนบุรี พรรคเพื่อชาติ ถือหุ้น บริษัทวิชั่นคาวบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด กกต.จึงมีคำสั่งดำเนินคดีอาญา น.ส.เกศการดา และนายดามพ์ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 42 (3) และมาตรา 151 ฐานความผิดตามมาตรา 151 มีโทษจำคุก 1-10 ปีปรับ 20,000-200,000 บาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

    “ศรีฯ” ร้องสอบ “สิระ” แจกข้าว-แมสก์

    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การ พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินเคาะประตูบ้านแจกข้าวสาร 10,000 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัมให้ชาวบ้านในพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เมื่อช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.63 ล่าสุดได้แจกช่วงปีใหม่ 2564 พร้อมหน้ากากอนามัยในนามกลุ่มเพื่อนสิระ 10,000 ถุงอีกครั้ง รวมการแจกข้าวสารทั้ง 2 รอบที่ 20,000 ถุง หน้ากากประมาณ 20,000 ชิ้นเช่นกัน มูลค่าข้าวสารเมื่อตรวจสอบราคาตกถุงละ 79 บาท รวมเงิน 1,580,000 บาท ส่วนหน้ากากอนามัยประมาณ 50,000 บาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 1,630,000 บาท การที่ ส.ส.แจกสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เป็นสิ่งที่ดี ทำได้ แต่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการให้ตามประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควร

    สงสัยมูลค่าเกินกว่า กกต.กำหนด

    “การยื่นคัดค้านเกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป พ.ศ.2561 ด้วย ซึ่งได้กำหนดโดยมีราคาหรือมูลค่าที่ ส.ส.จะให้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท แต่หากเป็นการให้ที่เกินกว่าจำนวนที่กำหนดดังกล่าว กฎหมายกำหนดให้นำไปรวมคำนวณ เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป การเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค.62 ที่ผ่านมา กกต.กำหนดค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส.แต่ละคนได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท การที่นายสิระแจกข้าวสารและหน้ากากให้ชาวหลักสี่ จตุจักร เขตเลือกตั้งของตนเองมากถึง 1,630,000 บาท ซึ่งเกินไปกว่าที่ กกต.กำหนดไปมากแล้ว จึงอาจเป็นเหตุทำให้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายสิระอาจไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก เพราะแค่ค่าสมัครอย่างเดียว 10,000 บาทแล้ว ด้วยเหตุนี้จะนำพยานหลักฐานไปให้ กกต.เพื่อสั่งการให้เลขาธิการ กกต.ตรวจสอบและบันทึกไว้เป็นค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งของพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป ตามระเบียบหรือกฎหมายที่กำหนด วันที่ 1 ก.พ.64 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B หลักสี่ กทม.

    ทำใจพ่ายโหวตใช้เสียง 3 ใน 5 ยื่นแก้ รธน.

    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่...พ.ศ. ...กล่าวว่า กมธ.พิจารณาเนื้อหาแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว เหลือแค่ลงมติประเด็นที่ถูกแขวนไว้ การประชุม กมธ.วันที่ 4 ก.พ. จะโหวตชี้ขาดเนื้อหาที่ถูกแขวนอยู่ มีประเด็นสำคัญคือ มาตรา 256 ว่าด้วยมติของสมาชิกรัฐสภาในชั้นรับ หลักการการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายค้านเสนอใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ฝ่ายรัฐบาลให้ใช้เสียง 3 ใน 5 ดูแนวโน้มแล้วน่าจะจบที่การใช้เสียง 3 ใน 5 เพราะเสียงของฝ่ายค้านสู้ไม่ได้ ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญวาระรับหลักการต้องมีเสียงสมาชิกรัฐสภาสนับสนุน 500 เสียงขึ้นไป จาก 750 เสียง ยังต้องอาศัยเสียง ส.ว.อยู่ หลังจากนี้ กมธ.ในวันที่ 5 ก.พ.จะให้ ส.ส.และ ส.ว. 109 คน ที่เสนอแปรญัตติแก้รัฐธรรมนูญมาชี้แจงรายละเอียดต่อ กมธ. คาดว่า กมธ.จะสรุปรายงานเป็นรูปเล่มเสร็จในวันที่ 10 ก.พ. เพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาได้กลางเดือน ก.พ. เพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาวาระ 2 ในวันที่ 24-25 ก.พ. หลังจากนั้นต้องพักไว้ 15 วัน เพื่อลงมติวาระ 3 ช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อลงมติวาระ 3 ต่อไป

    พท.ดักคออย่าโหวตคว่ำ รธน.วาระ 2–3

    น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญมีมติให้ ส.ส.ร.200 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั่วประเทศ โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งว่า เป็นแนวทางทำให้ประชาชนมีโอกาสเลือก ส.ส.ร. มาเป็นตัวแทน เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะแสดงความจริงใจกับประชาชนสร้างประชาธิปไตย ไม่ขัดขวางกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนถือเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ของประเทศไทย หาก ส.ส.พรรครัฐบาลและ ส.ว.ร่วมกันคว่ำร่างในการประชุมรัฐสภา วาระ 2-3 จะแสดงให้เห็นถึงเจตนาทำให้ประเทศมืดมน ล้าหลัง และพัฒนาไม่ทันเพื่อนบ้าน หวังว่าการแก้ไขที่มา ส.ส.ร.จะเป็นกุญแจดอกสำคัญทำให้คนไทยหลุดพ้นจากผู้นำที่พาประเทศ ไปสู่วิบากกรรมแห่งความล้าหลังได้

    “จุติ” ส่งทนายช่วยคนแก่รับเบี้ยซ้ำซ้อน

    นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบพบว่ามีผู้สูงอายุบางคนได้รับเบี้ยผู้สูงอายุซ้ำซ้อนจากบำเหน็จบำนาญของญาติที่เสียชีวิต และมีการเรียกเงินคืนว่า สัปดาห์นี้จะขอให้กรมกิจการผู้สูงอายุขอความร่วมมือจากสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายและพัฒนาสังคมจังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ส่งนักกฎหมายไปให้คำปรึกษาหารือกับผู้สูงอายุทุกคน โดยจะต้องดูรายละเอียดด้วยว่า การให้ข้อมูล ทำโดยสุจริตหรือไม่ ได้รับทราบคุณสมบัติข้อนี้มาก่อนหรือไม่ และจะช่วยเจรจากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมบัญชีกลางต่อไป ขอให้ผู้สูงอายุที่รับเบี้ยดังกล่าวคลายความกังวล ทุกอย่างมีทางออก ทั้งรัฐบาลและกระทรวง พม.จะร่วมหาทางออกที่ดีที่สุดให้ทุกฝ่าย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ซักฟอกรัฐบาลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ศึกซักฟอกค่ารถไฟฟ้าโหรวันชัยข่าวหน้า 1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 07:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์