นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.ก้าวไกล เผยมติ กมธ.ห้าม ส.ส.ร.เเตะ หมวด 1-2 เสียงโหวต 19 ต่อ 14 แปลกใจ "ไพบูลย์ นิติตะวัน" รองหัวหน้า พปชร. อยู่ฝ่ายเสียงข้างน้อย บอก น่าเสียดายล็อกตาย รธน. ฉบับความหวังของ ปชช.
วันที่ 30 ม.ค. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม กล่าวถึง กรณีคณะ กมธ.มีมติเห็นด้วยกับร่างของฝ่ายรัฐบาล เกี่ยวกับระยะเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 240 วัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า นอกจากที่ประชุมจะมีมติ เรื่องกรอบเวลาการยกร่างฯ ของ ส.ส.ร.แล้ว ยังได้มีมติเรื่อง ห้าม ส.ส.ร. ทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 ด้วย
เมื่อถามว่า กมธ.ได้คุยกันหรือไม่ว่า หากมีการแก้ไขมาตราอื่น ที่ถ้าแก้ไขแล้วมีผลกระทบกับ มาตรา 1 และมาตรา 2 ทาง ส.ส.ร.สามารถแก้ไขเพิ่มเติม ได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนตนมองว่า เรื่องนี้อยู่ที่ดุลยพินิจ และอำนาจของ ส.ส.ร.ในอนาคต แต่สำหรับกมธ.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่ได้คุยลงลึกรายละเอียดขนาดนั้น จริงๆ ตนพยายามชงเรื่องนี้ใน กมธ.หลายครั้ง แต่ทุกคนก็ยังผ่านไป ตนพยายามอธิบายว่า ตอนรัฐธรรมนูญปี 2560 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากทำประชามติไปแล้ว โดยมีคำให้สัมภาษณ์ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในทำนองว่า มีการขอมา ตนก็ได้ถามในกมธ.ว่า หากเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นมาอีก ส.ส.ร. จะทำอย่างไร หรือจะกลายเป็นภาระทำให้รัฐสภาต้องมานั่งแก้ไข เพื่อเปิดช่องให้แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ได้ จะกลายเป็นเกิดความเสียหาย ประชาชนตั้งคำถาม และส่งผลร้ายต่อสถาบัน ด้วยซ้ำไป ต้องยอมรับว่า เรื่องแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว
“สัปดาห์ที่แล้วตอนเราโหวต มาตรา 1- 2 มีการเสนอว่า จะคงร่างรัฐบาลที่ห้ามแก้ไข 2 หมวดดังกล่าว หรือจะมีการแก้ไขได้ ปรากฏว่า เสียงออกมาให้คงร่างรัฐบาล 19 ต่อ 14 เสียง ซึ่งใน 14 เสียงที่ไม่เห็นด้วย นั้น มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ.มาอยู่ในเสียงข้างน้อย 14 เสียงด้วย เพราะนายไพบูลย์ มีความเห็นในทำนองว่า ไม่ควรล็อกไว้ เฉพาะแค่หมวด 1 หมวด 2 แต่ควรล็อกเรื่อง อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ ด้วย คือ ส.ส.ร.ห้ามแก้ไข ทั้งนี้ เวลาเราโหวตไม่ได้โหวตแค่ว่าจะให้ส.ส.ร.แก้หมวด 1 หมวด 2 ได้ไหม แต่เราโหวตแค่ว่าจะเป็นไปตามรัฐบาลหรือมีการแก้ไข ทำให้คนอื่นๆ ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยมาอยู่ฟากเดียวกับผมที่ต้องโหวตค้าน” นายรังสิมันต์ กล่าว
...
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า องค์ประกอบความผิดมาตรา 112 คือ ต้องเป็นกรณีดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย ปัญหา คือ สมมติว่า เราจะแก้ไข หรือปล่อยให้ ส.ส.ร.แก้รัฐธรรมนูญได้ทุกมาตรา ยังนึกไม่ออกว่า จะเป็นการไปดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือ อาฆาตมาดร้าย อย่างไร แต่ในทางกลับกันการนำ มาตรา 112 มาใช้ในเรื่องที่เป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ แสดงให้เห็นว่า การใช้มาตรา 112 เป็นปัญหายิ่งขึ้น เพราะถูกใช้กับคนที่เห็นต่างทางการเมือง หรือ คนที่อาจทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ยิ่งทำแบบนี้จะเป็นผลดีต่อสถาบันหรือไม่ การเปิดให้ ส.ส.ร.แก้ไขได้ทุกเรื่องเป็นการใช้เหตุผล เรากำลังออกแบบรัฐธรรมนูญที่หวังเป็นฉบับถาวรฉบับสุดท้ายของประชาชน ที่ทุกฝ่ายยอมรับ เริ่มเห็นว่า ประชาชนกำลังจะเป็นเจ้าของ มีสิทธิ์เลือกและตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ เราก็ต้องไปล็อกบางอย่างไม่ให้ประชาชนไปทำ น่าเสียดาย สุดท้ายก็เกิดการสร้างข้อครหาว่า ประชาชนไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจทุกเรื่อง ทั้งที่เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนด้วยซ้ำ