ที่มาของนิทานชุด “ปัญจตันตระ” ที่เล่าสืบต่อๆกันมากว่าสองพันปี (ศักดา วิมลจันทร์ สำนักพิมพ์พื้นฐาน พ.ศ.2551) มีหลักฐานว่าแพร่หลายมาจากอาณาจักรหนึ่งในอินเดียใต้

เล่ากันต่อๆมาว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีพระราชา ทรงพระนามว่า “อมรศักดิ์” เป็นผู้ทรงธรรมจรรยาและพระปรีชาสามารถ พระราชอาณาจักรสงบร่มเย็นเป็นสุขทุกหย่อมหญ้า แต่องค์พระราชากลับทรงหาความสุขมิได้

เนื่องจากพระโอรสทั้งสามพระองค์ ไม่สนพระทัยในการศึกษา

พระราชาทรงวิตกว่าจะไม่มีผู้เหมาะสมจะรับช่วงการดูแลแผ่นดิน

วันหนึ่ง จึงทรงเรียกประชุมบรรดาอำมาตย์และที่ปรึกษา และทรงปรารภ (เป็นคำร้อยกรอง) ว่า

อันความเศร้าที่พันผูกกับลูกรัก อาจกล่าวได้เพียงสักสามสถาน หนึ่งไร้ลูก สองลูกตาย เศร้าไม่นาน อีกประการลูกโง่เขลาเศร้าจนตาย

อำมาตย์ที่ปรึกษาสดับ ปัญหาหนักอุระพระราชาแล้ว ยังอับจนปัญญา พระราชาทรงรำพันต่อ

จะเลี้ยงโคไปไยถ้าไม่หวัง จะได้หนังนมเนื้อเสียเหงื่อเปล่า ถ้าเลี้ยงบุตรดื้อบ้าปัญญาเบา จะโง่เขลาเลี้ยงไปทำไมกัน

อำมาตย์คนหนึ่งกราบทูลถวายว่า บุคคลควรเริ่มต้นด้วยการศึกษาภาษา และไวยากรณ์ หลักสูตร 12 ปี จากนั้นก็ศึกษาตำราทั้งทางโลกทางธรรมให้แตกฉาน...จึงจะพอเรียกได้ว่า มีสติปัญญาตามสมควร

แต่อำมาตย์อีกคน คนนี้ชื่อเฉลียว กราบทูลว่า

“ชีวิตคนสั้นนัก ตำราทั้งหลายก็มีมากมายเกินกว่าจะศึกษาได้หมดสิ้น ก็ทรงเห็นอยู่แล้ว พระโอรสไม่ทรงโปรดการศึกษา แต่ถ้าพระโอรสได้เรียนสิ่งที่เป็นแก่นแกนของความรู้ ก็น่าจะเพียงพอ”

แล้วอำมาตย์เฉลียว ก็แนะนำบรมครูพราหมณ์นาม “วิษณุศรม

...

เมื่อพราหมณ์วิษณุศรมมาอยู่เบื้องหน้า พระราชาก็ตรัสว่า “ขอให้รับบุตรสามคนไปสั่งสอนให้มีความรู้ตามสมควรด้วยเถิด ฉันจะตอบแทนท่านด้วยสมบัติตามที่ท่านต้องการ”

“ข้าพระองค์มิได้มาเพื่อจะขายวิชา” พราหมณ์กราบทูล “ข้าพระองค์อายุแปดสิบ ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร ไม่มีสิ่งเย้ายวนให้นึกอยากอีกแล้ว”

“แต่เพื่อสนองพระบารมี ข้าพระองค์ยินดีที่จะสอน ภายในเวลาหกเดือน พระโอรสทั้งสาม จะมีพระสติปัญญาหลักแหลมเหนือผู้อื่นทั้งปวง”

พราหมณ์วิษณุศรมสอนพระโอรสทั้งสามด้วยหนังสือตำราห้าเล่ม

เล่มแรก การแตกมิตร เล่มสอง การผูกมิตร เล่มสาม กากับนกเค้าแมว เล่มสี่ ลาภหาย และเล่มห้า ไม่รอบคอบ

เนื้อหาในหนังสือห้าเล่ม ล้วนเป็นนิทานซ้อนนิทาน ที่สรุปเป็นคำสอนที่ลึกซึ้งแหลมคม

ยกตัวอย่าง นิทานเรื่องที่ 6 เมียช่างทอผ้า จะหนีไปหาชู้ ...กับผัวขี้เมา

พราหมณ์เฒ่ารู้เห็นถึงกับรำพึง (เป็นคำกลอน) ว่า “จะเรียนรู้วิชาใดในไตรภพ ก็ไม่จบเท่าท่ามารยาหญิง ว่าห้าร้อยเกวียนบ้างที่อ้างอิง แต่จริงยังน้อยนิดผิดประมาณ...”

ครบหกเดือนตามกำหนด พระโอรสทั้งสามได้เรียนวิชาจบ จนถึงเวลาผลัดแผ่นดิน พระโอรสพระองค์หนึ่งก็ได้ขึ้นครองแผ่นดิน ราษฎรชื่นชมว่าทรงธรรมจรรยา และพระปรีชาสามารถ ไม่แพ้พระบิดา

นับแต่นั้นมา ตำราที่ว่าด้วยศิลปะการครองชีวิตอย่างชาญฉลาด ซึ่งมีชื่อว่า ปัญจตันตระ อันแปลว่า หนังสือห้าเล่ม ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ในฐานะที่เป็นเครื่องมือกระตุ้นสติปัญญาเยาวชนอย่างวิเศษยิ่ง.

กิเลน ประลองเชิง