ไลฟ์สไตล์
100 year

"เทพไท" ชูบท ส.ส.นอกสภา ศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นสภาพพิษคดีทุจริตนายกอบจ.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
28 ม.ค. 2564 05:10 น.
SHARE

ศาล รธน.ฟันฉับ “เทพไท” พ้น ส.ส. ตามคำ พิพากษาศาลนครศรีธรรมราช กรณีร่วมทุจริต เลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีฯ ปี 57 ต้องจัดเลือกตั้ง ซ่อมภายใน 45 วัน จับตาศึกชิงดำแย่งฐานเสียงระหว่าง ปชป.เจ้าถิ่น กับ พปชร.ผู้ท้าชิงที่ประกาศตัวตั้งแต่ไก่โห่ดัน “อาญาสิทธิ์” ลงแก้มือ “ชวน” ยังไม่สรุปให้ปรับแก้ญัตติซักฟอกหรือไม่ ฝ่ายค้านยืนกรานเนื้อหาญัตติถูกต้อง กก.ย้ำจะอภิปรายแบบมีวุฒิภาวะ “เสรีฯ” ฉะ รบ.อย่ามาตีรวน “วิษณุ” บอกพูดถึงสถาบันได้แต่ต้องระวัง ชาวบ้านฝากประจาน ส.ส.เข้าสภาไม่ใส่แมสก์

ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. ตามที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชมีคำพิพากษา กรณีร่วมทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีฯ ต้องจับตาศึกเลือกตั้งซ่อม ที่เป็นการชิงดำแย่งฐานเสียง ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพลังประชารัฐ

ข่าวแนะนำ

ศาล รธน.ฟันฉับ “เทพไท” พ้น ส.ส.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (4) มาตรา 96 (2) หรือไม่ จากเหตุศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2563 ลงโทษจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เนื่องจากร่วมกระทำผิดทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 โดยนายเทพไทมอบหมายให้ทีมทนายมาฟังแทน ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 เสียง วินิจฉัยให้นายเทพไทสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2563 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

ให้จัดเลือกตั้งซ่อมภายใน 45 วัน

คำวินิจฉัยยังระบุอีกว่า เมื่อสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายเทพไทสิ้นสุดลง ทำให้มีตำแหน่ง ส.ส.ว่างลง รัฐธรรมนูญมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 102 บัญญัติให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่ง ส.ส.ว่างลง ซึ่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 76 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน คือวันที่ 27 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า คาดว่า กกต.จะกำหนดให้วันที่ 7 มี.ค. เป็นวันเลือกตั้ง และวันที่ 11-15 ก.พ. เป็นวันรับสมัครเลือกตั้ง

ปชป.น้อมรับคำวินิจฉัยศาล

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคน้อมรับ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายเทพไท แต่ยังมีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์เป็นคดีอาญา คาดว่าจะมีการตัดสินในชั้นศาลอุทธรณ์วันที่ 25 มี.ค. สำหรับการเตรียมการเลือกตั้งซ่อม เรามีบุคคลที่มีศักยภาพพร้อมลง และต้องคว้าชัยชนะได้แน่ เมื่อถามว่าโดยมารยาททางการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลควรหลีกทางให้ประชาธิปัตย์หรือไม่ นายราเมศตอบว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามพรรคร่วม ที่ผ่านมาทุกพรรคเวลาเลือกตั้งซ่อมจะดูความเหมาะสมว่าพื้นที่ไหนควรส่ง วันที่ 28 ม.ค. คณะกรรมการบริหารพรรคจะหารือกันเรื่องนี้

พร้อมชน พปชร.ตรึงฐานเสียง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 28 ม.ค. นัดประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อหารือเรื่องส่งคนลงสมัคร แทน ถือว่าเป็นพื้นที่เดิมของพรรค ส่วนพรรคอื่นจะพิจารณาอย่างไร เป็นเรื่องของแต่ละพรรค เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา คะแนนพรรคประชาธิปัตย์สูสีกับพรรคพลังประชารัฐ กังวลหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ไม่มีปัญหาอะไร ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

พปชร.ไวจัดดัน “อาญาสิทธิ์” ลงชิง

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เบื้องต้น ส.ส.ภาคใต้ ของพรรค พปชร.ส่วนใหญ่ เห็นตรงกันว่าพร้อมสนับสนุนนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราชคนเดิม ที่เป็นคู่แข่งกับนายเทพไท ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. แต่ต้องรอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาก่อน

“เทพไท” ลุยสู้คดีอาญายังไม่จบ

ต่อมานายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า น้อมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนคดีอาญายังดำเนินการต่อไป อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ทั้งนี้ ถือเป็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั่วไปต้องให้คดีถึงที่สุดก่อน แต่คดีของตนยังไม่ถึงที่สุด จำเป็นที่คณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาจุดบกพร่องต่อกรณีนี้ด้วย ตลอด 2 ปีในสภาฯ ทำหน้าที่ส.ส.อย่างเต็มภาคภูมิและดีที่สุด มีผลงานจับต้องได้ อาทิ การผลักดันให้ปลดล็อกพืชกระท่อมจนสำเร็จ หลังจากนี้จะเป็นนักการเมืองนอกสภา ร่วมแสดงความเห็นในประเด็นต่างๆเหมือนเดิม ส่วนการ คัดผู้สมัครเลือกตั้งแทน เป็นหน้าที่ กก.บห.พรรค ตนก็มีสิทธิ์เสนอชื่อเช่นกันในฐานะอดีตเจ้าของพื้นที่เดิม

“ชวน” ยังไม่สรุปแก้ญัตติซักฟอก

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ฝ่ายค้านแก้ไขเนื้อหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันว่า ต้องรอรายงานจากฝ่ายผู้ตรวจสอบญัตติก่อน ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องให้ภายใน 1-2 วันนี้ ตามข้อบังคับระบุอยู่แล้วว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจสามารถอภิปรายอะไรได้บ้าง เมื่อถามว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เตรียมประสานให้แก้ไขญัตติ นายชวนตอบว่า เรื่องยังมาไม่ถึง ถ้าเรื่องมาถึงจะพิจารณาและประสานต่อไป เมื่อถามว่า วิปรัฐบาลระบุหากปล่อยญัตตินี้ออกไปอาจประท้วงตั้งแต่เริ่มต้นอภิปราย นายชวนตอบว่า ต้องรอเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบญัตติส่งรายละเอียดมาก่อน หากแก้ไขญัตติก็สามารถบรรจุเข้าสู่การพิจารณาสมัยนี้ได้ เพราะยื่นมาเรียบร้อยตามขั้นตอนแล้ว

ฝ่ายค้านยันเนื้อหาญัตติถูกต้อง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลเรียกร้องให้ฝ่ายค้านแก้ไขเนื้อหาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่บางส่วนพาดพิงถึงสถาบันว่า ฝ่ายค้านมั่นใจว่าญัตติที่ยื่นไปถูกต้องตามข้อบังคับการประชุม ถ้าฝ่ายรัฐบาลดูญัตติให้ดี จะเป็นประเด็นกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ใช่การพาดพิงสถาบัน ข้อบังคับการประชุมญัตติห้ามพูดถึงสถาบันโดยไม่จำเป็น ฝ่ายค้านทราบดีและได้หารือกัน ขอให้ระวังการพูด ส่วนจะแก้ไขญัตติหรือไม่ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯจะพิจารณา เรื่องนี้ฝ่ายค้านไม่หนักใจ อย่าไปวิตกกังวลมากไป ทุกฝ่ายระวังอยู่แล้ว ฝ่ายค้านยืนยันจะอภิปรายภายใต้ข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด เรื่องนี้มีทางออก ถ้าฝ่ายรัฐบาลจะประท้วงขอให้ฟังเนื้อหาก่อน และขอให้ประธานช่วยควบคุมการประชุมด้วย

กก.ย้ำจะพูดแบบมีวุฒิภาวะ

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงว่า พรรคก้าวไกลมีความเห็นยืนยันว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่ได้อภิปรายหรือจงใจก้าวล่วงพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหน้าที่ฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม รวมถึงทำลายสถาบัน ไม่มีเนื้อหาใดที่ขัดต่อข้อบังคับ หากประธานสภาฯยังคงให้ฝ่ายค้านแก้ไข ต้องมาชี้แจงให้ชัดเจนว่ามีข้อความส่วนใดในญัตติดังกล่าวขัดต่อข้อบังคับการประชุม ประธานสภาฯต้องวางตัวเป็นกลาง พรรคจะอภิปรายรัฐบาลอย่างมีวุฒิภาวะ รัฐบาลเองก็ควรหยุดนำเรื่องสถาบันมาโจมตี เพื่อปิดบังความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดิน อย่าใช้เรื่องนี้มาตีรวนในสภา ขอให้รัฐบาลฟังเนื้อหาให้จบว่าเราอภิปรายรัฐบาล ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ไม่กังวลหากเกิดกรณีพรรคร่วมรัฐบาลประท้วงจนไม่สามารถประชุมต่อไปได้ เนื่องจากการประท้วงของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องปกติ เราจะกล่าวถึงสถาบันเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

“เสรีฯ” ฉะ รบ.อย่าตีรวนแก้ญัตติ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า เรื่องการเขียนญัตติต้องไปถามผู้นำฝ่ายค้าน เพราะรวบรวมข้อมูลจากทุกพรรคมาเขียนเป็นญัตติ ในส่วนของพรรคเสรีรวมไทยไม่มีเรื่องสถาบันมาเกี่ยวข้อง ที่พรรคพลังประชารัฐออกมาขวางนี้ ถือเป็นการตีรวน ไม่มีสิทธิแก้ญัตติฝ่ายค้านที่ยื่นไปแล้ว ขอถามฝ่ายรัฐบาลรู้รายละเอียดหรือไม่ ตนยังไม่รู้เลย และตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ห้ามพูดถึงสถาบันโดยไม่จำเป็น หมายความว่าพูดได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง ไม่มีใครให้ร้ายโจมตีสถาบัน ทุกคนเคารพเทิดทูน ญัตติที่ยื่นไปไม่จำเป็นต้องแก้ไข ให้รอดูตอนอภิปราย ถ้าอภิปรายไม่เหมาะสมก็คัดค้านประท้วงได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องพูดก็พูดได้ เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่แล้ว ตนพูดเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน เป็นเรื่องที่พูดได้ ความจริงผู้ที่ทำให้สถาบันเสียหายคือรัฐบาล ที่แอบอ้างสถาบัน แต่ฝ่ายค้านไม่เคยทำ

“วิษณุ” บอกพูดได้แต่ต้องระวัง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เนื้อหาจริงๆต้องไปว่ากันตอนอภิปรายที่กล่าวอ้างถึง สถาบันยังไม่รู้ว่าคืออะไร อาจเกี่ยวกับมาตรา 112 เป็นเรื่องที่นายกฯต้องเตรียมตัว ในอดีตก็เคยมีการตั้งญัตติเกี่ยวกับสถาบันบ้างแบบเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา แต่ตรงๆเช่นนี้ไม่มี เมื่อถึงเวลาในสภาใครอภิปรายหรือผู้ที่ตอบต้องระมัดระวัง ไม่ได้แปลว่าพูดไม่ได้ แต่ต้องระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นจะเจอข้อบังคับการประชุมสภาจนมีการประท้วงและคัดค้าน การอภิปรายเรื่องสถาบันเส้นแบ่งมันมีอยู่แล้ว คนที่อยู่ในสภาชำนาญการอยู่แล้ว คงต้องระวัง โดยประธานสภาฯ ต้องควบคุม พูดได้แต่พูดให้เป็นเรื่องของรัฐมนตรี อย่าไปพูดให้เป็นเรื่องของสถาบัน

“พิชัย” วอน “ตู่” เปิดใจฟังคนอื่น

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะเมาหมัดทำอะไรผิดพลาดไปหมด และกำลัง จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงอยากบอกว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ประชาชนใน 19 เรื่อง อาทิ เร่งให้มีการบริการฉีด วัคซีนป้องกันโควิดโดยเร็ว และต้องมีปริมาณครอบคลุม ประชาชนทั้งประเทศ เร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง เดือนละ 5,000-6,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เร่งช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้ เร่งปรับวงเงินจากโครงการจ้าง งานใหม่ 250,000 ตำแหน่งที่รัฐบาลเคยพูดไว้แต่ไปไม่ถึงไหน ให้มาเป็นเงินสนับสนุน SMEs ให้รักษาการจ้างงานอย่างน้อยร้อยละ 50 ของเงินเดือน เร่งเจรจาเขตการค้าเสรีกับประเทศหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา อียู ญี่ปุ่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ฯลฯ เร่งปลดล็อกให้กลับมาสู่ปกติ รวมถึงให้เปิดโรงเรียนให้เด็กได้เรียนหนังสือ ให้บริการน้ำประปาฟรี ไฟฟ้าฟรี (ในปริมาณที่จำกัด) รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชน ที่กล่าวมาเป็นเรื่องง่ายๆที่ทำได้ทันที และจะเป็นพื้นฐานของการฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาได้ อยากให้นายกฯ เปิดใจรับฟังคนอื่นบ้าง

ฝากประจาน ส.ส.ไม่ใส่แมสก์

ช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะเข้าสู่วาระการประชุม เปิดให้ ส.ส.หารือถึง ปัญหาที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ ประธานการประชุม แจ้งต่อที่ประชุมว่ามีเรื่องร้องเรียน จากประชาชนว่า การประชุมสภาฯ มีการถ่ายทอดสด ออกไปสู่สาธารณะ แต่ปรากฏว่า ส.ส.จำนวนมากเกินครึ่ง ไม่สวมหน้ากากอนามัย ประชาชนฝากถามว่า ท่านผู้ทรงเกียรติควรเป็นแบบอย่างของประชาชนใช่หรือไม่ ตนก็ตอบไม่ได้ได้ แต่บอกไปว่า ส.ส.อาจเผลอนิดหน่อย แต่จากนี้ไปจะสวมแมสก์ทุกคน หลังนายศุภชัยกล่าวจบ ส.ส.ที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย พากันหยิบหน้ากากอนามัยมาสวม

“วัชระ” ตื๊อ “ชวน” สอบเลขาสภาฯ

อีกเรื่อง นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่สารบรรณถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอให้ พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการอนุมัติให้ขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 4 จำนวน 382 วัน เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 562 ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเสนอนั้น เป็นไปโดยชอบหรือไม่ เพราะอาจขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2560 ที่กำหนดให้การก่อสร้างอาคาร ตลอดจน ระบบอื่นๆแล้วเสร็จภายในปี 2562 และบริษัทผู้รับเหมา มีการจ้างบริษัทผู้รับเหมาช่วง ถือว่าผิดกฎหมาย ประธานสภาฯ ต้องสอบสวนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน ไม่ถูกบริษัทเอกชนนำไปกล่าวอ้างฟ้องร้อง เรียกค่าโง่ได้อีก รวมทั้งขอให้สั่งการให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเอกชนในกรณีผิดสัญญา และเรียกค่าปรับเต็มจำนวน

สับเละ ครม.เกาไม่ถูกที่คัน

ขณะที่นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณี ครม.มีมติลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ และห้องชุดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเหลือร้อยละ 0.01 ว่า แก้ปัญหาไม่ตรงจุด หากต้องการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ควรลดหย่อนค่าจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ และห้องชุดแบบไม่กำหนดเพดานราคา เพราะในความเป็นจริงคนที่มีกำลังซื้อ คือผู้ที่มีฐานะ แต่รัฐไม่สร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้คนกลุ่มนี้ใช้เงิน ขณะนี้มีห้องชุดราคาประมาณ 4-5 ล้านอยู่มากกว่า 4 แสนยูนิตที่ขายไม่ออก ไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการของรัฐเลย เพราะรัฐกำหนดเพดานราคาที่ต่ำเกินไป

“กรณ์” ซ้ำเลื่อนจ่ายภาษีก็ไม่ช่วย

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มาตรการภาษีที่ ครม.เห็นชอบยังไม่โดน ต้องเร่งชดเชยรายได้ SME คืนภาษีมนุษย์เงินเดือน หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังไม่โดน เลื่อนเวลายื่นแบบภาษีแทบไม่ช่วยอะไรเลย ลดค่าโอนอสังหาริมทรัพย์บ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ช่วยได้สักกี่คน พรรคกล้ามีข้อเสนอ ดังนี้ 1.ยกภาษีปี 2563 คืนให้คนที่มีรายได้ตํ่ากว่าเดือนละ 40,000 บาท หรือผู้เสียภาษีในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายมนุษย์เงินเดือน 2.ชดเชยผู้ประกอบการรายเล็ก SMEs ที่มีรายได้ปี 63 ลดลง คือ เพิ่มเงินสดในมือ ปรับ soft loan ให้ปลอดเงื่อนไขเข้าถึงได้จริงโดยเร็ว ต่อลมหายใจให้ธุรกิจ

ฉะกองสลากทึ้งโบนัสบนทุกข์ ปชช.

นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะจ่ายโบนัสพนักงานในสังกัดสูงสุด 8 เดือนว่า ข่าวนี้ทำร้ายความรู้สึกประชาชนมาก ทุกคนทราบดีว่าเศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าหลังคาเรือน ข้าวสารจะกรอกหม้อยังไม่มี แถมมาตรการเยียวยาไม่ตรงความต้องการของประชาชน แต่กองสลากหน่วยงานรัฐยังจะมาจ่ายโบนัสตั้ง 8 เดือน แถมยอมรับว่าแก้ปัญหาขายสลากแพงไม่ได้ นี่หรือไม่ที่ทำให้กองสลากร่ำรวยไม่สนใจไปจัดการกับยี่ปั๊วซาปั๊วหากินขูดเลือดขูดเนื้อคนจนที่ซื้อลอตเตอรี่ ควรแก้ปัญหาสลากแพงให้ได้ก่อนถึงจะบอกว่าเป็นผลงานที่ควรรับโบนัสไม่ใช่มารับเงินพิเศษบนกองทุกข์ประชาชน

น.1 เผยรู้ตัวมือบึมจามจุรีสแควร์

ที่ สน.ลาดพร้าว พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวคนร้ายที่ขว้างระเบิดลงพื้นด้านหน้าจามจุรีสแควร์ป่วนเจ้าหน้าที่ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มการ์ดปลดแอกเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า ตอนนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบว่ามีผู้ก่อเหตุ 2 คน แต่เชื่อว่ามีมากกว่านี้ ยังต้อง รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เทพไท เสนพงศ์ส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ศาลรัฐธรรมนูญคดีทุจริตนายกอบจ.ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 2 มีนาคม 2564 เวลา 12:22 น.