ใครๆก็เคยอ่านสามก๊ก หลายคนหลงใหลในตอนหนึ่งตอนใดในสามก๊ก แต่ยากที่จะคุยว่า รู้จักสามก๊ก หากยังไม่ได้อ่าน จดหมายเหตุซานกั๋วจื้อ ภาคเว่ยซู บทประวัติเว่ยอู่ตี้ (บู๊เต้-โจโฉ) ที่เฉินโซ่ว (ค.ศ.233-297) เขียน (ทองแถม นาถจำนง แปล สำนักพิมพ์กองทุนสุนทรภู่ศึกษาพิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ย.2563)
สามก๊กเป็นเหตุการณ์ช่วงประวัติศาสตร์เพียงสั้นๆ ช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ราชวงศ์ฮั่นนั้นหลังจากเล่าปังล้มฉินสยบฉ้อ แล้วปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้าฮั่นโกโจฮ่องเต้ สืบราชสมบัติราชวงศ์ฮั่นมาได้เกือบสี่ร้อยปี
เมื่อซินเกาจู่สวรรคตลงในปี พ.ศ.567 จึงเกิดกบฏต่างๆมากมาย นำโดยเล่าซิ่ว โค่นล้มราชวงศ์ชิน เริ่มฟื้นฟูราชวงศ์ใหม่ โดยตั้งเมืองหลวงที่เมืองลั่วหยาง สถาปนาตัวเอง เป็นพระเจ้าฮั่นกองบู๊
ยุคท้ายการปกครองราชวงศ์นี้เริ่มเอนเอียงเสื่อมทราม ในรัชกาลประเจ้าเลนเต้ (พ.ศ.705-732)
ประดาขุนนางนานาต่างถือว่า “ราษฎรดั่งอริราชศัตรู ขูดรีดภาษีอากรโหดร้ายยิ่งกว่าเสือ” เกิดกบฏโจรโพกผ้าเหลือง ต่อต้านรัฐบาลกลาง เหล่าขุนศึกต่างตั้งตนเป็นอิสระสู้รบแย่งดินแดนกัน
รัฐบาลกลางมีอำนาจแต่เพียงในนาม
สถานการณ์ค่อยๆสั่งสมจนกระทั่งสุดท้าย เหลือเพียงสามฝ่าย “โจ-ซุน-เล่า” ก่อกำเนิดเป็นสามก๊ก
อายุราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ก็ถึงกาลสิ้นสุด พ.ศ.763โจผีบุตรชายโจโฉ ปลดพระเจ้าเหี้ยนเต้ สถาปนาราชวงศ์วุ่ย ขึ้นมาแทนที่
ฝ่ายเล่าปี่ ตั้งตนฮั่นตงอ๋อง มีฐานอำนาจอยู่มณฑลเสฉวน สถาปนาตัวเองสืบต่ออายุราชวงศ์ฮั่น ต่ออีก 42 ปี จนถึงพระเจ้าเล่าเสี้ยนแห่งจ๊กก๊ก (พ.ศ.766-806) เป็นอันสิ้นสุดของราชวงศ์ฮั่น
แต่ลูกหลานโจโฉที่เป็นฮ่องเต้ ก็มีชะตากรรมไม่ต่างจากบรรพบุรุษ ที่ทำไว้กับพระเจ้าเหี้ยนเต้
...
เมื่อพระเจ้าโจฮวน (พ.ศ.803-808) ถูกสุมาเอี๋ยน ลูกสุมาเจียว บุตรชายคนรองของสุมาอี้
แย่งชิงราชสมบัติ สถาปนาจิ้นก๊กแทนราชวงศ์วุ่ย ตั้งตนเป็นฮ่องเต้
แผ่นดินจีนจึงเหลือเพียง จิ้นก๊ก และง่อก๊ก ซึ่งมีฮ่องเต้ปกครองต่อเนื่องสี่รัชกาล
กระทั่งถึง พ.ศ.823 รัชสมัยพระเจ้าซุนโฮ ง่อก๊กก็ล่มสลาย เหลืออาณาจักรเดียวคือไต้จิ้น พระเจ้าสุมาเอี๋ยนรวบรวมแผ่นดินเป็นเอกภาพ
พระเจ้าสุมาเอี๋ยนรับสั่งให้อาลักษณ์ เฉินโซ่ว หรือ ตันซิ่ว เดิมเป็นขุนนางจจ๊กก๊ก-เล่าปี่ จัดเขียนรวบรวม จดหมายเหตุ ซานกว๋อจื๊อ ขึ้นเป็นครั้งแรก
ส่วนซานกว๋อหยานอี้ ที่พวกเราคุ้นเคย ประพันธ์ขึ้นโดยหลอก้วนจง สมัยราชวงศ์หมิง หลังยุคสามก๊กกว่า 1,200 ปี
จดหมายเหตุสามก๊กของเฉินโซ่ว ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในชั้น
หลังว่า ลำเอียงไปทางวุ่ยก๊กมากกว่าก๊กอื่น และพูดถึงจ๊กก๊กมากกว่าก๊กอื่น
อาจารย์ ทองแถม นาถจำนง เขียนคำเกริ่นนำ ข้อเขียนเรื่องนี้ ว่า
เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้น เป็นสุขมาช้านานแล้วก็เป็นสุข ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข
บ้านเมืองไหนๆก็ไม่เว้น บ้านเมืองของเราก็เช่นเดียวกัน
นี่ก็ถึงรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอีกแล้ว ฟังจากข่าวมีรัฐมนตรีเจอข้อหาไม่ไว้วางใจ 11 คน นี่คือกติกาการเมืองสมัยใหม่ ด่ากันประจานกัน พอหอมปากหอมคอ ตามประสา ไม่รุนแรงถึงกับฆ่าแกงกัน
สงครามการเมืองไม่หนักหนา สงครามโควิด-19 น่ากลัวกว่า
ส่วน เรื่องที่กลัวกันว่า จะล้มจะคว่ำกันนั้น เป็นแค่เรื่องในจินตนาการ ความจริงหากมีก็คงยังอีกไกล.
กิเลน ประลองเชิง