ไลฟ์สไตล์
100 year

ข้องใจไม่เชือด “พลังงาน” ส.ส.เพื่อไทย ตั้งข้อสงสัย ทำไมหลุดโผซักฟอก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
25 ม.ค. 2564 05:25 น.
SHARE

“เสี่ยหนู” เมินฝ่ายค้านตีปี๊บซักฟอก บอกดีจะได้ชี้แจงให้จะจะ ซัดข้อมูล “ธนาธร” มีแต่บิดเบือน ส.ว.เชลียร์ ถ้าพูดแต่เรื่องเดิมๆคนโห่ฮาแน่ ส.ส.พท.ติง 11 คนมากไป ขอเน้นๆ พุ่งเป้าตีไปที่ตัวหลัก ข้องใจ รมว.พลังงานไม่ถูกซักฟอก กก.ฉะไอโอสามานย์ ยุแยงให้ฝ่ายค้านแตกคอ “น้องต๊ะ” ลูกสาว “เฮียชู” เปิดตัวร่วมงาน “เจ๊หน่อย” “ลูกบ้านโป่งไม่อินเผด็จการ” เดินเท้าไล่ “ลุง”

หลังพรรคฝ่ายค้านพยายามโหมโรงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลว่า เป็นข้อมูลเด็ดมีหลักฐานที่จะชี้ให้เห็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล ขณะที่ทางฝ่ายรัฐบาลดาหน้าออกมาดักคอว่าเกรงจะเป็นการฉายหนังม้วนเก่า ไม่มีประเด็นใหม่ๆให้น่าตื่นเต้น

ข่าวแนะนำ

“เสี่ยหนู” ไม่สนฝ่ายค้านซักฟอก

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีชื่อเป็นหนึ่งในรัฐมนตรี ที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่กังวลใจ เป็นเรื่องปกติในสถานการณ์โควิด-19 ต้องมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอยู่ในโผรายชื่อถูกอภิปราย เป็นเรื่องดีจะได้มีโอกาสชี้แจง บางประเด็นอาจช่วยเสริมคำชี้แจงให้รัฐบาลด้วย เมื่อถามถึงแนวทางการโหวตของพรรคหากฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอนุทินตอบว่า โครงการนี้ยังไม่ถูกผลักดันเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆเกิดขึ้น มองว่าไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาอภิปรายได้

ซัดข้อมูล “ธนาธร” มีแต่บิดเบือน

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนกระแสวิพากษ์ วิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยืนยันการดำเนินการไม่ได้ล่าช้ากว่าประเทศอื่น แต่ต้องยึดหลักความปลอดภัย และคุณภาพของวัคซีน การจัดซื้อมีขั้นตอน ไม่ใช่สั่งซื้อแล้วจะได้ของทันที และยังติดเงื่อนไข พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่การจ่ายเงินซื้อต้องมีสินค้าอยู่จริง แตกต่างกับบางประเทศที่ยอมเสี่ยงจ่ายเงินไปก่อน โดยยังไม่ทราบว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะหากเกิดความเสียหายเงินที่จ่ายไปจะสูญเปล่า การที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เรียกร้องให้เปิดสัญญาการจัดซื้อวัคซีน ของบริษัท แอสตราเซเนกา จำกัด กับสยามไบโอไซเอนซ์นั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากคู่สัญญาเป็นเอกชนทั้งคู่ อยู่เหนือการควบคุมของรัฐ ยืนยันไม่ใช่วัคซีนผูกขาด มีการเจรจาซื้อหลายบริษัท เรื่องวัคซีนคนที่รู้ดีที่สุดคือหมอและคณะกรรมการวิชาการที่ตั้งขึ้นมาศึกษาการใช้วัคซีนโดยเฉพาะ รัฐมนตรีมีหน้าที่เห็นชอบตามที่คณะกรรมการวิชาการเสนอเรื่องมา ข้อมูลที่นายธนาธรนำมาเปิดเผยปราศจากข้อเท็จจริง

ขอฝ่ายค้านเลิกฉายหนังเก่า

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่ทราบการอภิปรายครั้งนี้ไม่มีข้อมูลใหม่อะไร ที่ฝ่ายค้านโหมโรงจุดพลุว่าดุเดือดเลือดพล่าน แต่คงเหมือนฉายหนังเก่า ประชาชนเดาได้ว่าตอนจบไม่มีอะไรใหม่ ระวังพระเอกตายตอนจบ เกรงว่าประชาชนจะเบื่อหน่าย ยิ่งถ้าเอาความล้มเหลวของการบริหารเรื่องโควิด-19 มาอภิปราย คงไม่ใช่ เพราะรัฐบาลบริหารจัดการได้ดีจนทั่วโลกชื่นชม สถานการณ์ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ และประชาชนชื่นชมที่ไม่ได้ล็อกดาวน์ อย่างน้อยสามารถผ่อนคลายความเดือดร้อนไปได้บ้าง เศรษฐกิจไม่ได้แย่มาก มั่นใจว่านายกฯชี้แจงได้ทุกเรื่องเพราะรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่กลัวการตรวจสอบ

ส.ว.เย้ยคนเซ็งพูดแต่เรื่องเดิมๆ

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า ดูแล้วชาวบ้านไม่ตื่นเต้นกับการโหมโรงของฝ่ายค้าน รอบที่ผ่านมาก็งั้นๆ โฆษณาตูมตามใหญ่โต ถึงคราวอภิปรายจริงทั้งเนื้อหาและคนอภิปรายแทบจะไม่มีอะไร จืดชืด ข้อมูลรู้ๆกันอยู่แล้ว ยิ่งในสถานการณ์โควิดคนแทบไม่สนใจ รอให้โควิดมันสงบก่อนค่อยมาว่ากันบางครั้งการไม่อภิปรายอาจได้คะแนนมากกว่าการอภิปรายอีก ถ้าไม่มีทีเด็ดอะไรอาจถูกคนดูโห่ฮาเสียผู้เสียคนเปล่าๆ การเป็นฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องค้านไปทุกเรื่อง ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ควรต้องรู้จักกาลเทศะ อารมณ์ และความรู้สึกของชาวบ้าน

ส.ส.พท.เน้นๆพุ่งเป้าที่ตัวหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ตามที่ พรรคร่วมฝ่ายค้านนัดยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้ วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวันที่ 25 ม.ค. เริ่มเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูในพรรค มี ส.ส.ส่วนหนึ่งมองว่าการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีมากถึง 11 คน ถือว่ามากเกินไป ครั้งที่แล้วยื่นอภิปราย 7 รัฐมนตรี ยังจัดสรรเวลาไม่ลงตัว แทนที่จะลดจำนวนรัฐมนตรีลง แล้วไปกระชับประเด็นพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีที่มีปัญหาบริหารประเทศล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ และรัฐมนตรี ที่มีกระแสข่าวความไม่ชอบมาพากลเป็นหลักดีกว่า แต่แกนนำพรรคเพื่อไทยกลับเกรงใจพรรคร่วมฝ่ายค้าน มากเกินไป จึงไม่กล้าตัดรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกเสนอเข้ามา โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่พรรคก้าวไกลขอแก้มือ เพราะคราวที่แล้วไม่ได้อภิปราย แม้ พล.อ.ประวิตรเป็นรองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน แต่เป็นเพียงในภาพรวม หากต้องการพุ่งเป้า ควรพุ่งไปยังรัฐมนตรีแรงงานโดยตรงไปเลย

สงสัย รมว.พลังงานไม่ถูกซักฟอก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ยังมีข้อสงสัยจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ เหตุใดรอบนี้ รมว.พลังงานไม่ถูกอภิปราย ทั้งที่มีผลประโยชน์มหาศาล เกี่ยวพันไปถึงเมกะโปรเจกต์ใหญ่ของรัฐบาล แต่กลับหลุดโผ ซักฟอกไป และการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจำกัดวงการรับรู้ข้อมูลในวงแคบเท่านั้น ไม่มีการนำข้อมูลมา กางเหมือนคราวที่แล้ว เพราะมีบทเรียนมาแล้ว ข้อมูลสำคัญหลุดรอดไป ทำให้รัฐมนตรีเตรียมข้อมูลชี้แจงกลับได้ โดยเฉพาะ ส.ส.นักอภิปรายและแกนนำ บางคน พยายามโหมประเด็นอภิปราย อาจทำให้ฝ่าย ตรงข้ามจับทางได้หมด จึงสร้างความงุนงงให้กับสมาชิกพรรคเพื่อไทย

จวก “อัศวิน” ใช้คนกรุงตัวประกัน

ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ประเด็นที่ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ออกประกาศจะขึ้นค่า โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท ระยะทางตลอดสาย เป็นประเด็นหนึ่งที่พรรคฝ่ายค้านจะใช้ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยเป็น คนยื่นญัตติต่อสภาฯ และมติสภาฯ ไม่เห็นชอบให้มี การขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี และรอให้หมดสัมปทานก่อนแล้ว จึงเปิดให้มีการ แข่งขัน พร้อมส่งเรื่องดังกล่าวไปยังรัฐบาล พรรคเพื่อไทย จะตามเรื่องนี้ต่อ ข้ออ้างว่าที่ต้องดำเนินการเนื่องจาก กทม.เป็นหนี้บีทีเอสอยู่ เหมือนเอาประชาชนเป็น ตัวประกัน ไม่ทราบว่า นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ทำไมยังอยู่เฉย ไม่เรียก พล.ต.อ.อัศวินไปพูดคุยหาทาง ยับยั้ง โครงการรถไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะ ไม่ใช่ลงทุน เพื่อคิดเอากำไรกับประชาชน ดังนั้นวันที่26 ม.ค. จะไปยื่นหนังสือต่อนายกฯ รมว.มหาดไทยและ ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อยับยั้งไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร ยืนยันข้อมูลการอภิปรายครั้งนี้มีทีเด็ดและหลักฐานค่อนข้างชัดเจน โดยมีรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย รวม 11 คน

พท.แนะเร่งอัดเงินช่วย SMEs

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย พยายามเร่งรัดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เร่งช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ที่กำลังลำบากมาตลอด เนื่องจากมาตรการ ช่วยเหลือ SMEs ยังไม่เพียงพอ วงเงิน 5 แสนล้านบาท ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปล่อยกู้ผ่าน ธนาคารพาณิชย์ สามารถปล่อยกู้ได้เพียงแสนกว่าล้านบาทเท่านั้น ยังมีธุรกิจ SMEs เดือดร้อนอีกจำนวนมากแม้จะมีเรื่องดีที่รัฐบาลเพิ่งคิดแก้กฎระเบียบ เพื่อผ่อนคลายการปล่อยกู้ให้ง่าย และสะดวกขึ้น ทำให้ ช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ได้ง่ายขึ้น แม้จะสายไปบ้างแต่ยังดีกว่าไม่ทำและอยากให้นายกฯ ปรึกษากับ ธปท. พิจารณาปรับวงเงินที่ ธปท.ตั้งไว้เพื่อซื้อพันธบัตรของ เอกชน ให้มาปล่อยกู้ช่วยเหลือธุรกิจ SMEs จากเดิม 4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 9 แสนล้านบาท เพื่อมา ช่วยธุรกิจ SMEs จะเกิดประโยชน์มากกว่า

กก.ฉะไอโอสามานย์ดีแต่ยุแยง

ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วนเป็นห่วงว่าการยื่นซักฟอกรัฐมนตรี 11 คนมากเกินไปนั้น เรื่องนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่สรุป อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาทำนองว่าฝ่ายค้านขัดแย้งกัน พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ไม่ไว้ใจกันนั้น ไม่เป็นความจริง อาจมีเห็นไม่ตรงกันบ้างแต่ยืนยันไม่ได้ขัดแย้ง เรายังเหนียวแน่น เพื่อไทยและก้าวไกล เรารักกันดี แต่สังเกตดูได้ช่วงนี้กระบวนการไอโอ–สามานย์เรียงแถวกันออกมารายวัน ประโคมข่าวดิสเครดิตฝ่ายค้านแตกคอ เนื้อหาอภิปรายจะฉายหนังซ้ำบ้าง เป้าหมายต้องการปั่นหัวประชาชนไม่ให้ติดตามการอภิปราย ขอเตือนว่าแทนที่จะออกมาทำไอโอเครือข่ายรัฐบาลควรไปตระเตรียมหาข้อมูลมาตอบคำถามดีกว่า รอบนี้ขอแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รีบไปฉีดวัคซีนโควิด-19 รอไว้ก่อนอภิปรายเสร็จกลับบ้านไปท่านจะหนาวจนติดโควิดก็ได้ 

ลูกสาว “ชูวิทย์” ร่วมงาน “เจ๊หน่อย”

วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานก่อตั้งสถาบันสร้างไทย พร้อมนายบำรุงรัตนะ อดีต ส.ก. พาทีมคนรุ่นใหม่อาสาสมัคร “กลุ่มสร้างไทย” ได้แก่ นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยคอร์เนล และ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ นักวางแผนนโยบายจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด นายรณกาจ ชินสำราญ นักธุรกิจ เจ้าของภัตตาคารมากรูโระ น.ส.ตระการตา กมลวิศิษฎ์ หรือ “ต๊ะ” นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บุตรสาวนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ น.ส.เกณิกา ตาปสนันทน์ เจ้าของธุรกิจ Bambinista Salon น.ส.ณิชกมล บัวงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ลงพื้นที่ชุมชนจันทราสุข ลาดพร้าว 87 คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ปัญหาที่ประชาชนในชุมชนจันทราสุขร้องเรียนคือ ปัญหาปากท้อง การเยียวยาไม่ทั่วถึง คนที่ยากลำบากกลับไม่ได้รับ หลายรายถึงกับบ่นว่ากำลังจะอดตาย บางคนไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือมีรุ่นที่ไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชัน ไม่สามารถลงทะเบียนรับการช่วยเหลือได้ อยากเอาใจช่วยรัฐบาลให้บริหารเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท มาพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ได้ และให้ถึงคนที่เดือดร้อนจริงๆ ใช้วิธีง่ายๆด้วยการแจกครัวเรือน ต้องเร่งเยียวยาให้ทันท่วงที อยากให้รัฐมีโครงการที่จะใช้เงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้จริง เพราะหากใช้ไม่ถูกจุด จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโดยรวมแย่ลง

ปชป.ระดมพลสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม.

อีกเรื่อง นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 25 ม.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นัดประชุมร่วม ส.ส. อดีต ส.ส. อดีตผู้สมัคร ส.ส. หารือระดมความคิดเห็นเรื่องนโยบาย กทม. เพื่อใช้ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. มีผู้ให้ความสนใจจะลงสมัคร ส.ก.ในนามพรรคจำนวนมาก หลายคนมีศักยภาพ ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว มีคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจเข้ามาอาสารับใช้ประชาชนหลายคน

“นพดล” แนะ รบ.รีบกำหนดวัน

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลยังไม่กำหนดกรอบเวลาการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ให้ชัดเจน เพื่อให้พรรคการเมืองหรือบุคคลที่สนใจ เสนอตัวให้คน กทม.พิจารณาประวัติ ผลงาน แนวนโยบาย แต่เนิ่นๆ ไม่ใช่อาศัยชื่อเสียง หรือความปรารถนาส่วนตัว และป้ายโฆษณาหาเสียงอย่างเดียว ดังนั้น รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง ควรรีบกำหนดกรอบเวลาการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ให้ชัดเจน ยิ่งเร็วทุกฝ่ายยิ่งได้ประโยชน์ ขณะนี้การพูดคุยส่วนใหญ่เป็นเรื่องตัวบุคคล พรรคใดจะส่งไม่ส่ง แต่วาระการดีเบตควรเป็นเรื่องแนวนโยบาย กทม. ของผู้สมัคร หรือของพรรคที่จะส่งผู้สมัครว่ามีนโยบายในแต่ละด้านอย่างไร เป็นไปได้ไหม กทม.มีงบประมาณทำได้หรือไม่ มิใช่เพียงขายฝัน

“ลูกบ้านโป่งฯ” เดินเท้าไล่ “ลุง”

ที่ จ.ราชบุรี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Anuchit Ruengpradit” โพสต์ข้อความระบุว่า ประกาศแคมเปญ “ลูกบ้านโป่งไม่อินเผด็จการ” ร่วมเดินจากหอนาฬิกาบ้านโป่งไปทำเนียบรัฐบาล เริ่มเช้าวันที่ 24 ม.ค. ต่อมาเวลา 06.00 น. วันที่ 24 ม.ค. มีกลุ่มคณะ ราษฎรลูกบ้านโป่งไม่อินเผด็จการ จำนวน 6 คน รวมตัวที่บริเวณหอนาฬิกา เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ทุกคนสวมเสื้อสีขาวมีสัญลักษณ์รูปชูสามนิ้วอยู่ตรงกลางเสื้อ ยืนถือป้ายหน้าหอนาฬิกา ก่อนออกเดินเท้าไปตามถนนทรงพลมุ่งหน้าเข้า จ.นครปฐม จุดหมายคือทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่นายกฯตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง ร่วมเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 09:18 น.