"คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" นำทีมคนรุ่นใหม่ ลุยชุมชนย่านลาดพร้าว วางแนวทางดูแลคนตัวเล็ก "ตระการตา กมลวิศิษฎ์" (ลูกสาวชูวิทย์) โผล่ร่วมทีม แนะเยียวยาทุกครอบครัว เพื่อประคองผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้ เหตุผู้ด้อยโอกาสเข้าไม่ถึงมาตรการรัฐ  

วันที่ 24 ม.ค.64 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พร้อม นายบำรุง รัตนะ อดีต ส.ก. พาทีมคนรุ่นใหม่ อาสาสมัคร ’กลุ่มสร้างไทย’ ลงพื้นที่ชุมชนจันทราสุข ลาดพร้าว 87 เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน #คนตัวเล็ก และร่วมคิด ร่วมแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากให้ประชาชน

โดย #กลุ่มสร้างไทย ย้ำถึงเป้าหมายที่จะสร้างความเท่าเทียม และให้โอกาสคนตัวเล็ก ในการสร้างรายได้ ตั้งแต่เกษตรกร ลูกจ้าง พ่อค้าแม่ขาย SMEs จนถึงโอกาสของคนรุ่นใหม่ อย่าง Startup

ทีม #อาสาสร้างไทย ที่มาในวันนี้ประกอบด้วย

1) นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยคอร์เนล และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
2) น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ นักวางแผนนโยบายจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
3) นายรณกาจ ชินสำราญ นักธุรกิจ เจ้าของภัตตาคารมากรูโระ
4) น.ส.ตระการตา กมลวิศิษฎ์ นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (ลูกสาว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์) 
5) น.ส.เกณิกา ตาปสนันทน์ เจ้าของธุรกิจ Bambinista Salon
6) น.ส.ณิชกมล บัวงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

...

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงการมาลงพื้นที่ในโครงการ "รวมพลังสู้ภัย COVID" และได้พาทีมอาสาของกลุ่มสร้างไทย มาฝึกทำงานรับใช้ประชาชน ซึ่งแต่ละคนมีความรู้ ความสามารถ และมีจิตใจที่อาสามาช่วยสังคม มาช่วยคนตัวเล็กที่กำลังยากลำบาก น้องๆ เหล่านี้จะร่วมกันใช้ความรู้จากโลกยุคใหม่ และเทคโนโลยี มาช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับคนตัวเล็กที่กำลังตกงาน กำลังขาดรายได้

ปัญหาที่ประชาชนในชุมชนจันทราสุขร้องเรียนก็คือ ปัญหาปากท้อง ที่ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ก่อน COVID จนมาถึงการระบาดรอบ 2 การเยียวยาไม่ทั่วถึง คนที่ยากลำบากกลับไม่ได้รับการเยียวยา หลายรายถึงกับบ่นว่ากำลังจะอดตาย บางครอบครัวตกงานทั้งบ้าน ทีมอาสาของกลุ่มสร้างไทยจะได้เข้ามาช่วยทำเรื่องการพัฒนาสินค้าชุมชน ทั้งด้านคุณภาพ การดีไซน์ ตลอดจนการขายออนไลน์

ในการเยี่ยมชุมชนครั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมทีมอาสา ได้ช่วยกันแจกข้าวสารที่ทางกลุ่มสร้างไทยได้ช่วยซื้อมาจากชาวนาที่ถูกกดราคาข้าวเปลือก เหลือเพียงกิโลกรัมละ 6-7 บาท เป็นการช่วยชาวนาให้ขายข้าวได้ราคาแพงขึ้น และนำข้าวนั้นมาช่วยผู้ที่เดือดร้อนจากพิษโควิดในกรุงเทพฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาโควิด-19 หลังการลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ว่า จากการลงพื้นที่จะได้เห็นสภาพชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจำนวนประชากรเป็น 1 ใน 3 ของประชากรกรุงเทพฯ ที่เป็นผู้ด้อยโอกาสเข้าไม่ถึงมาตรการของรัฐ ส่วนใหญ่ยากจน และเป็นผู้สูงอายุ บางคนไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือมีรุ่นที่ไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันได้ จึงไม่สามารถลงทะเบียนรับการช่วยเหลือได้ ดังนั้นจึงอยากเอาใจช่วยรัฐบาลให้บริหารเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทมาสร้างเศรษฐกิจให้พลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ได้  และให้ไปถึงคนที่เดือดร้อนจริงๆ

พร้อมเสนอให้เยียวยาผู้ยากไร้ทุกครอบครัว โดยใช้ข้อมูลจากสำนักงานเขตหรือชุมชนที่มีข้อมูลผู้มีมีรายได้ต่ำว่า 50,000 บาทต่อปีอยู่แล้ว แม้การเยียวยาทุกครอบครัวอาจไม่ได้ให้เงินจำนวนมาก แต่จะทำให้ชาวบ้านสามารถเลี้ยงตัวเองได้ อยากให้เยียวยาทุกครอบครัว อาจจะไม่ได้เงินเยอะ แต่เขาสามารถประคับประคองเลี้ยงตัวเองได้ ทั้งนี้ เงินกู้ 1 ล้านล้าน จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้ถึงทุกคนเดือดร้อน ใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการแจกครัวเรือน และต้องเร่งเยียวยาให้ทันท่วงที

"ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ทันที จึงอยากให้รัฐมีโครงการที่จะใช้เงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้จริง เพราะหากใช้ไม่ถูกจุดจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโดยรวมแย่ลง" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว.