ไลฟ์สไตล์
100 year

สุพัฒนพงษ์ หารือนักเศรษฐศาสตร์แก้เศรษฐกิจ จับตาท่าทีหลังสหรัฐฯ มีผู้นำใหม่

ไทยรัฐออนไลน์
23 ม.ค. 2564 14:11 น.
SHARE

“สุพัฒนพงษ์” หารือนักเศรษฐศาสตร์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงการใช้จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มคุ้นชินของคนไทย เพิ่มประสิทธิภาพนโยบายรัฐในอนาคต พร้อมจับตาท่าทีหลังสหรัฐฯ มีประธานาธิบดีคนใหม่

วันที่ 23 ม.ค. 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ว่า วานนี้ (22 ม.ค. 2564) มีโอกาสได้พบปะกับกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศ ได้หารือเรื่องนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ในขณะที่ประเทศไทยประสบกับการระบาดของโควิด-19 อีกระลอกหนึ่ง

ข่าวแนะนำ

ทางกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์มองว่า ถึงแม้เราจะมีข่าวดีเรื่องวัคซีนที่จะได้นำมาใช้ในประเทศ แต่คาดว่าภาคการท่องเที่ยวที่พึ่งพาต่างชาติไม่น่าจะมีการฟื้นตัวอย่างมีนัย เพราะในต่างประเทศเองก็ยังควบคุมโควิด-19 ไม่ได้ดีนัก จะส่งผลต่อกลุ่มบริษัท SME ที่พึ่งพาการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สปา ร้านอาหาร ฯลฯ รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาและเร่งหามาตรการเยียวยาและฟื้นฟูที่เหมาะสม

ทั้งนี้ กลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ได้ให้ข้อเสนอแนะเรื่องมาตรการการรักษาระดับการจ้างงาน อย่างเช่นที่ทำกันในต่างประเทศ เช่น Payroll Protection Program (PPP - โปรแกรมให้สินเชื่อเพื่อคุ้มครองธุรกิจ) หรือ Furlough Scheme (มาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ถูกพักงานเนื่องจากผลกระทบของโควิด-19) นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงอุตสาหกรรมใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศในอนาคต เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า, Cloud Service และพลังงานทดแทนอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน การที่สหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีคนใหม่ ย่อมส่งผลกระทบต่อแนวโน้มของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาได้กลับมาเข้าร่วม Paris Agreement ซึ่งเป็นความตกลงปารีสที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในวันข้างหน้า เราคงต้องให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและ Carbon Credit เช่น การปลูกป่าเพื่อให้ได้ Carbon Credit, การใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy) เช่น แสงอาทิตย์ ลม ฯลฯ

นอกจากนี้ เราคงต้องจับตามองท่าทีนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และความสำคัญของ CPTPP อาจจะกลับมา ถ้าสหรัฐอเมริกาเป็นหัวหอกในการผลักดันเพื่อแข่งขันกับกลุ่ม RCEP นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการพูดถึงการ Upskill และ Reskill แรงงานของเราให้พร้อมกับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ต้องพยายามดึงดูดแรงงานที่มีทักษะ (Skilled Labour) ผ่านทาง Smart Visa เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการจัดตั้งและถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้แก่แรงงานในประเทศ

“ผมกับกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ยังได้หารือถึงประเด็นที่คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ผ่านนโยบายภาครัฐ อย่าง คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูล เพื่อนำไปเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านนโยบายของรัฐบาลได้ต่อไปด้วย”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19มาตรการเยียวยามาตรการเศรษฐกิจคนละครึ่งเราเที่ยวด้วยกันสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 17:28 น.