กมธ.คมนาคม สภาฯ แถลงผลประชุม ยก 5 เหตุผล ปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว มติเอกฉันท์ ไม่ต่อสัมปทาน-ค้านและให้ชะลอ ขึ้นค่ารถโดยสาร 104 บาท ที่จะมีผล 16 ก.พ.2564 ออกไปก่อน
วันที่ 21 ม.ค.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม แถลงผลการประชุมกมธ. กรณีการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า หลังกมธ. เชิญส่วนข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มาชี้แจง 2 ครั้ง กมธ.ได้ข้อสรุป 5 ประเด็น คือ 1. กรอบเวลาในการต่ออายุสัมปทาน เหลือเวลาอีก 9 ปี จึงจะกลายเป็นของรัฐ ซึ่งมีแนวคิดให้กทม.ต่ออายุสัมปทานออกไปอีก ซึ่งเรื่องนี้ยังมีเวลาที่จะหาความชัดเจนและชี้แจงให้กับสังคมรู้ว่าโครงการนี้ยังมีกำไร แต่ยังไม่คืนทุน 2. ความโปร่งใสในการต่ออายุสัมปทานมีการอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ยกเว้นตามกระบวนการ พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ ซึ่งกมธ. เห็นว่าแม้จะใช้มาตรา 44 ยกเว้นได้ แต่เงื่อนไขเวลายังเหลืออยู่ จึงไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในการจะใช้ มาตรา 44 เพื่อยกเว้นตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ 3. ระบบวินัยการเงินการคลัง กระบวนการต่อสัมปทานไม่ได้ยื่นผ่านตามกระบวนการวินัยการเงินการคลังของรัฐ ยิ่งเมื่อเป็นโครงการขนาดใหญ่ ยิ่งควรจะตรวจสอบได้
“4. อัตราค่าโดยสาร ขณะนี้ความเห็นยังไม่ตรงกัน เพราะข้อมูลที่ได้จากการชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลคือไม่สามารถเอาข้อมูลมาแสดงต่อ กมธ. ได้ว่า เหตุใดจึงไปจบที่ราคา 65 บาท 5. ความคุ้มทุนและประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนและรัฐจะได้รับ จากการที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ตอบไม่ได้ว่าถ้าเราไม่ต่ออายุสัมปทานเราจะเสียประโยชน์หรือได้ประโยชน์อย่างไร
กมธ. จึงมีมิติเป็นเอกฉันท์ 2 มติ คือ 1. ไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุสัมปทานครั้งนี้ และ 2. กมธ. ขอให้กทม.มีการชะลอการขึ้นค่าโดยสาร 104 บาท ที่จะมีผลในวันที่ 16 ก.พ. 64 ออกไปก่อน” นายโสภณ กล่าว.


