ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าอืดอาด ล่าช้า แต่คณะกรรมการสมานฉันท์ก็เปิดประชุมนัดแรกแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้จะมีกรรมการยังไม่ครบ ยังขาดกรรมการ จากผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ก็เลือกประธานคณะกรรมการเป็นเอกฉันท์ ได้แก่ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.อาวุโสจากพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรี
นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งเข้าร่วมประชุมด้วย ได้กล่าวให้กำลังใจการทำงาน เพราะถูกมองว่าล้มเหลวตั้งแต่ ยังไม่ได้เริ่มต้น นายชวนมองว่าภารกิจของคณะกรรมการ ไม่ใช่การขจัดความขัดแย้ง ระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล แต่เป็นปัญหาของบ้านเมือง ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันระดมความคิด เพื่อบรรเทาความไม่สงบ
คณะกรรมการสมานฉันท์เกิดขึ้น จากการเสนอของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา และมอบให้ประธานรัฐสภาเป็นเจ้าภาพ เริ่มต้นด้วยการทาบทามบรรดาอดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ส.ว. และ ส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมวงสมานฉันท์
เริ่มต้นกันมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ระยะหลังไม่มีการพูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมและฝ่ายค้าน ไม่ยอมร่วมสังฆกรรม เหตุที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ร่วมด้วย น่าจะเป็นเพราะไม่เป็นไปตาม 3 ข้อเรียกร้อง ส่วนพรรคฝ่ายค้านอาจสนใจการเปิดอภิปราย เพื่อถล่มนายกรัฐมนตรี ตามฤดูกาลมากกว่า
คณะกรรมการสมานฉันท์ชุดใหม่ ได้รับความสนใจจากฝ่ายต่างๆน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเคยมีคณะกรรมการสมานฉันท์ หรือปรองดองในชาติมาแล้วหลายครั้ง ทุกคณะต่างศึกษาและวิจัยอย่างรอบด้าน และเสนอแนะให้ผู้มีอำนาจนำไปปฏิบัติ แต่ล้มเหลว เพราะไม่ได้นำไปปฏิบัติ หรือปฏิบัติสวนทางข้อเสนอแนะ
...
เหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ครั้งนี้ ได้รับความสนใจน้อยกว่า เพราะเจ้าภาพไม่ใช่รัฐบาลผู้มีอำนาจเต็มเหมือนกับที่ผ่านๆมา แต่เป็นประธานรัฐสภา ซึ่งไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งการให้รัฐบาลและฝ่ายต่างๆทำตามข้อเสนอแนะ แม้แต่รัฐบาลก็ดูเหมือนว่าร่วมเป็นกรรมการ แค่ตามมารยาททางการเมือง
ยิ่งกว่านั้น รัฐบาลยังแสดงท่าที แข็งกร้าว จับกุมดำเนินคดีบรรดาแกนนำผู้ชุมนุม ด้วยข้อหาหนักๆ ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลนี้สืบทอดมาจาก คสช. ที่เคยสัญญาหลังการยึดอำนาจ จะเข้ามาขจัดความขัดแย้ง และสร้างความปรองดองในชาติ แต่ขณะนี้ รัฐบาลเป็นคู่ขัดแย้ง จึงขอเอาใจช่วยท่านประธานชวน ในการแสวงหา แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์.