โฆษก ศบค. ขอ ปชช.ยึดหลัก "ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม" เหตุต้องคำนึงถึงความเสี่ยงวัคซีน ที่จะฉีดให้คนไทยเป็นสำคัญ ขอภาคประชาชนร่วมมือ จนท.ดูแลชายแดนใต้ หลัง "มาเลเซีย" ตัวเลขติดเชื้อโควิด-19 พุ่ง

วันที่ 19 ม.ค. นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ขอพี่น้องประชาชนบริเวณพื้นที่ภาคใต้ ร่วมมือช่วยกันดูแลพื้นที่บริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซียในขณะนี้ ซึ่งมีการรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระบาด เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างหนัก ก็ยอมรับว่า ศบค. มีความเป็นห่วง แม้มีการตรวจเข้มและป้องกันตามแนวชายแดนแล้วก็ตาม พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ทำงานหนักดูแลประชาชนและพื้นที่

ส่วนคำถาม การจัดหาวัคซีนของประเทศไทยเราช้าไปหรือไม่ นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า กราบเรียนพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมา ผมเองก็ได้รับรายงานหลายๆ ครั้ง จากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ยืนยัน มีการวางแผนมาตลอดอยู่แล้ว เป็นอย่างดีด้วย ไม่ได้เพิ่งมีการคิดหรืออะไรทั้งสิ้น ดังนั้น ไม่มีการปกปิดอะไร การจัดหาวัคซีน ท่านหัวหน้า ศบค. คือท่านนายกฯ ก็เน้นย้ำเสมอ หากพบว่าวัคซีนที่ใดมีความน่าเชื่อถือ ท่านนายกฯ ก็ฟังความเห็นอย่างรอบด้าน มีคณะกรรมการชุดต่างๆ ทำหน้าที่ให้ข้อเสนอ ให้ชุดข้อมูล ในการตัดสินใจ

ดังนั้น ที่ประชุม ศบค.มีมติออกไป ก็มีการวางแผนกันมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งคิด ยิ่ง ท่านนายกฯ ที่ให้ข่าวออกไป ผมก็มีความสบายใจ เพราะการผลิตวัคซีนวันนี้ เร่งรีบผลิตกันมาก วัคซีนบางตัวปกติ ต้องใช้เวลาผลิตอย่าว่าแต่เกิน 1 ปี เลยครับ บางตัวใช้เวลาหลายปีด้วยซ้ำ ทั้งนี้การที่จะควบคุมโรค ไม่ได้อยู่ที่วัคซีนอย่างเดียวนะครับ การป้องกันในประเทศก็ต้องดีด้วย ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับวัคซีนก่อน ก็เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ อสม. ขณะเดียวกันกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ก็เป็นกลุ่มที่พวกเรารัก ฉะนั้นก็ขอให้ยึดหลัก "ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม" ดีกว่า หากบอกว่า "วัคซีนต้องฉีดพรุ่งนี้ มะรืนนี้" เลย ก็คงไม่ได้ เพราะเราต้องมีความมั่นใจจริงเท่านั้น ว่าฉีดแล้วได้ผลดี  แต่ไม่เป็นอะไร 

...

ส่วนประเด็นตอนนี้ถือว่า โควิด-19 ในประเทศ เป็นอย่างไร ดีขึ้นหรือไม่ มาตรการควบคุมจะลดลงไหม นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ศบค.เป็น ห่วง 3 จุด จุดที่ 1 จ.สมุทรสาคร ปัญหาคือ ทำอย่างไรจะตรวจให้เจอคนได้มากมากที่สุด เพื่อหากได้พบว่าคนไหนติดเชื้อ จะได้เอามารักษา จุดที่สอง พื้นที่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) แม้ตัวเลขจะยังแค่หลักหน่วยหลักสิบ ต่อวัน แต่ต้องไม่ลืมว่า แม้ กทม.พื้นที่จะไม่ใหญ่ แต่มีประชากรอยู่อาศัยเยอะมาก ก็ต้องใช้มาตรการเชิงรุกในการค้นหาผู้ติดเชื้อมารักษาให้ได้ และจุดที่ 3 นอกประเทศ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านเรา ทั้งจากเมียนมาและมาเลยเซีย ซึ่งตอนนี้ มาเลเซีย ตัวเลขประชาชนเขาที่ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นมาก ดังนั้น ถ้าภาครัฐเข้มแข็ง มีความพร้อมด้วย และประชาชนก็ต้องร่วมมือด้วย เชื่อว่าเราก็จะสามารถผ่านพ้นมันไปได้อย่างแน่นอน