“เพื่อไทย” ย้ำ “ประยุทธ์” ไม่เข้าใจความเดือดร้อนแสนสาหัสของ ปชช. ชี้ ช่วยเหลือน้อยและสั้นไป TDRI ยังยืนยัน แนะ เยียวยาคนเดือดร้อนให้ทั่วถึง อย่าทิ้งคนลงทะเบียนไม่เป็น

วันที่ 19 ม.ค. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลล่าช้า ไม่ทันความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งความโลเลทราบแล้วเปลี่ยน ไม่มืออาชีพ ปล่อยประชาชนเผชิญชะตากรรมอย่างไร้ทิศทาง เป็นรัฐบาลเดียวในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่แจกเงินประชาชนแทนที่จะถูกชื่นชมกลับถูกประชาชนก่นด่า ขณะที่พลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล แทนที่จะมีคนช่วยคิดวิธีแก้ปัญหาช่วยประชาชน กลับส่งคนมาโต้แบบมั่วๆ หวังแก้ตัวให้รัฐบาลรอดไปวันๆ เท่านั้น

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพูดย้ำมาตลอดว่า ไม่ประกาศล็อกดาวน์ ความเป็นจริงตัวเองไม่ได้ประกาศล็อกดาวน์ แต่อาศัยผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศแทน จน ศบค. โดยหมอทวีศิลป์ออกมาแถลงว่าไม่ประกาศล็อกดาวน์ เหตุกระทบ ศก. เป็นภาระภาษีของประเทศในการเยียวยา ซึ่งความเป็นจริงความเดือดร้อนของประชาชนไม่ใช่ภาระภาษี แต่เป็นหน้าที่รัฐที่ต้องใช้ภาษีกลับคืนมาช่วยเหลือเจ้าของเงินภาษี และต้องเยียวยาให้เพียงพอกับความเดือดร้อน 3,500 บาท 2 เดือน จะไปพอใช้ได้อย่างไร รัฐบาลรู้ได้อย่างไรว่า 2 เดือนจะคุมโควิดได้ และขณะนี้การแพร่ระบาดยังเพร่ไม่หยุด แล้วค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ จากการถูกรัฐบาลสั่งให้อยู่บ้าน หนี้สิน ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หนี้กู้เงิน กยศ. หนี้ที่มีมาก่อนโควิด ถ้าไม่ให้ทำงาน ต้องช่วยความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่คิดแค่อยากจะแจกเงินเท่าไหร่ โดยไม่ได้ดูบริบทความต้องการที่แก้ปัญหาได้จริง

นางสาวตรีชฎา กล่าวต่อว่า ขนาดทีดีอาร์ไอ เปิดผลวิจัยเลยว่า ข้อเสียของการแจกเงินของรัฐบาลในครั้งนี้ ผู้รับสิทธิ์ได้เงินจำนวนที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบรายได้ขั้นต่ำ และควรเพิ่มระยะเวลาการจ่ายเงินให้เปล่า ให้สอดคล้องกับผลกระทบของการระบาดโควิดรอบใหม่ ควรเพิ่มระยะเวลาการแจกเป็น 3 เดือน รวมถึงคนบางกลุ่มที่ตกหล่นเรื่องการได้รับความช่วยเหลือ และยังมีผู้ประกอบการบางประเภทเงื่อนไขไม่เข้าเกณฑ์ รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือธุรกิจหลายประเภทที่กำลังวิกฤตหนัก เช่น เอนเตอร์เทนเมนต์ อาหาร ศิลปิน นักร้อง ร้านฟิตเนส นวดแผนไทย รวมถึง ภาคการท่องเที่ยว โรงแรม หมอทวีศิลป์เคยพูดว่าเรามีบทเรียนแล้วว่า การใช้ยาแรง จัดการทั้งประเทศ เราได้บทเรียนแล้วว่า คนที่เจ็บปวดคือคนปกติ เราจะไม่ให้คนธรรมดาสามัญเจ็บปวดอีกแล้ว แล้วเวลานี้ใครเจ็บปวด

"รัฐบาลกำหนดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคนมีสิทธิ์ได้ และผู้ที่เปิดใช้งานแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ประมาณ 15.3 ล้านคนจะถูกคัดกรองอีกครั้งว่าจะมีคุณสมบัติตามเกณฑ์หรือไม่ ผู้ที่อาจจะต้องลงทะเบียนใหม่ คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร ยกเว้น 1. กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ 2. กลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี 3. กลุ่มผู้ที่มีรายได้สูง และ 4. กลุ่มแรงงานที่ได้รับสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งๆ ที่กลุ่มบุคคลที่ถูกยกเว้นไม่ได้รับเงินเยียวยา ข้าราชการบางคนเงินเดือนน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ได้รับผลกระทบจากโควิดเช่นกัน ทุกคนที่ลงทะเบียนไปจะถูกคัดทิ้งหรือต้องลุ้นเหมือนครั้งที่แล้วมั้ย ครั้งที่แล้วเป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่สุด ต้องแย่งกันลงทะเบียนอินเทอร์เน็ตเว็บไซต์ล่ม บางคนเล่นโซเชียลมีเดียไม่เป็น ทำให้คนที่มีเกณฑ์ได้รับเงินต้องเสียสิทธิ์ ครั้งที่ผ่านมาการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาชัดเจนเลยคือ เป็นการช่วยเหลือที่ไม่ทั่วถึง นอกจากจะช่วยเหลือประชาชนช้า ป่านนี้ยังไม่ชัดเจนเรื่องการกำหนดวิธีการช่วยประชาชนโดยถ้วนหน้าต้องทำอย่างไร ความเป็นจริงเวลานี้ประชาชนมีความเท่าเทียมกันจริงๆ ความเดือดร้อนทุกคนเท่าเทียมกัน" คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าว

นางสาวตรีชฎา กล่าวอีกว่า อยากให้รัฐบาลหันมาสนใจและเยียวยาประชาชนให้ทันความเดือดร้อน ไม่ใช่ประกาศทราบแล้วเปลี่ยน คือ บอกประชาชนให้ทราบแล้วก็เปลี่ยนตลอด ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเช้า กทม. ออกประกาศให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร หยุดตั้งแต่วันที่ 4-17 มกราคม ตกเย็นเปลี่ยนเป็นเปิดเรียนวันที่ 31 มกราคม เช้า นายสาธิต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า พล.อ.ประยุทธ์ และที่ประชุม ศบค. ตัดสินใจล็อกดาวน์ 5 จังหวัด ตกเย็น พล.อ.ประยุทธ์ กลับบอกว่าไม่ล็อกดาวน์ แต่เปลี่ยนเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเท่านั้น กทม.สั่งห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารทุกประเภท ตั้งแต่เวลา 19.00 ถึง 06.00 น.ของวันใหม่ ให้เฉพาะซื้อกลับบ้านเท่านั้น ตกเย็นพล.อ.ประยุทธ์ หัก ผู้ว่าฯ อัศวิน ขยายเวลานั่งกินที่ร้านได้ถึง 3 ทุ่ม และประเด็นต้องโหลดแอปหมอชนะ ถ้าติดโควิดมีความผิดมีโทษ จำคุก 2 ปีปรับ 4 หมื่นบาท ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นไม่โหลดไม่เป็นไร ไม่มีโทษ "ผู้ที่ติดเชื้อ" ที่ "ปกปิดข้อมูล" ถึงจะมีโทษ สรุปคือ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือเลิก “ทราบแล้วเปลี่ยน” ประชาชนทราบ แต่รัฐบาลมาคอยเปลี่ยน จนประชาชนสับสนวุ่นวาย ขาดความไม่รอบคอบ โลเล เลิกเป็นรัฐบาลมือสมัครเล่น 

"เวลานี้สิ่งที่ประชาชนต้องการคือ เขาเดือดร้อนตอนนี้ เขาหยุดงานมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม แต่คุณให้เขาไปลงทะเบียนสิ้นเดือนมกราคม เดือนมกราคมเขาเอาอะไรกินในขณะที่เขาไม่ได้ทำงาน หนี้สินเอาที่ไหนมาจ่าย ใครมีสิทธิ์ได้รับเงิน ได้รับโดยถ้วนหน้ามั้ย ปัญหาการลงทะเบียนผ่าน "เราชนะ" ยังมีเว็บปลอมมาหลอกประชาชนอยู่เลย มันไม่ใช่เราชนะ แต่รัฐบาลกำลังจะปล่อยให้ประชาชนตาย ตายทั้งที่ยังหายใจ สภาพของประชาชนในยามนี้เหมือนคนถูกทิ้งอยู่กลางทะเลทรายที่อากาศร้อนจัดๆ คนกำลังปากแห้งหิวน้ำ ถ้ามีคนยื่นน้ำสักขันมาให้กินยังเลี้ยงชีวิตให้อยู่รอดได้ แต่ความเป็นจริงกลับถูกปล่อยเคว้งไม่มีทิศทางทิ้งให้ขาดน้ำแล้วแห้งตายอย่างช้าๆ

"พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรใช้คนใกล้ตัวเพียงมาตอบโต้ แต่ควรส่งคนลงไปสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนจากพื้นที่จริง จะได้ไม่มาโต้แบบมั่วๆ ไปถามประชาชนดูว่า ได้ 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เขาเพียงพอสำหรับการแบ่งเบาภาระชีวิตเขาหรือไม่ เกาไม่ถูกที่คัน เลยทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องถูกคนด่าทุกวัน ลองหยิบเอาประสบการณ์ของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยออกมาแนะนำมาใช้ดู คือ การป้องกัน ควบคู่กับกู้เศรษฐกิจ ประชาชนถึงจะไปรอด หรือเอาคำแนะนำของพรรคเพื่อไทยไปใช้ อย่าปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ รอด เจ้าสัวรวย แต่ปล่อยให้ประชาชนแห้งตาย" นางสาวตรีชฎา กล่าวทิ้งท้าย