ไลฟ์สไตล์
100 year

วัดใจ “บิ๊กตู่” สกัด “เหลือบ” แฝงวิกฤติความตาย : การเมืองทึ้ง วัคซีนโควิด

ทีมข่าวการเมือง
17 ม.ค. 2564 05:05 น.
SHARE

กรุงเทพฯ หนาวมากพอๆกับลำปาง ท่ามกลางคลื่นความกดอากาศสูงแผ่ปกคลุมประเทศไทย หลายภูมิภาคอุณหภูมิลดต่ำ แม้แต่เมืองกรุงยังเหลือแค่ 17–18 องศา ลมพัดเย็นชุ่มฉ่ำเย็นสบาย น่าเสียดาย อากาศดีๆที่มาไม่ตรงกับจังหวะสถานการณ์

ภายใต้ภาวะตึงเครียด บรรยากาศโรคระบาดซีเรียส เชื้อไวรัสมรณะโควิด-19 ล้อมเมือง ไม่เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว ผู้คนห่อเหี่ยวไปตามๆกัน

ข่าวแนะนำ

อยู่ในโหมดอันตราย ตัวเลขการติดเชื้อภายในประเทศดีดขึ้นเลข 3 หลัก แบบรายวัน

แม้ไม่ถึงขั้น “ล็อกดาวน์” ทั้งประเทศเหมือนการระบาดรอบแรก แต่โดยสภาพการสัญจรข้ามจังหวัดติดๆขัดๆจากมาตรการสกัดไวรัส ธุรกิจเดินไม่คล่อง ร้านค้าต้องปิดตัวเองตามเงื่อนไขสถานการณ์

หนีไม่พ้นส่งผลสะเทือนต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อันตรายจากติดโรคตาย น่ากลัวพอๆกับอดตาย

ไฟต์บังคับ ฝ่ายบริหารมัวเอ้อระเหยลอยชายไม่ได้ รัฐบาลภายใต้การนำของผู้นำทหารอาชีพอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องเร่งแก้ปัญหาฉุกเฉินเฉพาะหน้า

ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจ

โดยนายกฯแถลงเอง เปิดโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ช่วยเหลือเงินเยียวยากลุ่มอาชีพอิสระและแรงงานนอกระบบและเกษตรกร เดือนละ 3,500 บาท จำนวน 2 เดือน คือกุมภาพันธ์และมีนาคม

ร่วมกับมาตรการลดค่าไฟฟ้า น้ำประปา อินเตอร์เน็ตบ้าน ฯลฯ

รวมไปถึงการต่อโปรโมชันโครงการ “คนละครึ่ง” ขยายเวลา เพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ รัฐบาลช่วยจ่ายลดค่าครองชีพประชาชน

อัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก บรรเทาภาวะปากท้อง

ประคองสถานการณ์ บรรเทาอารมณ์เครียดของผู้คนในสังคมที่เริ่มไม่ทนกับการบริหารของรัฐบาลทหารเฒ่า 3 ป. “หย่อนยาน” ประสิทธิภาพ ปล่อยแรงงานเถื่อน บ่อนเถื่อน ต้นตอไวรัสมรณะระบาดระลอกใหม่

กรรมไปตกอยู่ที่ชาวบ้านตาดำๆจำใจต้องรับสภาพ

ประชาชนคนไทยยอมอดทนลำบากมาปีกว่า แต่เจอโควิดแหกด่านส่อเหนื่อยฟรี

แต่ยังดีที่สถานการณ์ไม่มืดมนอนธการจนเกินไป กับแสงสว่างริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ ความคืบหน้าของ “วัคซีน” โควิด-19 ที่เป็นความหวังของมวลมนุษยชาติ

อาวุธป้องกันเชื้อมรณะมาเร็วแข่งกับไวรัสที่ลามระบาด

โอกาสที่คนไทยจะได้ฉีดวัคซีน “เข็มแรก” ไม่เกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ตามการยืนยันจากปากของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ทุบโต๊ะสั่งวัคซีนเพิ่มจากสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เพิ่มจากดีลที่ทำไว้กับชาติตะวันตก

เปิดนำเข้าจากหลายช่องทาง เพิ่มหลักประกันขาดแคลน

ตามข้อมูลจากทีมโฆษกรัฐบาลระบุ จำนวน 2 แสนโดสแรก จะนำเข้ามาในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตามโรงพยาบาลต่างๆเพื่อฉีดวัคซีนให้ผู้ที่ทำงานภาคสนามในพื้นที่ที่มีการควบคุมสูงสุด

ในจังหวัดสมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง ตราด จันทบุรี ประมาณ 2 หมื่นคน และกลุ่มเสี่ยงที่มีการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนสูง และกลุ่มจำเป็นอื่นๆประมาณ 1.8 แสนคน

ขณะที่วัคซีนลอตต่อมาจะได้รับในเดือนมีนาคม 2564 ประมาณ 8 แสนโดส โดยจะฉีดเข็มที่ 2 ให้กับกลุ่มที่ 1 จำนวน 2 แสนโดส ส่วนอีก 6 แสนโดสจะฉีดในกลุ่มจังหวัดที่ควบคุมสูงสุดและชายแดนภาคตะวันตก ภาคใต้ และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆรวมทั้ง อสม.ด้วย ประมาณ 6 แสนคน และกลุ่มที่ติดเชื้อที่มีภาวะแทรกซ้อนสูง กลุ่มจำเป็นอื่นๆอีกประมาณ 5.4 แสนคน

ส่วนเดือนเมษายน 2564 จะได้รับวัคซีนเพิ่มอีก 1 ล้านโดส รวมเป็น 2 ล้านโดส โดยจะฉีดเข็มที่ 2 ให้กับกลุ่มที่ฉีดไปแล้ว 8 แสนโดสแรก จำนวน 6 แสนคน ส่วนอีก 4 แสนโดสจะให้กับบุคลากรอื่นๆเพิ่มเติม

ทั้งนี้ประชาชน 1 คน จะต้องได้รับการฉีด จำนวน 2 โดส

โดยที่ประเทศไทยได้จองซื้อวัคซีน จำนวน 26 ล้านโดสไปแล้วจากบริษัท Astra Zeneca ขณะที่นายกฯได้อนุมัติเพิ่มเติมจัดหาซื้อวัคซีนอีก 35 ล้านโดส จาก “ซิโนแวค” ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อคุ้มครองคนไทยได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดเท่ากับจะมีวัคซีน 63 ล้านโดสให้ประชาชน

ว่ากันตามนี้ คนไทยก็ยังพออุ่นใจ

กับ “วัคซีน” สกัดโควิด ความหวังเดียวที่จะเป็นทางรอดวิกฤติไวรัสมรณะ

พอเห็นอนาคตที่จะพ้นหุบเหวนรกไปได้

อย่างไรก็ตาม โดยสถานการณ์แห่งความหวัง แสงสว่างรำไรที่ปลายอุโมงค์ โอกาสรอดของประชาชนคนไทยมันก็กำลังกลายเป็นโอกาสของใครบางคน

นักการเมือง พ่อค้า ข้าราชการ จ้องหาผลประโยชน์กับความเป็นความตายชาวบ้าน

สบช่องซัลโวลูกตามน้ำ ชิงเหลี่ยมลากเข้าทางปืน

กับปรากฏการณ์ “ใจปํ้า” ผู้นำองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในหลายจังหวัด ได้แสดงความประสงค์ควักงบประมาณของแต่ละหน่วยในการจัดหาซื้อ “วัคซีนโควิด” ฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ตัวเอง

โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณส่วนกลาง รบกวนรัฐบาล

และจับอาการผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ รวมไปถึง “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ก็ยังส่อเห็นดีเห็นงาม แบะท่ารับความปรารถนาดี

ไฟเขียวให้ “ผู้มีจิตศรัทธา” ดำเนินการตามประสงค์

อารมณ์เชื้อเชิญ ยินดี ที่ผู้นำท้องถิ่นอาสาออกเงินเอง ช่วยกันคนละไม้ละมือ โดยเฉพาะในยามคลังหลวงประเทศยอบแยบรัฐบาลถังแตก อัดโปรลดแลกแจกแถมไปเยอะแล้ว

แนวโน้มองค์กรปกครองท้องถิ่นจัดงบฯซื้อวัคซีนเอง ส่อฉลุย

ขณะที่สังคมส่วนหนึ่งก็เออออ เพราะตามเงื่อนไขสถานการณ์โควิดจ่อคอหอย ไม่มีเวลาคิดเยอะ ขอแค่ประชาชนคนไทยรอดปลอดภัยจากมหันตภัย “ห่าลง” ยุคดิจิทัล เป็นใช้ได้

มองเฉพาะมุมบวก โดยหลิ่วตาไม่เห็นมุมลบ

เสียงปรบมือเชียร์ กลบเสียงทักท้วงจากฟากฝั่งของฝ่ายค้าน ทีมพรรคก้าวไกล ที่ไม่เห็นด้วยกับการไฟเขียวให้องค์กรปกครองท้องถิ่นใช้งบประมาณจัดหาวัคซีนกันเอง

เพราะจะสร้างความ “เหลื่อมล้ำ” ตอกย้ำรอยปริแยกในสังคม

อารมณ์เปรียบเทียบกันให้เห็นภาพง่ายๆ เทศมนตรีเมืองปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่มีงบประมาณจากการจัดเก็บภาษีในพื้นที่ได้จำนวนมาก ย่อมมีศักยภาพในการจัดหาวัคซีนราคาสูง คุณภาพดี อีกทั้งจัดหาได้เร็ว ขณะที่ อบต. หนองหมาว้อ พื้นที่ชายขอบ จังหวัดติดชายแดนที่แทบไร้รายได้ งบฯน้อยมากในการจัดหาวัคซีน

ประชาชนคนไทยเหมือนกัน แต่เข้าถึงวัคซีนไม่เท่ากัน

ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ ขยายปมแตกแยกในสังคมไทยที่เรื้อรัง

อีกปมหนึ่ง ฟังจากเสียงท้วงของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทีมงานรัฐบาลด้วยกันเอง ที่กระตุกเตือนผู้นำไฟเขียวองค์กรปกครองท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด ระวังเกมแฝงหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น ระดับเทศมนตรี เทศบาล อบต. ไม่เว้นสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

ส่อเข้าเหลี่ยม ใช้ปม “วัคซีน” มัดจำแต้มกันแบบเนียนๆ

และสำคัญเหนืออื่นใด ตามวัฒนธรรมประเพณีแบบไทยๆ ฟอร์มธรรมชาติของนักการเมือง พ่อค้า ข้าราชการ กับเรื่องผลประโยชน์แฝง มันแยกกันไม่ค่อยออก

แบบที่องค์กรปกครองท้องถิ่นยังไม่เคลียร์ปมอื้อฉาวทุจริตงบฯโควิดระบาดรอบแรก

ถ้าปล่อยฟรีจัดซื้อวัคซีน เสี่ยงมหกรรมแจกติ้วกันอีกรอบ

ตามรูปการณ์หนีไม่พ้นความปั่นป่วนวุ่นวาย คำตอบอาจไม่จบแค่การตั้ง “คณะอนุกรรมการอำนวยการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” มาคุมคิวจัดการ

เรื่องของเรื่อง มันคือ “วิกฤติระดับโลก” การรับมือต้องเป็น “วาระแห่งชาติ” ไม่ใช่เรื่องระดับ “ท้องถิ่น”

ที่สำคัญเมื่อเทียบกับงบประมาณจัดซื้ออาวุธนับหมื่นนับแสนล้าน กับงบจัดซื้อวัคซีนแค่หลักพันล้านแลกกับความเป็นความตายคนในชาติ มันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง ที่รัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในการจัดหาวัคซีนสกัดโควิด-19 เอง ฉีดให้คนไทยอย่างเท่าเทียมกัน

โดยไม่ให้เกิดภาพของการเลือกพื้นที่ แบ่งจังหวัด แยกชนชั้นวรรณะ

ตามจังหวะ “บิ๊กตู่” และทีมงานทหารเฒ่า พลาดมาแล้วที่หย่อนยานให้ขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน และบ่อนเถื่อนเป็นต้นตอแพร่กระจายโควิดระบาดระลอก 2

ถ้าปล่อยให้เหลือบแฝงโกงงบวัคซีนโควิด หากินกับความเป็นความตายประชาชน

ขีดเส้นความอดทนของประชาชนคนไทย ขาดผึงแน่.

“ทีมการเมือง”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิดโควิด-19ประยุทธ์ จันทร์โอชาอนุทิน ชาญวีรกูลวิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองล็อกดาวน์การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15:02 น.