• "สนธยา" ท่องคาถา ไม่มีเหลื่อมล้ำ ท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 มาฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ ย้ำ วัคซีนที่จะจัดซื้อเข้ามา ต้องผ่านมาตรฐาน อย.ของไทย เท่านั้น ไม่ใช่ซื้อมั่วๆได้ 
  • จับตาผลข้างเคียงหลังต่างประเทศฉีดวัคซีนโควิด-19แล้ว ที่นอร์เวย์ พบผู้เสียชีวิตแล้ว 29 ราย เชื่อส่งผลถึงไทยอย่างใหญ่หลวง ในการเลือกซื้อและประสิทธิภาพของวัคซีน
  • ยืนยัน ไม่มีภาพการทับซ้อนระหว่างรัฐบาลกับท้องถิ่น เนื่องจาก"ท้องถิ่น" จัดงบประมาณซื้อวัคซีนเอง ก็ต้องถูกตัดโควต้าจากการจัดซื้อของรัฐบาล ที่จะฉีดให้กับประชาชนทั่วประเทศตามนโยบาย คนไทยทุกคนทั่วประเทศต้องได้ฉีดวัคซีนฟรี


     

ต้องยอมรับ บรรยากาศของประเทศในช่วงนี้ หลายคนอาจไม่ค่อยสนใจการบ้านการเมืองมากนัก แต่ตอนนี้ทุกคนหันไปโฟกัสที่การแก้ปัญหาปากท้องมากที่สุด โดยเฉพาะยิ่งเมื่อประเทศกลับมาประสบปัญหา การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอก 2 แม้จะไม่ถึงกับต้องประกาศล็อกดาวน์กันทั้งประเทศเหมือนรอบแรก แต่ก็ต้องยอมรับว่า วิบากกรรมในครั้งนี้ ก็หนักหนาสาหัสจริงๆ

แน่นอน ประชาชนทุกคน ในที่นี้นับรวม ตั้งแต่นายกฯ รมต. ข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ ทุกภาคส่วนในสังคมได้ ต่างตั้งความหวัง และรอคอยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่รัฐบาล ทั้งยืนยัน นั่งยัน หรือ แม้แต่นอนยัน ว่า วัคซีนลอตแรก 2 แสนโดส เข้ามาในไทยประมาณ ก.พ.2564 และเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้น 

แต่แล้วเมื่อวาน (17 ม.ค.) ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจาก ทางการประเทศนอร์เวย์ แจ้งพบผู้เสียชีวิต 29 คน หลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เตือนอาจมีผลข้างเคียงกลุ่มผู้สูงอายุสุขภาพอ่อนแอ อาจมีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งบริษัท “ไฟเซอร์-ไบโอเอนเทค” กำลังสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตอยู่

นั่นเป็นข่าวของต่างประเทศ แต่สำหรับในเมืองไทยในตอนนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธ "วัคซีนได้ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี" แต่นอกจากข้อกังวลเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนแล้ว อีกข้อที่อยู่ในความสนใจไม่แก้กัน ก็คือกรณีที่ "รัฐบาลบิ๊กตู่" ประกาศชัดเจนว่า สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีศักยภาพ ใช้งบที่มีอยู่ จัดซื้อวัคซีนโควิด-19 เองได้ เพียงแต่ต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เสียก่อน 

นำมาซึ่ง "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั่วประเทศไทย เริ่มขยับตัว มีการเตรียมแผน และจัดงบประมาณจำนวนมาก เพื่อจัดซื้อวัคซีนทันที หากรัฐบาลบิ๊กตู่ เคาะข้อปฏิบัติออกมาอย่างชัดเจน "เมืองพัทยา" โดยนายก "นายสนธยา คุณปลื้ม" ก็ประกาศชัดว่า จะเป็นหนึ่งในนั้น ที่จะจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 แล้วทำการฉีดให้กับพี่น้องชาวพัทยาในทันที

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสสัมภาษณ์มาให้ประชาชนที่สนใจได้รับทราบ รวมไปถึง คำถามสำคัญ "ไม่กลัวหรือ ประชาชนในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ "เมืองพัทยา" อาจถึงขั้นน้อยใจ เมื่อไปเปรียบเทียบกับพื้นที่ของตัวเอง ที่ไม่ได้มีงบประมาณมากขนาดนั้น พาลโกรธถึง "รัฐบาลบิ๊กตู่" ว่า ทำให้เกิดระบบ 2 มาตรฐาน ตามที่มีนักการเมืองบางคนมุ่งโจมตี" 

ยืนยัน ซื้อวัคซีนโควิด-19 เลยไหม หากรัฐเคาะข้อกำหนดออกมาแล้ว?

นายสนธยา คุณปลื้ม กล่าวว่า ตอนนี้ก็ต้องรอดูระเบียบว่า จะออกมาอย่างไร เพราะตอนนี้ส่วนกลางรัฐบาล ก็ไฟเขียวแล้ว

หวั่น ถูกเปรียบเทียบคุณภาพวัคซีนไหมหากจัดซื้อมา ระหว่าง อบต.พัทยาจัดซื้อ กับรัฐบาลจัดซื้อ

นายสนธยา กล่าวต่อว่า ตามหลักการแล้ว มันต้องผ่าน สาธารณสุข (สธ.)-ผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เหมือนกันอยู่แล้ว ไม่ใช่เรานำเข้าเอง เรานำเข้าเองไม่ได้นะ ทุกอย่างต้องผ่านกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตอนนี้โดยสถานะทำได้อยู่แล้ว และโดยระเบียบมันทำได้อยู่แล้ว แต่มันเกี่ยวในการควบคุมโรคระบาด ซึ่งเป็นภารกิจเราอยู่แล้ว ฉะนั้นในเรื่องตรงนี้ สามารถดำเนินการได้ เราก็ดูในส่วนสถานะการเงินการคลังของตัวเองได้อยู่

"ตอนนี้ ท่านนายกฯ โดยภาพรวมประกาศเป็นนโยบายอยู่แล้ว ในส่วนรัฐบาลก็จะจัดการให้คนไทยทุกคนได้ฉีควัคซีนอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้พอมีการหยิบยกขึ้นมาว่า จะให้ท้องถิ่นดำเนินการเองได้ไหม เพื่อลดภาระรัฐบาลเนี่ย ท่านนายกฯกับ รมว.สธ. บอกสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องผ่านในส่วนเรื่องขั้นตอนต่างๆ และวิธีการที่ทางรัฐบาลต้องกำหนดออกมา ไม่ใช่ลักษณะว่าผมจ่ายเงิน ผมก็จะซื้อมาฉีดให้คนในพื้นที่ โดยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรเลย อันนี้ไม่ได้ ก็ต้องมีมาตรฐานและระเบียบออกมาก่อน แต่ถ้าโดยภารกิจในภาพรวมตอนนี้มันทำได้ แต่ถ้าโดยวิธีการ ต้องนำไปดำเนินการแล้วดูอีกว่ารัฐบาลจะออกมาตรการมาอย่างไร ก็อูในส่วนความพร้อม ของท้องถิ่นซึ่งไม่เหมือนกัน แต่ที่สบายใจอยู่อย่างหนึ่งในขณะนี้ คือว่าท่านนายกรัฐมนตรี ประกาศอยู่แล้วว่า จะฉีดให้คนไทยทุกคนคือเท่าเทียมกันอยู่แล้วครับ" นายกเมืองพัทยา กล่าว...

ไม่กลัวจะมีภาพการทับซ้อนกันกับรัฐบาล ใช่หรือไม่?

นายกเมืองพัทยา ยืนยัน ไม่ทับซ้อนหรอก สมมติว่า ตอนนี้หากท้องถิ่นไหนจะทำเอง ก็ต้องตัดออกจากโควตารัฐบาล ซึ่งก็มีท้องถิ่นหลายแห่งที่เขาประกาศออกมาว่า มีความพร้อม ซึ่งทางเราเองประชาชนเขาก็ถามว่า พร้อมหรือไม่ ซึ่งเราก็มีความพร้อม และโดยภารกิจหน้าที่ เราก็สามารถดำเนินการได้ ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะออกวิธีการดำเนินการอย่างไร เท่านั้นละครับ

รู้สึกอย่างไรที่หลายฝ่ายมอง เป็นความเหลื่อมล้ำ เหตุท้องถิ่นหลายแห่งไม่มีศักยภาพทำได้

นายกเมืองพัทยา กล่าวต่อว่า จริงๆ ทุกคนก็จะได้รับการฉีดจากรัฐบาลอยู่แล้ว อย่างเราถ้าจะฉีดวัคซีนกัน ก็ตัดงบประมาณจากส่วนกลางไป เป็นงบประมาณส่วนท้องถิ่น แต่ทุกคนก็ได้ฉีดเหมือนกัน ตอนนี้ดำเนินการทางธุรการของเราก่อนอยู่แล้ว เรายังไม่มีว่า ต้องดำเนินการเมื่อไหร่ จะตอนนี้เรื่องนี้ไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในแผนของเมือง เราก็ต้องปรับแผน และบรรจุเรื่องนี้เข้าไปในแผน ส่วนการดำเนินการใช้เงินก็ต้องเอาเข้าสภา เพื่อเตรียมงบประมาณ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอรัฐบาลกำหนดแผนที่ชัดเจนออกมาก่อน คือต้องรอรัฐบาลเคาะออกมา ทางเรามีการดูเรื่องงบประมาณ ดูฐานะ การเงิน การคลัง เรื่องการจัดเก็บรายได้ มีการปรับแผนตัวอื่นไว้รองรับเตรียมอยู่ก่อนแล้ว

เบื้องต้น "เมืองพัทยา"ใช้งบประมาณ 80 ล้าน?

ก็ต้องอยู่ที่ว่า ตอนนี้ราคาจะอยู่ที่เท่าไร แล้วตอนนี้ก็ต้องดูว่าราคาวัคซีนอยู่ที่เท่าไร เพราะหลายๆ ที่ก็ราคาไม่เท่ากัน อย่างตอนนี้เขาบอกว่าโดสหนึ่งราคา 300 กว่าบาทขึ้นไป ก็จะใช้งบประมาณ 80 ล้าน แต่ถ้าโดสละ 500 บาท ราคารวมก็จะเป็นอีกราคาหนึ่ง อะไรอย่างนี้ ตอนนี้เราขอความเห็นชอบในหลักการเท่านั้นเอง ตามหลักการที่เราจะบอกได้เขาว่าด้วยภารกิจนี้ เราสามารถดำเนินการได้ และเราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และที่รัฐบาลกำหนดออกมา

ตอนนี้ "พัทยา" เป็นอย่างไรบ้าง คึกคักขึ้นมาบ้างหรือยัง หรือเงียบเหงา

ในเมื่อสถานบริการมันปิดหมด มันก็เป็นยังนั้นละ เพียงแต่เดี๋ยวนี้มีการถ่ายรูปในโซเชียล ตอนนี้ในโลกโซเชียลมีอะไรเขาก็เล่นกันไปเรื่อยละครับ เรื่องปกติในโซเชียล อย่างมีการเอา ตุ๊กตาชักกี้ แอนนาเบลไปถ่ายออกทีวี ของเราเอง พวกผู้ประกอบการ ก็มีการเอา "อเวนเจอร์" เอาอะไรมาถ่าย ในจุดเดียวกัน ตอนนี้ ก็มีผลกระทบหมดครับ พื้นที่ถูกประกาศเป็นสีแดง ตอนนี้ก็รอประกาศกลับมาใหม่ ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาความจริงก็กำลังกลับมาดีๆ แล้วเชียว จบเลย ก็ต้องรอกันใหม่

งานนี้ ก็ต้องมารอดูว่า รัฐบาล จะออกข้อกำหนดที่ชัดเจน เปิดให้ทั้งภาครัฐ และเอกชน นำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากต่างประเทศเข้ามาอย่างไร ที่จะการันตี ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทย อย่างไร ที่จะไม่ต้องมาเป็น "หนูทดลอง" อย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์เฟซบุ๊ก ตอกย้ำ "ไม่อยากให้รีบร้อน หากยังทดสอบวัคซีนยังไม่ครบ ทุกคนต้องปลอดภัย" 

ผู้เขียน :เดชจิวยี่

กราฟิก:Supassara Traiyansuwan