น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ฉะรัฐบาล "บิ๊กตู่" ทิ้งธุรกิจท่องเที่ยว ไร้การเยียวยา แนะ ปรับเกณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ขอรัฐต้องช่วยทันที หวั่นต่างชาติฮุบกิจการ
วันที่ 14 ม.ค.64 น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงมาตรการเยียวยารอบสองของรัฐบาลว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลชัดเจนเรื่องการเยียวยาประชาชนมากขึ้น แต่น่าเสียดายที่การเยียวยายังไม่ครอบคลุมอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ที่ยังไม่ทันได้ฟื้นตัวจากการคลายล็อกรอบแรก ก็ถูกแรงกระแทกอีกครั้ง แต่รัฐยังไร้มาตรการดูแล ทั้งๆ ที่ภาคการท่องเที่ยวได้เสนอแนวทางเยียวยาไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อาทิ การให้ภาครัฐร่วมจ่ายค่าจ้างให้แรงงานในภาคการท่องเที่ยว หรือโคเพย์ เพื่อพยุงการจ้างงานเอาไว้ ที่สำคัญคือการระบาดรอบนี้รัฐเลือกที่จะไม่สั่งให้ปิดกิจการ แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจท่องเที่ยวตายสนิท เดินต่อได้เฉพาะธุรกิจใหญ่ที่สายป่านยาวเท่านั้น ยกตัวอย่าง มีโรงแรมปิดกิจการด้วยเหตุสุดวิสัยไปแล้วกว่าร้อยละ 40 จึงขอให้รัฐบาลประกาศให้การปิดกิจการด้วยเหตุสุดวิสัย ให้พนักงานของโรงแรมเหล่านี้ขอรับเงินประกันสังคมได้ร้อยละ 62 เป็นเวลาสามเดือน ซึ่งจะช่วยลดทั้งภาระนายจ้าง และทำให้ลูกจ้างมีเงินประทังชีวิตสู้วิกฤติโควิดรอบใหม่ ขณะเดียวกันยังรักษาการจ้างงานไว้ได้ด้วย
"การเยียวยาธุรกิจท่องเที่ยวต้องทำทันที เพื่อประคับประคองให้ธุรกิจนี้อยู่รอด อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ ต้องประคับประคองถึงวันที่เราคุมการระบาดของโรคได้ จนกว่าการเดินทางท่องเที่ยวของโลกจะเริ่มขี้นได้ ที่เป็นความหวังว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวอีกครั้งหนึ่งปีจากนั้น ที่สำคัญคือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำต้องมีการปรับหลักเกณ์ทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาความเสี่ยงของธนาคารมาเป็นหลัก บนข้ออ้างบิดเบี้ยวว่า ถ้าธนาคารล้ม ประเทศชาติก็ล้มด้วย เพราะในความเป็นจริง ถ้าธุรกิจรายเล็กรายน้อยตายหมด ประเทศไทยก็จบเหมือนกัน ในภาวะลำบากเช่นนี้ทุกคนควรช่วยกัน อย่าคิดเอาตัวรอดลำพัง เพราะสุดท้ายจะพังทั้งระบบ จึงอยากให้รัฐบาลประเมินสถานการณ์บนความเป็นจริง อย่าหลอกตัวเองด้วยตัวเลขที่สวยหรูเกินจริง เท่าที่ประเมินคิดว่า เม็ดเงินที่เคยได้สามล้านล้านบาทจากการท่องเที่ยวจะหดเหลือร้อยละสิบ หรือประมาณสามแสนล้านบาทเท่านั้น จึงต้องเร่งตั้งกองทุนช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวทั้งระบบ เร่งหารือกับภาคเอกชนเอกำหนดแนวทางร่วมกัน นำเงินมาซื้อหุ้นต่อชีวิตให้ธุรกิจโรงแรม ไม่เช่นนั้นเราอาจได้เห็นต่างชาติเข้ามาชื้อธุรกิจท่องเที่ยวไทยในราคาถูก ไม่ต่างจากสถาบันการเงินเคยประสบในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง รัฐบาลคิดสโลแกน "เราชนะ" ขึ้นมา ก็ต้องทำให้ทุกคนชนะ ไม่ใช่มีแค่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง หรือรัฐบาลอยู่รอดในขณะหนึ่งเท่านั้น เพราะเราคือคนไทยทุกคน ที่สะท้อนใจที่สุดคือ การระบาดของโควิดระลอกใหม่นี้เป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการปฏิรูปตำรวจตามที่สัญญาไว้กับประชาชน ทั้งบ่อนการพนันและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย หรือธุรกิจกลางคืน ทำให้คนดีที่ตั้งใจให้ความร่วมมือประเทศชาติจนพ้นโควิดในรอบแรกได้ ต้องเดือดร้อนอีกครั้ง รัฐบาลนี้ต้องรับผิดชอบ "คนไทยจึงชนะ" น.ส.พิมพ์รพี กล่าว.
...