ไลฟ์สไตล์
100 year

“ธนาธร” เห็นพ้อง “พิธา” หน้าที่รัฐจัดหาวัคซีนโควิด พร้อมฝากถึง “ชัชชาติ”

ไทยรัฐออนไลน์14 ม.ค. 2564 14:14 น.
SHARE

“พิธา” ชี้ เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องจัดหาวัคซีนโควิด-19 พร้อมฝากความหวังถึง “ชัชชาติ” และ อปท. อย่าปล่อยให้เกิดสร้างระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ด้าน “ธนาธร” เห็นด้วย ไม่ใช่ภาระของท้องถิ่น

วันที่ 14 ม.ค. 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ภายหลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ระบุถึงแนวคิดให้กรุงเทพมหานคร ใช้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อวัคซีนสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จำนวน 8 ล้านคน ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง เช่น ที่เทศบาลนครนนทบุรี และเทศบาลนครแหลมฉบัง ที่จะจัดหาวัคซีนให้ประชาชนในเขตของตนเอง โดยสรุปสาระสำคัญว่า เป็นข้อเสนอที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน เป็นความหวังดีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดการได้ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง แต่อยากให้ย้อนกลับมาฉุกคิดว่า แท้จริงแล้วผู้ที่มีงบประมาณเหลือมากที่สุด และมีหน้าที่โดยตรงในการจัดการปัญหานี้คือใครกันแน่ สำหรับตนแล้วเห็นว่าเป็นหน้าที่อันหลีกเลี่ยงไม่ได้ของรัฐบาลไทย

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ วัคซีนโควิด-19 คือความจำเป็นในสถานการณ์วิกฤติ ที่ทุกคนจะต้องได้ฟรี เหมือนกับวัคซีนอื่นๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขฉีดให้ประชาชนฟรีอยู่แล้ว และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดในประเทศไทย ยังไม่มีท่าทีชัดเจนว่าจะจัดซื้อวัคซีนให้ประชาชนในเขตตนเองหรือไม่ เพราะมีอีกหลายแห่งที่ขาดงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัคซีน กลายเป็นว่าจะมีบางแห่งที่ประชาชนได้วัคซีน บางแห่งไม่ได้ เพราะไม่มีงบประมาณ กลายเป็นระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา

ดังนั้น หากเรามองในภาพใหญ่ทั้งประเทศ เป็นการดีที่สุดที่จะต้องยึดตามหลักการเดิมไว้ นั่นคือให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยในการใช้งบประมาณแผ่นดินจากภาษีประชาชนที่ตนเองมีเหลือใช้อยู่แล้ว เพื่อจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกคนในประเทศนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ รัฐบาลเปิดเผยแผนว่าจะมีการจัดหาวัคซีนให้เพียงครึ่งหนึ่งของประชากรไทยเท่านั้น และมีท่าทีสนับสนุนให้ท้องถิ่นจัดซื้อหาวัคซีนกันเอง เท่ากับว่าประชาชนไทยอีกครึ่งหนึ่งต้องพึ่งพิงกับแต่ละท้องถิ่นว่าจะทำหรือไม่ทำ

บทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ ก็คือการช่วยเหลือ เยียวยา สนับสนุน ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล เนื่องจากในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันของประชากร ทั้งอาชีพ วัย ลักษณะการใช้ชีวิต ฯลฯ ย่อมมีความต้องการช่วยเหลือแตกต่างกัน ซึ่งท้องถิ่นสามารถจัดการงบประมาณตรงนี้ได้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชนได้ดีเพราะใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า ท่ามกลางมาตรการของรัฐบาลที่ยังไม่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักมากเพียงพอต่อความต้องการ ซ้ำร้ายยังไม่ครอบคลุมแรงงานในระบบด้วยซ้ำไป

“ผมขอฝากความหวังดีไปยังคุณชัชชาติ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมทั้งพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนว่า เราต้องอย่าหลงลืมทวงบทบาทหน้าที่สำคัญของรัฐบาลในวิกฤติครั้งนี้ อย่าปล่อยให้รอดจากความรับผิดชอบหลักของตัวเองไปได้ เรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องจัดหาวัคซีนมีคุณภาพ และมีจำนวนเพียงพอให้ประชาชนทุกคน เราเองต้องไม่ปล่อยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควักเงินจ่ายกันเอง เอื้อให้รัฐบาลสร้างระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอาเช่นนี้”

(อ่านโพสต์ต้นฉบับ)

ในเวลาต่อมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้แชร์โพสต์ของ นายพิธา และแสดงความเห็นว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่ภาระของท้องถิ่น ยิ่งรัฐบาลโยนความรับผิดชอบแบบนี้ไปให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นต้องควักเงินตัวเอง ก็เท่ากับว่าท้องถิ่นถูกเบียดบังงบประมาณในการดูแลสวัสดิการด้านอื่นๆ ของประชาชนในท้องถิ่นไปอีก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19วัคซีนโควิดวัคซีนโควิด-19พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจชัชชาติ สิทธิพันธุ์อปท.ไฮไลต์ไวรัสโคโรน่า

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2564 เวลา 18:10 น.