มาตรการเยียวยาผลกระทบจาก โควิด-19 รอบใหม่ โฟกัสไปที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่ค่อยจะแฮปปี้กับ การแจกเงิน แต่จะเน้นไปที่ การลดค่าครองชีพ ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ลดดอกเบี้ย พักหนี้ ส่งไม้ต่อให้เป็นภาระของ แบงก์รัฐ วงเงินการช่วยเหลือในงวดนี้จะน้อยกว่า การเยียวยาในรอบแรก ถึงจะตั้งวงเงินเอาไว้ 1 ล้านล้าน แต่ใช้ได้จริงแค่ไหน เป็นอีกเรื่อง
เลยทำให้มีการวิจารณ์รัฐบาลไปต่างๆนานา โดยเฉพาะชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำไม่มีเงินเดือนประจำได้รับผลกระทบหนักที่สุด บรรดาหมอนวดแผนไทย เด็กเสิร์ฟร้านอาหาร สถานบันเทิง ที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว เดือดร้อนแน่ๆกระทบไปถึงอาชีพบริการอื่นๆ แท็กซี่ รถโดยสาร แม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกค้าส่ง ถึงจะไม่ถูกปิดเหมือนรอบแรกก็ยังได้รับผลกระทบอยู่ดี ในเมื่อกำลังซื้อส่วนหนึ่งหายไปในพริบตา
เห็นใจรัฐบาล ที่ว่า โควิด-19 รอบแรก ยังไม่สะเด็ดน้ำ เจอรอบใหม่เข้าไปเต็มๆจะไปหาเงินจากไหนมาเยียวยาได้อย่างทั่วถึง แล้วก็อย่างที่รัฐบาลออกมาเปิดอก เยียวยามากก็กระทบกับเงินภาษีของประชาชนมาก ประโยคนี้แทนที่จะเป็นวลีเด็ด กลายเป็นดาบสองคม เมื่อมีการนำไปเปรียบเทียบกับการจัดสรรงบประมาณของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประจำปี 2565
ขนาด พล.อ.ประยุทธ์ ออกมายืนยันแล้วว่า งบประมาณปี 2565 จะลดลงไปเกือบ 2 แสนล้านบาท จากการตั้งงบไว้ที่ 3.1 ล้านล้านบาท ในขณะที่งบปี 2563 ที่ผ่านมาตั้งงบไว้ถึง 3.2 ล้านล้านบาท ก็ยังอุตส่าห์มีการโฟกัสไปที่ งบของกลาโหม งบกองทัพ ไม่มีกระทบแม้แต่นิดเดียว
คำถามเชิงประชด รัฐบาลจะซื้อเรือดำน้ำ จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ไปทำพระแสงอะไรในเวลาที่บ้านเมืองกำลังเกิดวิกฤติเช่นนี้ ชาวบ้านตาดำๆ จะไม่มีข้าวสารกรอกหม้อกันอยู่แล้ว
อันที่จริงต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมา นายกฯลุงตู่จะโกรธ ก็ต้องยอม ที่ผ่านมา ชาวบ้านเขามองว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้าข้าง ให้ท้ายกองทัพ มากเกินไป การปล่อยให้แรงงานต่างด้าวลักลอบข้ามแดน รู้ทั้งรู้ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ไม่พูดถึงทหารสักแอะ ไม่เคยโทษกองทัพเหมือนเกรงอกเกรงใจกันอยู่
เรื่อง บ่อนเถื่อน ก็เหมือนกัน รู้เต็มอก ว่าใครคุม ใครได้รับผลประโยชน์ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ยอมเอ่ยปากใดๆปล่อยให้ข้าราชการประจำต้องรับกรรมไปตามระเบียบ
แล้วการ ไม่ล็อกดาวน์ประเทศ หรือ ไม่มีการใช้มาตรการแบบเข้มข้น ปล่อยให้มีการระบาดลุกลามไปเกือบทั้งประเทศ ว่ากันว่า เป็นเพราะมีความเกรงอกเกรงใจทุนใหญ่ ที่มีการไปถามความคิดเห็นนายทุนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ล็อกดาวน์ ไม่ต้องการให้มีการปิดสถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มาตรการคราวนี้เลยปิดได้แต่ร้านนวด โรงน้ำชา พอหอมปากหอมคอ
สุดท้ายเลย คนยังมองไปถึงการเร่งจัดหาวัคซีนของภาครัฐเป็นกรณีพิเศษ เชื่อว่าเป็นเพราะข้อเรียกร้องของเอกชนรายใหญ่ๆ ที่ต้องการให้รัฐหาวัคซีนมาฉีดสร้างความเชื่อมั่นก่อนที่ธุรกิจจะพังมีใครเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องนี้บ้าง
จะสร้างภาพลักษณ์เลยกลายเป็นภาพลบ.
หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th


