ไลฟ์สไตล์
100 year

"ทัพเรือ" รวมพลังสกัด "โควิด" ปรับแผนสู้ บทพิสูจน์นักรบชาวเรือ

ไทยรัฐออนไลน์14 ม.ค. 2564 12:48 น.
SHARE
  • โควิด-19 หยุดไม่อยู่ ระบาดหนัก เตรียม รพ.สนาม เตียงสนาม รองรับผู้ป่วย
  • ลามหนักระบาดขึ้นเรือ แพร่เชื้อ 2 ทหาร รล.จักรีนฤเบศร การ์ดตก เที่ยวพื้นที่สีแดง
  • ผบ.ทร. สั่งล้อมคอก กำชับมาตรการสูงสุดปราบสู้โควิดหน่วยทหาร

สัญญาณเตือนการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ เที่ยวนี้รุนแรงและหนักมาก ตัวเลขยังพุ่งไม่หยุด โดยเฉพาะเห็นได้จากทั่วโลกที่มีผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 92 ล้านคนแล้ว ขณะที่ประเทศไทยเพียงแค่ 3-4 สัปดาห์ยอดผู้ป่วยวิ่งไปเกือบ 1.1 หมื่นคน และไม่มีแนวโน้มว่าจะหยุด ด้วยปัจจัยที่เห็นได้จาก เหล่าทัพ สาธารณสุข จังหวัด มีการเตรียมความพร้อมในเรื่อง รพ.สนาม เตียงสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยที่คาดว่าจะมีจำนวนมาก และจะมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการระบาดในบ้านเรายังมีเส้นกราฟที่ขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นงานท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอย่างมาก

ข่าวแนะนำ

ตอกย้ำด้วยการออกมาเตือนของ "ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา" คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ออกมาระบุถึงการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าและแตกต่างจากรอบแรก หลายๆ พื้นที่ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเร่งจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ ที่สามารถดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ แต่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ และรักษาผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง เพื่อแยกผู้ป่วยโควิด-19 ไม่ให้สัมผัสกับคนปกติ

จึงทำให้มีความจำเป็นที่ไทยต้องตั้ง รพ.สนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง เพราะหากไม่ดำเนินการตอนนี้จะทำให้สถานการณ์การระบาดในไทยรุนแรงเพิ่มขึ้น พร้อมย้ำ รพ.สนาม คือ เครื่องมือควบคุมการระบาด และช่วยจัดสรรทรัพยากรช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คนไทยปลอดภัยจากโควิด-19 มากขึ้น

ขณะที่ "รัฐ" ชี้เหตุหลักของ รพ.สนาม มีความจำเป็น จะทำให้ผู้ป่วยทั่วไปใน รพ.จะลดการติดเชื้อ แยกแยะระหว่างผู้ป่วยโรคทั่วไป ผู้ป่วยโควิด-19 ไม่ให้ปะปนกัน บุคลากรสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล ลดความเสี่ยงติดเชื้อ เพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ รพ.ในระบบปกติ จะมีเตียงเพียงพอสำหรับผู้ป่วยโรคอื่นๆ และ ชุมชนจะปลอดภัยมากขึ้น เพราะ รพ.สนามจะรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ผู้ติดเชื้อ ผู้กักกันตัวเองที่อยู่ระหว่างรอผลยืนยัน ช่วยแยกคนติดเชื้อออกจากชุมชน ลดการแพร่เชื้อได้อย่างดี

ด้วยเหตุนี้เอง "รัฐบาล" จึงต้องให้ทาง "กองทัพ" ส่งทหารช่าง และทหารเรือ เร่งสร้าง รพ.สนาม เตียงสนาม เพราะพบผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการหนัก และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากคุมการระบาดไม่ได้ จะเอาไม่อยู่ และเชื่อว่ายังมีผู้ป่วยที่ติดเชื้ออีกจำนวนมาก ที่ไม่กล้าเปิดตัวตน เพราะได้เชื้อมาจากแหล่งผิดกฎหมาย การลับลอบเข้าเมือง บ่อนการพนัน และอีกหลายคนเมื่อเข้าสู่ระบบ ยังปิดบังไทม์ไลน์ และไม่กักตัว ยังใช้ชีวิตตามปกติ เหล่านี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการด้วยความยากลำบาก

อีกทั้งคนไทยในหลายพื้นที่ยังการ์ดตก ไม่ดูแลและเอาใจใส่ในการรักตัวเอง ยังมีการออกไปเที่ยว กิน ดื่ม และร่วมกลุ่มคนจำนวนมาก โดยไร้มาตรการการป้องกันตามที่กระทรวงสาธารณสุขออกมาย้ำเตือน

ล่าสุดเห็นได้จากกำลังพล "เรือหลวงจักรีนฤเบศร" จำนวน 2 นาย ติดเชื้อโควิด-19 จาก 11 นายที่ไปรับประทานอาหาร และไปโรงเบียร์ป๋าแดง ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แล้วเข้ารับการตรวจเช็ก กระทั่งพบว่าติดเชื้อ เรื่องจึงเลยแดงขึ้น ทำให้กองทัพถูกเหมารวมว่ากำลังจะการ์ดตก

เพราะเนื่องจากจังหวัดชลบุรีถือเป็นพื้นที่เสี่ยงตามประกาศที่อยู่การควบคุมสูงสุด และเข้มงวด แต่พบว่ามีกำลังพลเรือหลวงจักรีนฤเบศร จำนวน 11 นาย ได้เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว จึงต้องส่งตัวเข้ารับการตรวจที่คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI clinic) โรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ และตรวจพบจำนวน 2 นาย

"กองทัพเรือ" จึงต้องออกมาชี้แจงโดย "กรมแพทย์ทหารเรือ" ที่ได้จัดทีมสอบสวนและควบคุมโรค ร่วมกับกองเวชกรรมป้องกันโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี ดำเนินการสอบสวนโรค และค้นหาผู้สัมผัสความเสี่ยงสูง และนำผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงเข้ารับการกักกัน และเก็บเชื้อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยต้องจัดแบ่งกำลังพลเป็น 3 กลุ่ม คือ

ผู้ที่กักตัวที่อาคารรับรองสัตหีบ จำนวน 210 นาย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กำลังพลกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง จำนวน 9 นาย กักตัวสังเกตอาการระหว่าง 10-24 ม.ค.64 ได้ทำการตรวจหาเชื้อ ผลตรวจไม่พบเชื้อ 2.กำลังพลกลุ่มที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จำนวน 201 นาย กักตัวที่อาคารรับรอง ฐานทัพเรือสัตหีบ สังเกตอาการระหว่าง 11-25 ม.ค.64 ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด ผลตรวจทุกนายไร้การติดเชื้อ



ส่วนกำลังพล 60 นาย ที่กักตัวบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ก็ไม่พบการติดเชื้อ แต่ผู้บังคับบัญชาให้เข้ายามรักษาการณ์ และให้ปฏิบัติงานได้ตามปกติ แต่ยังต้องอยู่บนเรือ 14 วัน

ทั้งนี้ "พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์" ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ลงมากำชับด้วยตัวเอง พร้อมมอบนโยบายในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ทั้งในส่วนกองบัญชาการ หน่วยที่อยู่บนบก และหน่วยเรือ โดยให้เรือหลวงจักรีนฤเบศรรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดอย่างเข้มงวด ทั้งกำหนดช่องทางขึ้นลงเรือ และต้องผ่านจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยสบู่ หรือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ล้างพื้นรองเท้าโดยต้องเหยียบบนถาดใส่น้ำยาฆ่าเชื้อ

เว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ตามมาตรการ Social Distancing สวมแมสก์ตลอดเวลาบนเรือ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อภายในเรือ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าภายในตัวเรือ โดยติดตั้งจุดพ่นแอลกอฮอล์ภายในตัวเรือ เพื่อไม่ให้เชื้อติดมือในระหว่างการเปิดประตู

ที่สำคัญต้องรายงานตนเองผ่าน Google Form เพื่อบันทึกไทม์ไลน์กำลังพลเรือทุกวัน วันละ 1 ครั้ง การรับประทานอาหารสำหรับชุดคนเดียว งดรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ประกอบเลี้ยงอาหารแบบจานเดียวและต้องปรุงสุกผ่านความร้อน ทำความสะอาดภายในตัวเรือทุกๆ 15 วัน ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อห้องครัว ห้องอาหารทุกวัน

ทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นที่แถวและพื้นที่คัดกรองทุกวัน ฆ่าเชื้อที่มือจับประตูทุกๆ 3 ชั่วโมง อบรมและให้ความรู้ต่อกำลังพลต่อเนื่อง สร้างการรับรู้อันตรายจากการแพร่ระบาดในวงกว้าง จัดทำแผนรองรับกำลังพลที่อาจต้องถูกกักตัวเอง และการส่งกำลังบำรุงให้กับกำลังพลให้สามารถผ่านช่วงเวลาดังกล่าวได้ โดยให้หน่วยงานในกองเรือยุทธการ รวมถึงเรือหลวงทุกลำป้องกันไวรัสโควิด-19 เพื่อให้มีความปลอดภัยต่อกำลังพล


และแม้ 15 มาตรการที่ "พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน" ผบ.ทร. เคยนำออกมาใช้และย้ำเป็นคำสั่งในส่วนกองทัพเรือ เพื่อรับมือการระบาดของโควิดรอบใหม่ โดยกำลังพลหลายส่วนปฏิบัติตามได้อย่างบรรลุผล แต่จะมีเพียงส่วนน้อยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเข้ามาสู่กองทัพ ทำให้มาตรการที่ออกมาต้องสั่งเข้มข้นกว่านี้ เพื่อเป็นบทพิสูจน์ให้หลายภาคส่วนได้เห็นว่า "กองทัพ" การ์ดไม่ตก รับมือโควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม

พร้อมกันนี้คำสั่งเด็ดขาดจาก "แม่ทัพเรือ" ห้ามทุกหน่วยงานทุกสังกัด งด เลื่อนกิจกรรมที่ต้องรวมกลุ่มคนจำนวนมากทั้งหมด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งปรับระบบการทำงานของกำลังพลเป็น Work from Home (WFH) โดยมีเพียงหน่วยกำลังรบ หน่วยงานช่วยเหลือประชาชน ให้ดำเนินมาตรการป้องกันในหน่วย และคงความพร้อมในการปฏิบัติการสูงสุด

ที่สำคัญให้กำลังพลทั้งหมดจะต้องยึดถือมาตรการป้องกันเข้มข้น ในเรื่องกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ การเว้นระยะห่างทางสังคม การฆ่าเชื้อ วัดอุณหภูมิก่อนเข้าหน่วย และการใช้หน้ากากอนามัย โดยที่กำลังพลทุกคน ต้องมีบันทึกสถานที่ที่เดินทางไปในแต่ละวัน และให้หน่วยเหนือแต่ละระดับรวบรวมเก็บไว้ เพื่อที่กรณีมีปัญหา จะได้ติดตามประวัติได้โดยง่าย

"ทหารเรือทุกนายจะต้องงดการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโควิด ยกเว้นไปปฏิบัติราชการจำเป็น โดยที่ทุกหน่วยสนับสนุนให้กำลังพลใช้ App ไทยชนะ หรือ หมอชนะ ในการเข้าสถานที่ต่างๆ โดยให้ผู้บังคับหน่วยตรวจและสังเกตอาการ เป็นไข้ ไอแห้ง เจ็บคอ ลิ้นไม่รู้รส ของกำลังพลในสังกัดลงไป 1 ระดับชั้น ให้ลงไปถึงกำลังพลคนสุดท้ายของ ทร. โดยดำเนินการทุกวัน หากผิดปกติให้รีบส่งตรวจทันที"

เนื่องจาก กองทัพเรือ เป็นหน่วยที่ได้จัดส่งกำลังพลร่วมกับ ศปม. ฉะนั้นทหารทุกนายจะต้องติดตามสถานการณ์ และมาตรการของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง และหากได้รับการประสานขอรับการสนับสนุน ให้ดำเนินการอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าการระบาดโควิด-19 ระลอกนี้ได้ลุกลามไปแล้ว 59 จังหวัด ขณะที่ 5 จังหวัดทาง ศคบ.มีมติยกระดับให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เพราะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว และส่วนใหญ่อยู่ในที่ตั้งของหน่วยกองทัพเรือเป็นหลักทั้งสิ้น

ดังนั้นฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วย สาธารณสุข และฝ่ายปกครอง จะต้องเข้าไปกระชับพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ เพื่อดูแลไม่ให้มีการแพร่กระจายของโรค โดยจะต้องเข้มงวด ตรวจตรา เพื่อป้องกัน สกัดกั้น โดยเฉพาะคนที่อยู่ใน 5 จังหวัดนี้จะถูกแทนที่ด้วยสีแดง เพื่อให้เห็นความแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ ที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม

ดังนั้นจึงถือเป็นบทพิสูจน์และท้าทายของผู้นำ "กองทัพเรือ" ในยุค "พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน" ที่จะโชว์ฝีมือในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ในฐานะ "แม่ทัพเรือ" ที่จะลงมาดูแลประชาชน และในฐานะ ผบ.หน่วยที่จะต้องปัดกวาดบ้านให้ปลอดจากโควิดนับจากนี้

และเชื่อว่าภายใต้การบังคับบัญชาของ "บิ๊กอุ้ย" ที่สวมหมวก "ผอ.ศปม.ทร." และ "รองหน.ศปม." จะสามารถฝ่าฟันคลื่นลมทุกอย่าง เพื่อนำประเทศไทยมาสู่ความเข้มแข็ง.


ผู้เขียน : คชสีห์ 88

การฟิก : sathit chuephanngam

อ่านเพิ่มเติม...

ติดตามประเด็นข่าว

โควิด-19

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19special contentเรือหลวงจักรีนฤเบศรโควิดระบาดโควิดระลอกใหม่กองทัพเรือข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564 เวลา 03:44 น.