พล.อ.ประวิตร ประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ กำชับระดมเร่งแก้ไขและบรรเทาน้ำท่วม จ.ยะลาและปัตตานี พร้อมวางแผนล่วงหน้ารับมือช่วงแล้ง โดยพบทำนาปรังมากกว่าแผนแล้ว

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ กอนช. ผ่านออนไลน์ ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อาคารจุฑามาศ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่าง จ.ยะลาและปัตตานี ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนและระดมสรรพกำลัง เครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ วันนี้ได้ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2563 เพื่อเร่งฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้รับผลกระทบและหามาตรการเชิงป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ทั้งการเร่งรัดบูรณาการแผนงานและงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น ได้แก่ ซ่อมอาคารบังคับน้ำ ขุดลอก ซึ่งบางส่วนหน่วยงานได้ปรับแผนงาน เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเบื้องต้นแล้ว

ผู้อำนวยการ กอนช. กล่าวต่อว่า อีกส่วนที่มีความจำเป็นและงบปกติไม่เพียงพอ สทนช.เตรียมรวบรวมแผนงานโครงการเสนอขอรับงบกลางปี 2564 ในเร็วๆ นี้ รวมถึงเร่งแผนระยะกลางและระยะยาวในการศึกษา สำรวจและออกแบบโครงการแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ โครงการบรรเทาอุทกภัย และก่อสร้างอาคารควบคุมน้ำ เพื่อเก็บกักไว้ใช้ในฤดูแล้ง

สำหรับการเตรียมรับมือกับปัญหาภัยแล้งปี 2563/64 นั้น ที่ประชุมได้ติดตามสรุปผลการดำเนินงานตาม 9 มาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2563/64 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2563 เป็นผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 พ.ย.2563 – 7 ม.ค.2564 พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามแผน โดยก่อนหมดฝนอ่างเก็บน้ำทุกขนาดสามารถรับน้ำได้เพิ่มขึ้น 527 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) การจัดหาแหล่งสำรองน้ำดิบในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยในเขตบริการ ยังไม่มีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภค-บริโภค ขณะที่นอกเขตบริการ กปภ. พบสถานการณ์ขาดแคลนน้ำแล้วพร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือบางพื้นที่

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ในส่วนของการปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำนั้น ขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์พร้อมสำหรับการขึ้นบินในพื้นที่เป้าหมาย โดยตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ จ.นครสวรรค์ และมีกำหนดรายงานผลการปฏิบัติการประจำทุกเดือน

ขณะที่การกำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้งของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง ปัจจุบันมีผลการจัดสรรน้ำสะสมแล้วรวม 3,603 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 31% ของแผน มีอ่างเก็บน้ำถึง 10 แห่ง ที่มีการจัดสรรน้ำเกินแผน ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องสถานการณ์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนตลอดฤดูแล้งนี้ ถึงต้นฤดูฝนหน้าด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนการวางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง กรมชลประทานและกรมส่งเสริมการเกษตร รายงานว่าปัจจุบันพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศ 4.55 ล้านไร่ จากแผน 5.64 ล้านไร่ โดยมีจังหวัดที่เพาะปลูกนารอบที่ 2 มากกว่าแผนแล้ว 29 จังหวัด ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต้องมีมาตรการควบคุมการเพาะปลูกไม่ให้ขยายวงกว้างให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแม่น้ำสายหลัก 4 สาย กอนช.ได้ติดตามเฝ้าระวังพร้อมมีมาตรการควบคุม เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพน้ำประปา โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำทะลุหนุนสูงที่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างในช่วงกลางเดือนนี้ ที่สำคัญได้เน้นย้ำหน่วยงานภายใน กอนช.เร่งสร้างการรับรู้ความก้าวหน้าตาม 9 มาตรการหลักให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเข้าใจและร่วมมือป้องกันผลกระทบช่วงฤดูแล้งเป็นไปตามแผนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในส่วนที่ผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผน ได้มอบหมายให้หน่วยงานเสนอมาตรการแก้ไขที่เหมาะสมให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ด้าน นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ ยังได้ติดตามขับเคลื่อนโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการสำคัญใน จ.เพชรบุรี ปี 2565–2566 ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความจุได้ 21.13 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 61,610 ไร่ และ 41,990 ครัวเรือน โดยเห็นชอบให้กรมชลประทาน
เร่งรัดเตรียมความพร้อมและจัดลำดับความสำคัญโครงการสำคัญในพื้นที่ และให้กรมเจ้าท่าจัดทำแผนหลักงานขุดลอกบริเวณตอนปลายของแม่น้ำเพชรบุรีสายหลัก โดยขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป

ส่วนการดำเนินการโครงการบรรเทาอุทกภัย จ.เพชรบุรีตอนล่าง ได้ให้กรมชลประทานเร่งรัดดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการใช้ที่ดินและด้านแบบ เพื่อก่อสร้างและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเฉพาะพื้นที่ระบายน้ำก่อนออกสู่ทะเล พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการแก้ไข เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า รองนายกฯ กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตามทุกข้อสั่งการของ กอนช. ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด รวมถึงเร่งดำเนินการทั้งโครงการ เพื่อแก้ไขบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้อย่างทันท่วงที.