“ชวน” ยังรอฝ่ายค้านเปลี่ยนใจร่วมวง สมานฉันท์ “ก้าวไกล” หยันแค่เห็นชื่อ ก็ล่มแต่แรก ซัดรัฐไม่เลิกคุกคาม ไล่จับคนเห็นต่าง ปรองดองไม่เกิด “บิ๊กตู่” กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคดีฟันพวกบิดเบือน จาบจ้วง “พุทธิพงษ์” เด้งรับบี้คดีโพสต์หมิ่นสถาบัน ปอท.ขีดเส้นตาย 14 ม.ค. “เพนกวิน-รุ้ง” ไม่ยื่นชี้แจง ข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่งสำนวนให้อัยการทันที ประธานสภาฯเผยญัตติซักฟอกยังไม่ถึงมือ “บิ๊กป้อม” เมินฝ่ายค้านล็อกเป้าถล่ม 3 ป. คุยฝ่ายค้าน รู้จักกันทั้งนั้น ยันไม่ได้ทำอะไรผิด “พิธา” สอนเชิงรัฐ เยียวยาโควิดเดือนละ 3 พันถ้วนหน้ายกเว้น ขรก. เพิ่ม ชดเชยสถานประกอบการถูกสั่งปิดจาก 50 เป็น 75 เปอร์เซ็นต์ นายกฯการันตีมีเงินกู้เหลือเพียบ 4.9 แสนล้าน
จากกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกวิกฤติประเทศ โดยไม่มีฝ่ายค้านเข้าร่วม ขณะที่ฝ่ายค้านระบุฝ่ายรัฐยังไม่หยุดคุกคาม ไล่จับกุมผู้เห็นต่าง การปรองดองคงไม่เกิดขึ้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีการเผยแพร่ข้อความเป็นเท็จ บิดเบือนหรือจาบจ้วงสถาบันฯ
นายกฯคอนเฟอเรนซ์ถก ครม.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เชื่อมไปยังทุกกระทรวง ก่อนการประชุมคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เข้าพบนายกฯประชาสัมพันธ์เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 65 ประจำปี พ.ศ.2564 แบบ “New Normal” พร้อมมอบดอกกล้วยไม้ ดอกไม้ประจำวันครูและซีดีเพลง “เทิดเกียรติคุณครู” ให้นายกฯประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันครูออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “พลังครูไทยวิถีใหม่ ฉลาดรู้เท่าทันดิจิทัล” สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19
...
ลั่นฟันทุกเรื่องที่บิดเบือน–จาบจ้วง
ต่อมาเวลา 13.50 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังประชุม ครม.ถึงการมอบหมายให้นายบรรสาน บุนนาค รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง และนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการต่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการเผยแพร่ข้อความที่เป็นเท็จ หรือบิดเบือนและการโพสต์ข้อความจาบจ้วงสถาบัน เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดี เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ว่า ตรงนี้ไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพราะมีหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะเร่งรัดกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ทำทุกเรื่องนั่นแหละ”
ให้มั่นใจเงินกู้สู้โควิดอื้อ 4.9 แสนล้าน
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-O-cha ตอนหนึ่งว่า เรื่องที่ต้องขอย้ำรัฐบาลมีเงินเพียงพอดูแลเศรษฐกิจในรอบการระบาดใหม่นี้ เพราะเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา ฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 เราใช้ไป 5 แสนกว่าล้านบาท ยังเหลือประมาณ 4.9 แสนล้านบาท และเรายังมีงบฯกลางของงบฯปี 64 อีกประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งใช้ในกรณีฉุกเฉิน และเร่งด่วนรวมกันแล้ว 6 แสนล้านบาท เรื่องเงินเราไม่มีปัญหาจะใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพตรงจุดและทันกาล ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ
“บี” ขีดเส้น 14 ม.ค. “กวิ้น–รุ้ง” ส่งอัยการ
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า หลังจากได้เร่งรัดคดีไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้โพสต์ข้อความและภาพไม่เหมาะสม เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างจริงจัง เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.รายงานความคืบหน้าว่าจากเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.63 ได้เชิญนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎรมารับทราบข้อกล่าวหาตามฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทั้งสองคนแจ้งความประสงค์จะให้การเป็นหนังสือ พนักงานสอบสวนกำหนดให้ยื่นภายในวันที่ 14 ม.ค. หากไม่ยื่นมาถือว่าสละสิทธิ์ชี้แจงข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที บก.ปอท.จะยังเร่งสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายกับผู้ถูกพิสูจน์ตัวตนได้แล้วอีกกว่า 20 รายตามลำดับต่อไป
จี้ปิดกั้น 9 พันข้อความอ่อนไหว
นายพุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ปท.) กระทรวงดีอีเอส ได้รายงานการยื่นคำสั่งศาลไปยังแพลตฟอร์มต่างชาติด้วย ทั้ง Facebook YouTube Twitter และเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อขอให้ปิดกั้นการเข้าถึงข้อความที่ไม่เหมาะสม รวม 8 ชุด จำนวนทั้งสิ้น 9,192 รายการ ปิดแล้ว 5,308 รายการ คงเหลือ 3,884 รายการ และยังคงทำอย่างต่อเนื่อง
“บิ๊กป้อม” เมิน 3 ป.เป้าซักฟอก
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีชื่อตัวเองหรือไม่ว่า ตนไม่รู้ และไม่ทราบ เมื่อถามว่ามั่นใจการทำงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ผมไม่ได้ทำอะไรนี่ ทำอะไรไม่ผิดนี่” เมื่อถามว่าฝ่ายค้านล็อกเป้าพุ่งประเด็นปล่อยให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาผิดกฎหมาย และลักลอบเปิดบ่อนการพนัน จนเกิดการแพร่ระบาดของโควิดรอบใหม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สามารถชี้แจงได้ ส่วนที่เขาล็อกเป้าไปที่ 3 ป.ไม่เป็นไร ต่างคนต่างมีหน้าที่เตรียมการของตัวเอง แต่ละคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาข้อมูลอะไรมาดู
บอกฝ่ายค้านรู้จักกันทั้งนั้น
เมื่อถามว่าชื่อ พล.อ.ประวิตรมักจะหลุด เมื่อถึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรมีพันธมิตรในพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็รู้จักกันทั้งนั้น เมื่อถามว่าเป็นเหตุทำให้ชื่อ พล.อ.ประวิตรหลุดออกจากการถูกอภิปรายทุกครั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่าไม่รู้จะไปรู้ได้อย่างไร ถ้าสื่อรู้ก็บอกตนหน่อย
“ชวน” บอกยังไม่ได้รับญัตติซักฟอก
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยของห้องประชุมสุริยัน เตรียมพร้อมการประชุม ส.ส.สัปดาห์หน้า หลังงดประชุมไป 2 สัปดาห์ มีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด เช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อที่เก้าอี้ ส.ส. ไมโครโฟน ดูดฝุ่นห้องประชุม นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า สัปดาห์หน้าจะหารือกับตัวแทนผู้นำฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แจ้งให้ทราบว่าจะประชุมสัปดาห์หน้า จะขอความร่วมมือ ส.ส.ให้นำผู้ติดตามมาเพียงท่านละ 1 คน เพื่อลดความแออัด กำชับฝ่ายดูแลประตูทางเข้าคุมเข้ม ไม่สวมหน้ากากอนามัยไม่ให้เข้าเด็ดขาด ส.ส.จากพื้นที่เสี่ยงไม่ได้ห้ามเดินทางเข้ามา แต่หากจังหวัดใดมีปัญหารุนแรงให้ทำเรื่องขออนุญาตเข้ามา ฝ่ายแพทย์ของรัฐสภาจะมีเครื่องตรวจหาเชื้อโควิดโดยเฉพาะ รู้ผลได้ใน 15 นาที เชื่อว่าคงไม่มีหรือมีก็ส่วนน้อย ส่วนใหญ่คงเดินทางมาได้ จากนี้จะประชุมเพิ่มวันศุกร์ทุกสัปดาห์ ยกเว้นเป็นวันหยุดพิเศษ การขยายสมัยประชุมวิสามัญก็เป็นไปได้ ส่วนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่จะยื่นสิ้นเดือน ม.ค.ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ยังไม่เสนอเรื่องเข้ามา มีเวลาถึงวันที่ 28 ก.พ. สิ้นสุดสมัยประชุม และสภาฯเตรียมพร้อมไว้แล้ว
ฝ่ายค้านร่วมสมานฉันท์ได้ทุกเวลา
นายชวนกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสมานฉันท์ จะประชุมนัดแรกวันที่ 18 ม.ค.ว่า จะขอเข้าร่วมประชุมนัดแรก เพื่อแจ้งให้คณะกรรมการรับทราบถึงที่มาว่าคณะกรรมการมาจากการเสนอของสมาชิกรัฐสภา ยังได้เสนอแนะว่าสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ ให้มีสื่อมวลชน 1 คน ได้ปรึกษาหารือกับสื่อมวลชนอาวุโส เสนอให้คนที่มีตำแหน่งอยู่มาเป็นกรรมการ เช่น นายกสมาคมฯเป็นต้น เชื่อว่าสื่อมวลชนจะช่วยกระจายความเป็นจริงในที่ประชุม ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่เป็นเลิศ แต่การหารือกันเป็นประโยชน์มากกว่าไม่ทำอะไรเลย “ฝ่ายค้านเข้าร่วมได้ทุกเวลา เรียนกับท่านผู้นำฝ่ายค้านไปว่าเรื่องสัดส่วนฝ่ายค้านที่เห็นว่าไม่ยุติธรรม ไม่เกี่ยวกัน เพราะไม่ใช่ว่าลงมติใครแพ้ชนะ แต่เป็นการระดมความคิด เพื่อลดความขัดแย้งในบ้านเมือง จะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ทำได้” นายชวนกล่าว
กก.ซัดไม่เลิกคุกคาม ปรองดองล่ม
น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกวิกฤติประเทศ โดยไม่มีฝ่ายค้านร่วมว่า ดูแล้วไม่ค่อยเอื้อต่อการปรองดองอย่างแท้จริง แค่เริ่มต้นดูเหมือนจะล่มแล้ว เมื่อรัฐยังไม่หยุดคุกคาม ไล่จับ ไล่ฟ้องผู้เห็นต่าง ตั้งข้อหาผู้ชุมนุมโดยไร้หลักแห่งความยุติธรรม นี่ไม่ใช่บรรยากาศการสร้างความปรองดอง รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ถ้าไม่ยุติการคุกคาม-ยุติการฟ้องร้อง-ยุติการจับกุม ผู้เห็นต่าง ไม่สามารถนำไปสู่การพูดคุยสร้างการปรองดองได้เลย ต้องเปิดพื้นที่ปลอดภัย รับฟังข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกฯลาออก การปฏิรูปสถาบัน ทุกเรื่องต้องถูกนำมาพูดคุยกันได้ ย้อนไป 10 ปี เรามีคณะกรรมการสมานฉันท์มาหลายชุดมาก ใช้งบฯกว่า 1.3 พันล้านบาท ข้อเสนอถูกนำไปขึ้นหิ้งไว้ ยังเป็นคำถามว่าจะช่วยหาทางออกให้กับประเทศได้จริงหรือไม่
“พิธา” ชงเยียวยา 3 พันบาทถ้วนหน้า
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงมาตรการเยียวยาโควิด-19 ที่รัฐบาลนำไปใช้ได้ทันทีมีดังนี้ 1.ทบทวนมาตรการการควบคุมโรคของแต่ละจังหวัดโดยเร่งด่วน 2.เร่งช่วยเหลือถ้วนหน้า 3,000 บาทต่อเดือน (สำหรับอายุ 18 ปีขึ้นไป ยกเว้นข้าราชการ) 3.เยียวยาเพิ่มเติมกลุ่มเดือดร้อนมากเป็นพิเศษจากโควิด และจากมาตรการของภาครัฐ 3.1 ต้องช่วยเหลือค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าเช่าให้ประชาชน ในจังหวัดที่ถูกควบคุมระดับเข้มงวดสูงสุด 3.2 ชดเชยสถานประกอบการที่ถูกขอความร่วมมือให้หยุดกิจการราว 6,098 แห่งใน 28 จังหวัดที่ถูกสั่งปิดเพิ่มจาก 50% เป็น 75% ใช้งบเพิ่มจาก 2,321 ล้านบาทเพิ่มเป็น 3,481.5 ล้านบาท โดยตั้งต้นงบฯไว้ราว 4,000-5,000 ล้านบาท เพราะอาจมีสถานประกอบการที่มาลงทะเบียนเพิ่ม
ถึงเวลา รบ.ยื่นมือเข้าช่วย ปชช.
นายพิธากล่าวว่า 3.3 ควรมีมาตรการพยุงการจ้างงานสำหรับธุรกิจที่รายได้ลดลงช่วงโควิดมุ่งเน้นจังหวัดที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก เช่น 5 จังหวัดแดงเข้มและ กทม. เสนอให้ใช้เกณฑ์พิจารณาให้โดยดูจากรายได้การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ลดลง ชดเชยที่ 50-75% มีเพดานไม่เกิน 7,500 บาทต่อราย 4.ต้องมีโครงการ Soft-loan สำหรับธุรกิจขาดสภาพคล่องและพักชำระหนี้ สูงสุด 2 ปี อาจใช้โมเดลแบบการฟื้นฟูช่วงที่เกิดสึนามิ ปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารและธนาคารของรัฐ มาตรการเยียวยาทั้งหมดคิดมาละเอียดรอบคอบ บนพื้นฐานเป็นไปได้ทางการคลังทั้งสิ้น หากเป็นรัฐบาลของประชาชน ไม่ควรรั้งรอ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องยื่นมือเข้าไปช่วยพวกเขาบ้าง
แขวะลอกการบ้านเก่าแถมน้อยลง
น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาพรวมการแก้ปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาลตั้งแต่ระบาดและการออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจล่าช้า อยู่ในกรอบมาตรการเดิมๆ อย่างโครงการเราชนะ แจกเงินเยียวยา 3,500 บาท 2 เดือน ลอกการบ้านเก่ามาแถมน้อยกว่าเดิมเพิ่มเติมคือความจน ควรเร็วกว่านี้คนไทยมองไม่เห็นอนาคต พรรคเพื่อไทยเห็นว่าช่วงระบาดโควิด-19 ควรรื้อโครงสร้างการผลิตใหม่ เน้นเพิ่มทักษะแรงงาน การเรียนรู้เทคโนโลยี ขอให้รัฐใช้มาตรการจูงใจลดภาษีให้ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าปลอดเชื้อโรคโควิด-19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริมการส่งออกทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาหารโลก การเยียวยาภาพรวมต้องครอบคลุมถึงกลุ่มเปราะบาง ไม่ใช่สุ่มชิงโชคให้ลงทะเบียนรับสิทธิ เพราะคนเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีมีมาก ความยุติธรรมในยามวิกฤติคือการเยียวยาคนอ่อนแอให้ได้รับสิทธิทุกคน เช่น คนแก่ คนตกงาน ผู้เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี
หวดนายกฯแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส. ชลบุรี หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงการแก้ปัญหาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบสองว่า ถามว่านายกฯรับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ แล้วปล่อยให้มีบ่อนการพนันผุดราวดอกเห็ด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯรับผิดชอบแรงงาน แต่หน่วยไหนปล่อยให้มีแรงงานเถื่อนทะลักเข้าประเทศ ทั้งบ่อนการพนันและแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง คือต้นตอการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด แล้วต้องโทษคนรับผิดชอบใช่หรือไม่ แก้ไขปัญหาตรงจุด ถูกที่คันหรือไม่ อย่าโทษประชาชน ทุกครั้งที่มีปัญหาบ่อนพนัน แก้ด้วยการย้ายตำรวจ ย้ายข้าราชการเข้ากรุ พอข่าวเงียบก็ย้ายกลับ ไม่เคยเห็นตำรวจใหญ่ถูกลงโทษ ลูบหน้าปะจมูกหรือไม่ วงการตำรวจรู้ดีว่าส่งส่วยให้ใคร ข้อมูลของภาคเอกชนระบุว่าแรงงานต่างด้าวเถื่อนที่เข้าออกประเทศไทย มีมูลค่าใต้ดินสูงปีละหมื่นล้าน ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุดถอนรากถอนโคน อย่าผลักภาระให้ประชาชน เหมือนไม่รับผิดชอบ
ครม.ไฟเขียวจัด ลต.เทศบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในที่ประชุม ครม.รับทราบตามที่ กกต.เสนอการเลือกตั้งท้องถิ่น โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานความพร้อม จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับเทศบาล เบื้องต้นกำหนดให้มีขึ้นวันที่ 21 มี.ค.64 โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ สอบถามว่า สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 กระทบการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงว่า ขณะนี้ถือว่าควบคุมได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวเสริมว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.ที่ผ่านมามีมาตรการเข้มงวดและไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 จากการเลือกตั้ง อบจ. โดยเอกสารชี้แจงของ กกต.ระบุว่างบฯเลือกตั้งเทศบาล อบต.และเมืองพัทยา อยู่ที่ 8,657 ล้านบาท ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 331 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.และกระทรวง มหาดไทย เสนอที่ประชุม ครม.รับทราบกำหนดไว้ 2 วัน คือวันที่ 21 มี.ค. และวันที่ 28 มี.ค.เป็นไปได้ที่ กกต.จะประชุมประกาศกำหนดการเลือกตั้งวันที่ 1 ก.พ. และกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 28 มี.ค.เป็นวันเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้งเทศบาลที่จะมีขึ้น 2,472 แห่ง แบ่งเป็นเทศบาลนคร 30 แห่ง เทศบาล เมือง 195 แห่ง และเทศบาลตำบล 2,247 แห่ง
สมช.แจงม็อบปรับวิธีเน้นเชิงสัญลักษณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยังได้รายงานสถานการณ์ทางการเมือง พร้อมประเมินการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรว่า ขณะนี้มีการปรับรูปแบบ ไม่ใช้คนหมู่มาก แต่เปลี่ยนไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการลักลอบฉีดพ่นสเปรย์ตามสถานที่ต่างๆ ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่รัฐบาลแล้ว อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายของการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปรารภตอนหนึ่ง “ฟ้าลิขิตให้เรามาอยู่ตรงนี้ ขอบคุณคณะรัฐมนตรีทุกคนที่ช่วยกัน รัฐบาลเป็นประชาธิปไตย โชคดีที่มีการเลือกตั้งเข้ามา ถ้าเป็น คสช.คงโดนโจมตีเยอะกว่านี้”