“อนุทิน” ตั้งคำถาม หลังยังพบการระบาดและติดเชื้อโควิด-19 จากกลุ่มคนทำผิดกฎหมาย ลั่น ต้องไม่ได้สิทธิเท่าสุจริตชน เตรียมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันการทำผิดโดยไม่รับผิดชอบ

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 9 ม.ค. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กว่า เช้าถึงเที่ยงวันนี้เข้าประชุมกับคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขด้วยความไม่สบายใจ คณะแพทย์พูดถึงเรื่องการลักลอบเล่นการพนันที่ยังมีอยู่ ซึ่งตำรวจจับได้ตามข่าว และการเข้ามาของคนไทยที่มีอาการป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ชายแดนแม่สอด จ.ตาก ถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และยังมีอีก 200-300 คน ที่ลักลอบข้ามแดนออกไปทำงานในบ่อน รอกลับเข้ามาเพราะบ่อนปิดและมีอาการป่วย

ทั้งนี้ ได้ตั้งคำถามกับที่ประชุมว่า กับผู้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งเล่นการพนัน ลักลอบข้ามแดนไปมาแล้วป่วย โรงพยาบาลต้องเสียเงิน เสียทรัพยากร เสียกำลังคนไปดูแลคนเหล่านี้ และต้องจำกัดเวลาให้บริการประชาชนทั่วไป ต้องเลื่อนนัดทั้งตรวจรักษา ผ่าตัด รับยา งบประมาณที่ควรจะไปดูแลรักษาประชาชนทั่วไป ต้องมาใช้ดูแลคนทำผิดกฎหมายเหล่านี้อีกนานและมากแค่ไหนยังไม่รู้ ประชาชน คนทำมาหากินสุจริต ร้านค้า ร้านอาหาร ผู้ประกอบการธุรกิจ จะต้องเสียเงิน เสียรายได้ เสียโอกาสการทำงานและการมีงานทำไปอีกนานเท่าไร

...

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้ยกข้อกฎหมายโรคติดต่อ มาตรา 41 และ 42 ที่กำหนดไว้ชัดว่า คนที่เป็นเจ้าของพาหนะหรือนำผู้ป่วย ผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อโรค รวมทั้งผู้เดินทางเข้ามาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกักตัว เฝ้าระวังอาการ ดูแล รักษาพยาบาล รวมถึง การป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และการส่งเสริมภูมิคุ้มกันโรค คนที่พาเข้ามา และตัวเอง โดยที่รัฐไม่ต้องจ่ายให้ แต่ก็ถูกแย้งว่าไม่สามารถทำได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 กำหนดไว้ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกัน และขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

“คำถามคือ รัฐควรจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้กระทำผิดกฎหมายเหล่านี้ หรือหากต้องจ่ายก็น่าจะต้องเรียกเก็บจากผู้ที่นำเชื้อโรคเข้ามา ทั้งผู้ป่วยและผู้จัดหานำเข้ามา จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ ผมจะนำเรื่องนี้ไปประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางฏิบัติ ป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่มีความรับผิดชอบ เพราะคิดว่าเมื่อป่วยรัฐมีหน้าที่ต้องรักษาให้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกต่อไป คนทำผิดต้องไม่ได้รับสิทธิเท่าสุจริตชน”