"พิธา" เสนอแนวทาง "4 สิ่งต้องสะสาง-5 สิ่งที่ต้องทำ" กู้วิกฤติโควิด-19

ข่าว

    "พิธา" เสนอแนวทาง "4 สิ่งต้องสะสาง-5 สิ่งที่ต้องทำ" กู้วิกฤติโควิด-19

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ม.ค. 2564 20:30 น.

    พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดอภิปรายออนไลน์ เสนอแนวทางกู้วิกฤติโควิด-19 มั่นใจแก้ปัญหาด้วย 4 สิ่งต้องสะสาง-5 สิ่งที่ต้องทำ พร้อมผลักดันให้เกิดการประชุมออนไลน์สภาฯ

    วันที่ 6 ม.ค.64 เมื่อเวลา 19.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การเเพร่ระบาดโคโรนาไวรัส 2019 ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ส่วนตัว โดยระบุว่า เป็นที่น่าเสียดายที่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถดำเนินการจัดการประชุมสภาได้ตามปกติ ทำให้พวกเราไม่สามารถพูดแทนพี่น้องประชาชน หรือไม่สามารถพิจารณากฎหมายสำคัญได้ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้นิ่งนอนใจ และคำนึงถึงปากท้องเเละภาษีของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ในเบื้องต้นจึงจะผลักดันให้เกิดการประชุมออนไลน์ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้กลไกของรัฐสภาแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้

    นายพิธา กล่าวต่อไปว่า ตนขออภิปรายแบบออนไลน์ครั้งเเรกภายใต้สถานการณ์การเเพร่ระบาดของโควิดที่เกิดขึ้น รัฐบาลภายใต้การบริหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมไปศูนย์บริหารสถานการเเพร่ระบาดโควิด-19 (ศบค.) ได้บริหารสถานการณ์อย่างล้มเหลว ผิดทิศผิดทาง และโยนความรับผิดชอบให้กับประชาชน ข้าราชการชั้นผู้น้อย โดยมีปัญหาที่ยังไม่ได้รับการสะสางให้ชัดเจน 4 ประเด็นหลักคือ

    ประเด็นเเรก ธุรกิจสีเทา เรื่องแรก คือ บ่อนการพนันซึ่งเป็นหนึ่งในต้นตอในการเเพร่ระบาดของไวรัสระลอกนี้ ถึงตอนนี้ยังไม่สามารถเอาผิดกับต้นตอและหาสาเหตุของการหละหลวมได้ อีกเรื่องหนึ่งคือ การจัดการต้นตอของปัญหาเเรงงานต่างชาติอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การเข้าถึงระบบสาธารณสุขและเพื่อปฏิรูปฐานเเรงงานในอนาคตหลังโควิดเบาบางลงได้

    ประเด็นที่สอง การจัดหาวัคซีน ซึ่งยังไม่ครบตาม 60-80% ตามที่ WHO แนะนำ และยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องเทาๆ ที่ยังคลุมเครือ ซึ่งหากบริหารวัคซีนไม่ดีพอก็จะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจเเละคุณภาพชีวิตประชาชนของประเทศ ซึ่งการจัดหาวัคซีนจะเป็นหรือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะหยุดวิกฤติโควิดครั้งนี้ได้


    ประเด็นที่สาม การควบคุมการระบาดระลอก 2 ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อมีอัตราสูงกว่าครั้งเเรกถึง 3 เท่า แต่จากวิธีการที่นำมาใช้ทำให้รู้ว่ารัฐบาลยังไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการสื่อสารและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ต้องสื่อสารกับประชาชนคือ ให้ตระหนักถึงความสำคัญเเต่ไม่ตระหนก ซึ่งหากเรายังควบคุมการระบาดไม่ได้ เศรษฐกิจของประเทศจะได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างมหาศาล

    ประเด็นสุดท้าย คือ การบริหารงบประมาณในระยะสั้นคือนำ พ.ร.ก.เงินกู้ที่ยังเหลือในครั้งเเรกมาใช้ในการเยียวยา ระยะกลางคือการเกลี่ยก่อนกู้ เพื่อเป็นกระจายงบประมาณที่ได้นำมาจัดสรรใช้ในทุกส่วนอย่างเท่าเทียม ระยะยาวก็คือการจัดทำงบประมาณก้อนใหม่ โดยในเดือนมกราคมเป็นเดือนเริ่มจัดทำงบประมาณปี 2565 ซึ่งเมื่อวานนี้กรอบของงบประมาณปี 65 ออกมาเเล้วว่าอยู่ที่ 3.1 ล้านล้านบาท สิ่งที่ต้องทำคือจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่ตอบโจทย์ของประชาชน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมกับประเทศที่กำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤติ ไม่ใช่การบริหารเเละจัดสรรงบประมาณแบบเดิม ที่เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “สิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอ นอกจากการหาคนผิดมารับผิดอย่างจริงจัง ที่ไม่ใช่เเค่การโยกย้ายตำเเหน่ง อย่างในเคสสนามมวยลุมพินีในการระบาดครั้งเเรก ในเรื่องยุทธศาสตร์เราจะต้องเปิด one stop sevice และนิรโทษกรรม ตาม พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 เพื่อให้มีการเปิดขึ้นทะเบียน ตรวจสุขภาพ เเละให้ที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องกันเเละดูเเลเเรงงานข้ามชาติ ต้องมีการปฏิรูปเเรงงานต่างด้าวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อควบคุม เพิ่มประสิทธิภาพในการดูเเล เเละเพื่อเพิ่มเเรงงานเข้าสู่ระบบอีกครั้งเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดเบาบางลง” นายพิธา กล่าว

    หัวหน้าพรรคก้าวหน้า กล่าวต่อว่า เรามีเวลาอยู่กับโควิดมา 1 ปี เราต้องบริหารงบประมาณให้กับเหมือนประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ถ้าเราสามารถบริหารประเทศภายใต้งบประมาณที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพให้ดีกว่านี้ บริหารการจัดการจัดซื้อวัคซีนให้ดีกว่านี้ และเตรียมพร้อมการเเจกจ่ายวัคซีนให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมทั่วถึง ถ้าคุณสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้ดีกว่านี้ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้สำเร็จ

    ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังระบุอีกว่า พรรคก้าวไกลมีข้อเสนอ 5 ประเด็นหลักเพื่อแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่เกิดขึ้น คือ

    1.เร่งแก้ไขพระราชกำหนดซอฟต์โลน 5 แสนล้าน เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงได้จริง ในเรื่องนี้พรรคก้าวไกลได้พยายามผลักดันในคณะกรรมาธิการแก้ไขงบประมาณโควิดมาตลอด เพราะที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายไปเพียง 20% เท่านั้น เนื่องจากติดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม เข้าถึงยาก เรื่องนี้จำเป็นต้องแก้ไขเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวได้เองหลังจากภาวะวิกฤติ

    2.การโยกงบประมาณฟื้นฟู 460,000 ล้านบาท ที่ยังเหลือจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท มาใช้เยียวยาประชาชนได้

    3.เร่งจัดหาวัคซีน ใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ด้านสาธารณสุขที่เหลืออยู่ และงบกลางปี 63 เพื่อจัดหาวัคซีนให้คนไทย 35-40 ล้านคน เป็นอย่างน้อย

    4.การเกลี่ยก่อนกู้ด้วยการออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ พ.ศ.2564 อย่างที่เคยเสนอมาเเล้วใน พ.ศ.2563 เนื่องจากงบในส่วนที่ไม่ผูกพันยังมีอยู่อีกประมาณกว่า 6 เเสนล้านบาท ส่วนจะสามารถโอนได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับการจัดลำดับความสำคัญ โดยพรรคก้าวไกลมีเป้าหมายในการโอนได้ตั้งแต่ 61,300-306,500 ล้านบาท

    5.การจัดทำงบประมาณปี 2565 ต้องทำให้เป็นงบประมาณที่รองรับกับปัญหาประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ เเละเหมาะสมกับประเทศที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ ไม่ใช่การจัดงบประมาณเหมือนเดิมเหมือนกับประเทศที่ไม่มีวิกฤติ ซึ่งคราวนี้คงไม่มีข้ออ้างอีกแล้วว่าไม่สามารถทำได้ทันด้วยระเบียบราชการ เพราะขณะนี้ยังมีเวลาพอที่จะสามารถจัดงบประมาณให้เหมาะสมได้

    “ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชน เพราะเป็นเรื่องของการใช้งบประมาณ เป็นเรื่องของภาษีของพี่น้องประชาชน และเป็นการก่อหนี้ที่เกี่ยวข้องกับลูกหลานของเราในอนาคต เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องให้ความสนใจ และเราจะก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน” นายพิธา กล่าวทิ้งท้าย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      "แพท ณปภา" ประกาศติดโควิด-19 "น้องเรซซิ่ง" ไม่ติด
      02:44

      "แพท ณปภา" ประกาศติดโควิด-19 "น้องเรซซิ่ง" ไม่ติด

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดพิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกลก้าวไกลข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 17:28 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์