ฝ่ายค้านลับมีด ซักฟอกปมโควิด-19 จ่อยื่นสิ้น ม.ค.-กรรมการไล่ถลุงตู่

ข่าว

    ฝ่ายค้านลับมีด ซักฟอกปมโควิด-19 จ่อยื่นสิ้น ม.ค.-กรรมการไล่ถลุงตู่

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    6 ม.ค. 2564 05:20 น.

    ฝ่ายค้านลุยยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลก่อนสิ้นเดือน ม.ค. “สุทิน” จี้ต้องชดเชยเวลาเลื่อนประชุมสภาฯบี้ขยายสมัยประชุมหรือเปิดประชุมวิสามัญ ลากปมรัฐบาลล้มเหลวแก้ปัญหาโควิดลุกลามขึ้นเขียง “ยุทธพงศ์” โอ่พร้อมมากเปิดเวทีขย่มรัฐบาล “ธีรรัตน์” ซัดนายกฯไร้ฝีมือกลับโทษแรงงานต่างด้าวกับประชาชน ซัดถ้านายกฯคิดเป็นควรลาออก อย่าอยู่เป็นภาระประเทศ “พิธา” จวกแรงผู้นำไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลี่ยงบาลีแก้ปัญหาผิดทิศผิดทาง ไม่ควรอยู่บริหารต่อแม้แต่นาทีเดียว กระทุ้งลากคอแก๊งลักลอบนำเข้าแรงงานติดเชื้อ-เปิดบ่อนแหล่งแพร่โควิด-19 “บิ๊กตู่” เต้นสั่ง ครม.ช่วยกันแจงรัฐบาลไม่เกี่ยวงดประชุมสภา 2สัปดาห์ ลูกหาบโซ้ย หน.ก้าวไกลนั่งเทียนโยงนายกฯสั่ง

    จากกรณีที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายและตัวแทนพรรคการเมืองมีมติให้เลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไปอีก 2 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านด้วย ล่าสุดนายสุทิน คลังแสง ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เรียกร้องให้มีการขยายสมัยประชุมสภาฯ หรือเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ โดยจะหยิบยกความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโควิด-19 ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

    ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกก่อนสิ้น ม.ค.

    เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 รอบสองที่ส่งผลกระทบต่อการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่อาจไม่ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯในวันที่ 28 ก.พ.ว่า ฝ่ายค้านกังวลเรื่องดังกล่าวอยู่ แต่ยืนยันจะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงก่อนสิ้นเดือน ม.ค.แน่นอน เมื่อยื่นไปแล้วจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระได้เมื่อใด และจะได้เปิดอภิปรายได้เมื่อใด ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 28 ก.พ.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

    จี้ขยายสมัยประชุมหรือเปิดวิสามัญ

    “หากไม่สามารถเปิดอภิปรายได้ทันก่อนปิดสมัยประชุม ต้องมีวิธีการชดเชยเวลาให้ เช่น การขยายเวลาประชุมสภาฯออกไปจากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 28 ก.พ. หรือการให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังไม่รู้ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรจะใช้วิธีใด แต่ถ้าจะขยายเวลาประชุมสภาฯคงต้องขยายกันยาวๆ เพื่อชดเชยเวลาที่งดประชุมไป 2 สัปดาห์” นายสุทินกล่าว

    ลากปมแก้โควิดล้มเหลวขึ้นเขียง

    นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านจะหารือกันในสัปดาห์นี้ เพื่อกำหนดกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะมีเนื้อหาอย่างไร มีข้อมูลเรื่องใดบ้าง โดยจะพิจารณานำเรื่องความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 รอบสอง ทั้งเรื่องความบกพร่องในการควบคุมสถานการณ์ และการใช้งบประมาณแก้ปัญหาโควิด มาเป็นเนื้อหาการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย

    “โจ้” ลั่นพร้อมมากเปิดเวทีขย่ม รบ.

    นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ประธานคณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพร้อมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่ก่อนปีใหม่ นัดหมายกันว่าจะประชุมสรุปเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อไม่เกิดความซับซ้อนช่วงหลังปีใหม่นี้ คาดว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาฯได้ภายในกลางเดือน ม.ค. หรืออย่างช้าที่สุดภายในปลายเดือน ม.ค. จะไม่รอยื่นช่วงใกล้ปิดสมัยประชุม เนื่องจากพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพร้อมในการอภิปรายอย่างเต็มที่อยู่แล้ว การอภิปรายจะเน้นหนักไปที่ความล้มเหลวของรัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่รัฐบาลไม่ได้มีมาตรการอะไรชัดเจน จะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวงถูกอภิปรายด้วย เนื่องจากบริหารประเทศทำให้เกิดความเสียหาย

    ซัดนายกฯบู่โยนบาปต่างด้าว–ปชช.

    น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการระบาดไวรัสโควิดรอบใหม่เห็นชัดเจนว่าเมื่อเกิดเหตุ รัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพบริหารจัดการที่ดี ทั้งที่รู้ว่าต้องเตรียมความพร้อมมากกว่านี้แต่กลับละเลยการวางแผนรับมือ ใช้วิธีแก้ปัญหารายวัน เมื่อเกิดเหตุจึงไม่สามารถรับมือได้ พอเกิดเหตุที่ จ.สมุทรสาคร รัฐควรเร่งป้องกันการแพร่เชื้อ แต่กลับเลือกโยนความผิดให้แรงงานนอกระบบ หรือขบวนการขนแรงงานข้ามชาติ จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถจัดการได้ ทั้งที่มีเครื่องมือ แต่ทำงานไม่เป็น ส่งผลให้ปัญหาลุกลามไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ รัฐบาลต้องการให้ประชาชนแก้ปัญหาเอง ใครอยู่ได้ก็รอด ใครอยู่ไม่ได้ก็ตายไป

    หยันถ้าคิดเป็นไขก๊อก อย่าอยู่เป็นภาระ

    น.ส.ธีรรัตน์กล่าวต่อว่า ภาพรวมภายหลังรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศพบปัญหาประเทศเกิดขึ้นมาก ทั้งคดีอาชญากรรม ลัก ชิง วิ่ง ราว ค้ายาเสพติดสูงขึ้น บ่อนการพนันมีหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เงินกู้นอกระบบเก็บดอกเบี้ยรายวันเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบความเป็นอยู่ของประชาชน แต่รัฐบาลเลือกหลอกตัวเองว่าเป็นรัฐบาลที่ดีที่สุด หลอกประชาชนไปวันๆ ทั้งที่รัฐบาลไร้ความสามารถ หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คิดได้คิดเป็นควรลาออกให้คนอื่นมาแก้ปัญหา อย่าอยู่ให้เป็นภาระของประเทศอีกต่อไป

    บี้เร่งมาตรการรักษาการจ้างงาน

    นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการนโยบายด้านแรงงานพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการรักษาระดับการจ้างงาน ผ่านการอุดหนุนค่าจ้างจากภาครัฐไปที่บริษัทเอกชน เป็นข้อควรปฏิบัติแรกๆที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ความผิดพลาดของรัฐบาลไทยในการระบาดรอบแรก คือขาดมาตรการลักษณะนี้ ปล่อยให้บริษัทปลดคนงานอย่างรวดเร็ว ประชาชนตกงานขาดรายได้ ต้องก่อหนี้สร้างปัญหาหนี้ครัวเรือน สำหรับการระบาดระลอกใหม่ ระยะแรกรัฐบาลควรพิจารณามาตรการคงการจ้างงาน อย่างน้อยต้องสนับสนุนค่าจ้างของภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบ โดยตรงจากคำสั่ง ศบค. แบบขั้นบันไดสนับสนุนค่าจ้างตามลักษณะของธุรกิจ ตามความเป็นไปได้ของการอยู่รอดของธุรกิจ ความรุนแรงของผลกระทบ และควรปรับอัตราการสนับสนุนขึ้นลงตามระยะการล็อกดาวน์ว่าอยู่ในช่วงการระบาดด้วยอัตราเร่งหรืออยู่ในช่วงการฟื้นตัว พึงระลึกเสมอว่าปัจจุบันผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดโดยตรงด้านสุขภาพยังน้อยกว่าผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐที่ใช้สกัดโควิดอยู่มาก เป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาลที่รักษาความสมดุล เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม ทันท่วงที

    “พิธา” ฉะรัฐเลี่ยงบาลีแก้โควิดผิดทิศทาง

    ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ว่า เป็นอีกครั้งที่สถานการณ์ในประเทศย่ำแย่ลง ประชาชนรู้กันดีว่าไม่ได้เกิดจากการที่พวกเขาการ์ดตก แต่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐเองที่หละหลวม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กลับทำให้สถานการณ์แย่กว่าเดิมด้วยการกล่าวโทษทั้งแรงงานข้ามชาติและประชาชนว่าเป็นใจกลางของปัญหา ขณะที่นายกฯไม่เคยมองเห็นความผิดพลาดของตนเองเลย รัฐบาลแก้ปัญหาแบบผิดทิศผิดทาง หลายอย่างที่ทำตอนนี้คือการเลี่ยงบาลี นั่นคือการล็อกดาวน์ต้องบอกว่าเกิดขึ้นแล้ว มีมาตรการควบคุม และคำสั่งปิดสถานประกอบการหลายประเภท แต่กลับไม่ล็อกดาวน์หนี้สินหรือค่าเช่าของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่กำลังหมดลมหายใจ แก้ปัญหาผิดซ้ำซาก ไม่มีการถอดบทเรียนจากอดีต เป็นต้น

    เฉ่งไม่ควรอยู่บริหาร ปท.แม้นาทีเดียว

    “ล่าสุดที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกให้ประชาชนอยู่บ้านเฉยๆ 2 สัปดาห์ถ้าไม่อยากติดโควิด สะท้อนชัดว่าท่านไม่เข้าใจหัวอก และไม่เคยไปนั่งอยู่ในหัวใจของพวกเขาเลย ไม่รู้ว่ายังมีคนจำนวนมากที่หาเช้ากินค่ำ รับจ้าง เป็นพ่อค้าแม่ขาย การหยุดงานแค่เพียงวันเดียว หมายถึงไม่มีอะไรกินวันนั้น นั่นยังไม่ต้องพูดถึงอนาคตอีก 2 สัปดาห์ว่าจะอยู่อย่างไร แต่ถึงตอนนี้รัฐบาลกลับยังไม่พูดถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาใดๆเลย รัฐบาลที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความ เดือดร้อนของประชาชน คือรัฐบาลที่ไม่สมควรบริหารประเทศนี้อีกต่อไปอีกแม้แต่เพียงนาทีเดียว”นายพิธากล่าว

    หยัน 3 ป.เอาผิดเจ้าของบ่อนไม่ได้

    นายพิธากล่าวอีกว่า ล่าสุดวิปรัฐบาลมีมติให้งดการประชุมรัฐสภาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย ฝ่ายนิติบัญญัติจะหยุดชะงักไม่ได้ ในสถานการณ์คับขันของประเทศชาติ เพราะทำหน้าที่ต้องตรวจสอบ ทวงถามถึงความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร ต่อปัญหาที่พวกเขาละเลยไม่ว่าต้นเหตุความย่อหย่อนที่ต้องค้นหาความจริง ว่าใครบ้างเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างชาติ ใครบ้างเปิดทางให้มีบ่อนเกิดขึ้นทั่วภาคตะวันออก เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อว่าผู้นำประเทศและพี่น้องจากค่ายบูรพาพยัคฆ์ ผู้พิทักษ์ชายแดนตะวันออกของเรา จะไม่สามารถเอาผิดเจ้าของบ่อน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้แม้แต่คนเดียว

    “บิ๊กตู่” สั่ง ครม.ช่วยแจง รบ.ไม่เกี่ยว

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ช่วงหนึ่งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล แจ้งให้ ครม.รับทราบถึงการเลื่อนประชุมสภาฯออกไป 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 นายกฯได้สอบถามทันทีว่าเป็นเรื่องของสภาฯใช่หรือไม่ โดยนายพุทธิพงษ์ตอบว่า ใช่ ทำให้นายกฯแจ้งกับ ครม.ว่าถ้าเป็นอย่างนั้นให้ช่วยกันชี้แจงว่าเป็นเรื่องของสภาฯ อย่าให้มาต่อว่ารัฐบาลได้ในภายหลัง

    “ธนกร” แซะ “พิธา” เลิกเป็นร่างทรงใคร

    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คัดค้านการงดประชุมสภาช่วงโควิด พร้อมทั้งกล่าวหารัฐบาลอยากมีอำนาจ แต่ไม่อยากรับผิดชอบ ไม่สนใจความเดือดร้อนประชาชนว่า ตนผิดหวังกับนายพิธามาก เล่นการเมืองไม่เลิก ขนาดประชาชนเดือดร้อนจากวิกฤติโควิด-19 ยังโจมตีรัฐบาลด้วยข้อมูลเท็จ สร้างความสับสนให้ประชาชน การงดประชุมสภาฯเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ไม่เกี่ยวกับว่ารัฐบาลเป็นคนสั่ง หากนายพิธาไม่ห่วงตัวเองควรจะห่วงเจ้าหน้าที่ ส.ส. ส.ว.หรือประชาชนบ้าง เพราะหากติดโควิดจะทำให้เดือดร้อนวุ่นวายทั้งสภาฯ ควรจะปฏิบัติตามศบค.หรือ กทม. เพราะหากเปิดประชุมแล้วเกิดแพร่ระบาดขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ถามจริงๆใครอยากมีอำนาจกันแน่ รัฐบาลนี้รับผิดชอบต่อประชาชนและประเทศชาติตลอดมา นายกฯ ไม่เคยทิ้งประชาชน อย่าใช้วาทกรรมชุ่ยๆ นายพิธาเป็นคนรุ่นใหม่ ขอให้ปรับกระบวนทัศน์ใหม่ด้วย ควรเป็นตัวของตัวเองได้แล้ว อย่าเป็นร่างทรงของใครเลย และสิ่งที่นายพิธาเสนอมานั้นรัฐบาลทำไปหมดแล้ว โดยเฉพาะการออกมาตรการทางการเงินการคลังมาช่วยเหลือประชาชน เอสเอ็มอี ภาคเอกชน ฯลฯ รวมถึงการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทแก้โควิด-19 แผนฟื้นฟู 4 แสนล้านบาทก็เดินหน้ามาตลอด

    “แรมโบ้” ซัด “พิธา” นั่งเทียนนายกฯสั่ง

    นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปิดสภาไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ สภาก็หารือกันเองมิใช่หรือ นายกฯไม่ได้ไปสั่งการอะไร ตนมองว่านายพิธาคงยังไม่เข้าใจสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทุกฝ่ายต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคให้มากที่สุด อยากให้นายพิธามองเห็นถึงสุขภาพของเพื่อนสมาชิกสภาฯด้วย มากกว่าจะมาคิดเรื่องของการเมือง ความเป็นฝ่ายค้าน ต้องค้านอย่างมีเหตุผล บนพื้นฐานตรรกะความเป็นจริง มิใช่นั่งเทียนแล้วพูดเดาอย่างไร้เหตุผล เพียงหวังการตีกินทางการเมืองโดยเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาหากินทางการเมือง นักการเมืองสไตล์นี้จบเส้นทางการเมืองมาหลายรายแล้ว ถ้าเล่นการเมืองแบบเดิม โจมตีกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสี ในที่สุดความเสื่อมศรัทธาจะตามมา พรรคก้าวไกลจะกลายเป็นพรรคก้าวถอยหลังลงคลองในสายตาประชาชนอย่างแน่นอน

    “สิระ” ไล่เปลี่ยนชื่อเป็น “ก้าวลงเหว”

    นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลต้องตระหนักถึงความสำคัญก่อนหลัง การประชุมสภาฯแบบที่เสนอให้ใช้ ส.ส.245 คน ไม่ใช่แค่ 245 คนเท่านั้น รวมถึงข้าราชการ สื่อมวลชนและคนงานก่อสร้างรัฐสภาจำนวนมาก ต้องมาอยู่รวมในสถานที่เดียว ความปลอดภัย ปากท้องประชาชนสำคัญสุดใช่หรือไม่ ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญทุกฝ่ายยืนยันแล้วว่าต้องแก้ให้เสร็จในรัฐบาลชุดนี้ มีเวลาเหลือเฟือเพิ่มวันประชุมทีหลังก็ได้ เหตุใดพรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญมากกว่าความเดือดร้อนประชาชนหรือส่วนใหญ่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมคะแนนจาก ส.ส.สอบตกจึงไม่เข้าใจหน้าที่ ส.ส.ต้องทำอะไร พรรคก้าวไกลและฝ่ายค้านต้องหยุดเล่นเกมการเมืองปลุกปั่นประชาชน อย่าเอาเวลาไปประกันตัวแกนนำม็อบ มีเสียงสะท้อนว่าไม่เคยเห็นหน้า ส.ส.เหล่านี้ไปดูแลประชาชน พรรคก้าวไกลไม่เหมาะสมใช้ชื่อนี้แล้วน่าเป็นก้าวลงเหวมากกว่า

    โฆษก ปชป.ขออย่าซ้ำเติมสถานการณ์

    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการสื่อสารในสังคมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ทุกฝ่ายควรสื่อสารข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรใช้วาจาซ้ำเติมสถานการณ์ ควรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน การสื่อสารจะต้องยืนอยู่บนความจริงและความถูกต้อง การรับฟังข่าวสารควรมาจากข่าวสารที่แท้จริงจากเจ้าหน้าที่รัฐ สถาน-การณ์ขณะนี้ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่าการร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน ฝ่ายการเมืองไม่ควรใช้วาจาดึงเรื่องไวรัสโควิดให้เป็นเรื่องการเมือง เรื่องนี้ไม่มีฝ่ายค้านไม่มีฝ่ายรัฐบาล ทุกฝ่ายต้องช่วยกันจะเกิดประโยชน์มากกว่ามุ่งโจมตีรัฐบาล ต้องให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท ขอคนไทยร่วมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาล ให้กำลังใจนายกฯที่เป็นหลักในการบัญชาการเรื่องต่างๆ เชื่อว่าประเทศจะก้าวข้ามสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

    “เด็กชวน” โต้ต้องเคารพมติส่วนใหญ่

    ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวตอบโต้นายพิจารณ์ เชาวพัฒนพงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุพรรคก้าวไกลผิดหวังที่ให้งดการประชุมสภาฯ 2 สัปดาห์ ทำให้การผ่านกฎหมายหลายฉบับล่าช้าว่า การตัดสินใจงดประชุมเป็นความเห็นร่วมกันของเสียงส่วนใหญ่ที่กังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องยอมรับว่าสภาฯอยู่ด้วยมติและเสียงข้างมาก ทุกฝ่ายจึงต้องเคารพ ยืนยันว่าสภาฯมีมาตรการป้องกัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะมีคนพยายามฝ่าฝืน เห็นได้จากกรณีอนุ กมธ.คณะหนึ่งปล่อยให้มีผู้ติดเชื้อจาก จ.ระยองเข้าร่วมประชุม ประธานอนุกรรมการชุดนั้นเป็นคนพรรคก้าวไกล ในสถานการณ์เช่นนี้อยากให้คำนึงถึงความปลอดภัยและเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องการเมือง หากดึงดันให้ประชุมจนทำให้ ส.ส.หรือใครในสภาฯติดเชื้อ อะไรจะเกิดขึ้น ใครต้องรับผิดชอบเพราะกรณีอนุ กมธ. สร้างความวุ่นวายต้องส่งคนจำนวนมาก รวมทั้งตนไปตรวจหาเชื้อ

    กมธ.แก้ รธน.ผวาโควิดงดประชุม

    นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ.ให้งดประชุม กมธ.แก้รัฐธรรมนูญวันที่ 7-8 ม.ค. หลังจากที่มติที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายและพรรคการเมืองให้งดประชุมสภาฯ 2 สัปดาห์ สัปดาห์หน้าจะนัดประชุมได้หรือไม่ต้องหารืออีกครั้ง กมธ.ชุดต่างๆยังประชุมได้ถ้าคนไม่มาก ห้องรองรับได้ แต่ให้งดเชิญบุคคลภายนอก แต่ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญเป็นคณะใหญ่ มี กมธ.มากถึง 45 คนรวมเจ้าหน้าที่ มีคนร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า 60 คน อาจมีปัญหา อย่างไรก็ตามต้องจัดวันประชุมชดเชยวันที่หายไปให้พิจารณาเป็นไปตามกรอบเวลา ไม่ใช้การรวบรัด

    “เทพไท” ห่วงอ้างเป็นเหตุยื้อไปเรื่อย

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากสถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของคณะ กมธ.ชุดต่างๆแน่นอน สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือการทำงานของคณะ กมธ.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจยื้อเวลาออกไปโดยการยกเหตุการระบาดของโควิด-19 มาเป็นข้ออ้างเลื่อนประชุมออกไปเรื่อยๆ จะไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศทางการเมืองของประเทศในโอกาสต่อไป

    หนุนปรับใหม่ พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ลล.

    นายเทพไทกล่าวอีกว่า กรณีหลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนงบฯ พ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อการเยียวยาผู้กระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบแรก และโครงการการกระตุ้นเศรษฐกิจตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท เห็นด้วยกับการนำ พ.ร.ก.เงินกู้ทั้ง 3 ฉบับมาปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับการแพร่ระบาดรอบ 2 ยังมีหลายโครงการยังไม่ได้ดำเนินการและไม่มีประสิทธิภาพเพียงพออยากให้รัฐบาลทบทวน ให้คณะ กมธ.วิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ พ.ร.ก. 3 ฉบับเพื่อแก้ไขฟื้นฟูปัญหาโควิด-19 ของสภาฯไปศึกษาหาข้อสรุปนำเสนอต่อรัฐบาลได้ปรับปรุงแก้ไขต่อไป

    “วัชระ” ร้องสอบ “พรพิศ” แถลงผิด

    ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สอบสวนนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาฯ หลังปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีสำนักงานชั่วคราวของบริษัทผู้รับเหมาช่วง ตั้งอยู่ใต้อาคารรัฐสภา ใกล้เคียงกับสำนักงานบริษัทคู่สัญญาทั้งที่ตามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเลขที่ 116/2556 ข้อ 11 ระบุห้ามบริษัทผู้รับเหมาจ้างผู้รับเหมาช่วง จึงถือว่าบริษัทผู้รับเหมาผิดสัญญาดังกล่าว และไม่ทราบว่าเลขาธิการสภาฯได้รายงานให้ประธานรัฐสภาทราบหรือไม่ ขอให้ประธานรัฐสภาสอบสวนนางพรพิศ กรณีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เมื่อ 28 ธ.ค.63 กรณีคณะกรรมการตรวจการจ้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้ลงมติ 6 ต่อ 2 แต่นางพรพิศกลับให้สัมภาษณ์ว่าคณะกรรมการ มีมติ 6 ต่อ 3 ไม่ให้ขยายเวลาเหตุใดจึงให้สัมภาษณ์ผิดไปจากข้อเท็จจริง

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      ฮาวอาร์ยู? ลุงตู่ VS. ม้าซาอุ ถามม้าสบายดีมั้ย คำตอบที่ได้… ม้างับมือ
      03:47

      ฮาวอาร์ยู? ลุงตู่ VS. ม้าซาอุ ถามม้าสบายดีมั้ย คำตอบที่ได้… ม้างับมือ

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ประชุมสภาพรรคฝ่ายค้านสุทิน คลังแสงซักฟอกรัฐบาลโควิด-19เปิดประชุมสภาข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 01:01 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์